LOADING

Type to search

ทำไมหนูไม่ได้ ไอโฟน X เป็นของขวัญบ้าง

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

เปิดเทอมหลังปีใหม่ไปได้ไม่กี่วัน เย็นวันหนึ่งหลังจากกลับจากโรงเรียน เราถามถึงเพื่อนๆ ลูก ที่โรงเรียนว่า เพื่อนๆ ที่โรงเรียนเป็นยังไงกันบ้างเปิดเทอมกลับมา

น้องแจ๊สซี่บอกว่า “เพื่อนที่โรงเรียนคนหนึ่งบอกว่าได้ iPhone X เป็นของขวัญคริสต์มาส ส่วนอีกคนบอกว่าได้คอมพิวเตอร์ MacBook เป็นของขวัญ” เราก็ได้ยินก็คิดในใจ โอ๊ย! แย่แล้ว ลูกจะคิดว่ายังไงน้า ทำไมเพื่อนลูกได้ของขวัญกันชิ้นใหญ่ขนาดนี้ แล้วลูกเราจะโวยวายไหมว่าอยากได้บ้าง

เราถามลูกว่า “แล้วเพื่อนหนูเค้าเอา MacBook มาใช้ทำอะไรเหรอคะ” แจ๊สซี่ตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”   ในระหว่างที่กำลังตื่นตระหนกตกใจแบบไม่ได้กรีดร้องออกมา ในหัวก็กำลังคาดการณ์ไปไกลว่า  ถ้าลูกเราถามว่าทำไมหนูไม่ได้ของขวัญแบบนี้บ้าง เราจะตอบว่าอย่างไรดี

แล้วแม่ก็อึ้งไป 30 วินาที ทางจิตวิทยาเค้าบอกว่าใน 1 วันคนเราสามารถคิดเรื่องต่างๆ ได้ถึง 70,000 เรื่อง ดังนั้นใน 30 วินาทีนี้สมองแม่จึงมีเหตุผลผุดขึ้นมากมาย

ในใจแม่เตรียมคำตอบไว้เสร็จสรรพว่า ถ้าลูกถามว่าทำไมลูกไม่ได้ของขวัญแบบนี้บ้าง คำตอบที่สวยหรูของเราคือ ลูกยังไม่จำเป็นต้องใช้ ถ้าถึงเวลาต้องใช้จริงๆ เราค่อยมาดูด้วยกันว่าเราซื้อรุ่นไหนถึงจะเพียงพอกับการใช้งานของเรา

แต่แล้วลูกเราก็ไม่ถามคำถามนั้น กลับถามแม่ว่า “แม่ๆ กระดาษสีฟ้าๆ หมดหรือยัง” เราก็บอกว่า “ยังค่ะ อยู่บนโต๊ะทำงานตรงนั้นไงลูก” ลูกวิ่งหายไปทางโต๊ะทำงาน

หายไปไม่กี่นาที แจ๊สซี่ก็กลับมาพร้อมกับ เซ็ตสมาร์ทโฟนและคอมฯที่ทำขึ้นจากกระดาษสีฟ้าที่ว่า มีทั้งปุ่มกด หน้าจอ พร้อมยี่ห้อที่ตั้งเอาเองพร้อมพูดว่า “นี่ไง สมาร์ทโฟนไอฟลิป และคอมฯ ไอฟลิป XS ของหนู” ว่าแล้วก็วิ่งไปเล่นอย่างอื่นต่อโดยไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

iphonex-ลูกถาม

เราทั้งอึ้ง ทั้งดีใจและประหลาดใจในพฤติกรรมนี้ จนเรางงว่า นี่เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า นี่เราไม่รู้จักลูกเราดีพอหรืออย่างไร ทำไมสิ่งที่เราคาดว่าจะเกิด กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันต่างกันได้มากมายนัก

นอกจากเหตุการณ์นี้จะทำให้เราเกิดความภูมิใจในตัวลูกว่าสิ่งของราคาแพงจากแบรนด์ดังที่เพื่อนๆ มันมีไม่ได้ทำให้เค้าอยากได้อยากมีตามไปด้วย ก็ยังทำให้เรารู้ตัวอีกด้วยว่าต้องปรับปรุงทักษะในการรับฟังอีกมาก

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่ลูกเล่าให้ฟังก็คือ เรากำลังหาพยายามหาคำตอบให้คำถามที่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งแปลได้ง่ายๆ ว่าเราไม่ได้กำลังตั้งใจฟังลูก 100% นั่นเอง

กลายเป็นเรื่องสอนใจแม่ไปค่ะว่า การที่ลูกเล่าเรื่องบางเรื่องให้ฟังนั้นลูกไม่ได้ต้องการคำตอบ เค้าแค่ต้องการคนที่รับฟังเค้าอย่างตั้งใจ เข้าใจและไม่ตัดสิน ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่อย่างเราเพราะถ้าทำได้ ลูกก็จะไว้วางใจ สบายใจที่จะคุย ปรึกษาเราได้ทุกเรื่อง

โตขึ้นไปเค้าจะได้ไม่ติดใจว่า “รู้อยู่แล้วว่าแม่ต้องพูดแบบนี้”

แม่แอ๊นท์

อ่านต่อ
พาลูกคลุกดินแดง เก็บไข่ไก่ ไปขี่ม้า ที่ฟาร์มหมอปอ เขาใหญ่
เคยไหม ที่คุณต้องยอมเป็นแม่ใจร้าย ในสายตาลูก?

Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending