LOADING

Type to search

Tags:

เกเร? ก้าวร้าว? ถึงคราวงานเข้า เมื่อลูกเราไปแกล้งเพื่อน

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

วันดีคืนดี จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงเรียนมาแจ้งว่าลูกเราไปรังแกเพื่อน! ถึงจะตกใจหรือไม่อยากเชื่อแค่ไหน แต่นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยเอาไว้เฉยๆ ไม่ได้นะคะ

ก่อนที่จะนึกหาทางรับมือกับปัญหาลูกไปรังแกเด็กคนอื่น ผู้ปกครองต้องเปลี่ยนความคิดเสียก่อนว่าการที่ลูกแกล้งเพื่อน ไม่ได้หมายความลูกเป็นเด็กไม่ดีหรือพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี หากแต่เป็นเพียงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาซึ่งควรได้รับการแก้ไขเท่านั้นเองค่ะ

ขั้นตอนแก้ปัญหาลูกแกล้งเพื่อน

STEP 1 เกิดอะไรขึ้น

การแกล้งหรือรังแกกันเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการแย่งของเล่นหรือผลักกันในสนามเด็กเล่น การล้อเลียนกันในวัยประถม ไปจนถึงการที่เด็กวัยรุ่นปล่อยข่าวในโลกออนไลน์ให้อีกคนเสียชื่อเสียง

พ่อแม่อาจทราบปัญหาด้วยตัวเองจากการเห็นลูกแกล้งเด็กคนอื่นกับตา หรือได้ข่าวมาจากครูที่โรงเรียนหรือผู้ปกครองคนอื่น ซึ่งสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อรู้ข่าว ก็คือการเรียกลูกของเรามาคุยแล้วให้เค้าสารภาพหรืออธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด

STEP 2 มองหาสาเหตุ

เชื่อไหมคะว่ามีเหตุผลมากมายที่ทำให้เด็กรังแกคนอื่น ทั้งเหตุผลที่ลูกสามารถตอบได้แบบง่ายๆ (เช่น เด็กคนนั้นมาแกล้งก่อน เพื่อนอีกคนบังคับให้ทำ ฯลฯ) หรือแบบที่พ่อแม่ต้องลองวิเคราะห์ด้วยตัวเอง อาทิ

  • ลูกรู้สึกไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ ครู หรือเพื่อนๆ จึงเลือกวิธีการรังแกเพื่อตั้งตนขึ้นมามีบทบาทในสักทาง1
  • ลูกควบคุมอารมณ์ที่รุนแรงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธผิดหวังหรือหงุดหงิด2
  • ลูกถูกรังแกและต่อสู้กลับ หรือเก็บกดจากการถูกรังแกจนไปลงกับเด็กคนอื่น
  • ลูกมีพฤติกรรมเลียนแบบจากการเห็นการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้าน ในละคร หรือเกม2
  • ลูกอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีนิสัยอันธพาล หรืออยากเป็นส่วนหนึ่งของคนหมู่มากซึ่งกำลังรวมตัวกันแกล้งเพื่อนอีกคน1
  • ลูกมีความผิดปกติทางพัฒนาการ เช่น เป็นเด็กสมาธิสั้น มีอาการออทิสติก3
  • ลูกยังไม่เข้าใจสถานการณ์ ซึ่งพบมากในเด็กเล็กๆ คือไม่เข้าใจว่าผู้ที่ถูกตัวเองแกล้งหรือทำร้ายร่างกายจะรู้สึกอย่างไร1

STEP 3 ทำความเข้าใจ

ค่อยๆ คุยกับลูกอย่างใจเย็น โดยรับฟังเรื่องจากฝั่งลูกอย่างเต็มที่ แต่ไม่ควรเข้าข้างลูกแม้ว่าเค้าจะมีเหตุผลที่สมควรแค่ไหน4 เพื่อสอนลูกว่าไม่ว่าอย่างไรการใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา อีกทั้งการรังแกหรือแกล้งคนอื่นก็เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

STEP 4 แก้ปัญหา

แก้ไขความเข้าใจผิดที่เป็นสาเหตุทำให้ลูกแกล้งเพื่อน พร้อมลองยกตัวอย่างสถานการณ์หลายๆ แบบให้ลูกเข้าใจง่าย1 เช่น ถ้าเห็นเพื่อนที่ดูแตกต่าง ลูกก็ไม่ควรล้อเลียนเขา, ถ้ามีเพื่อนนอกกลุ่มมาขอเล่นด้วย ก็ไม่ควรกีดกัน, ถ้าลูกรู้สึกโกรธ ให้นับ 1-10 ช้าๆ หรือเดินหนีแทนที่จะไปทำร้ายคนอื่น เป็นต้น โดยพยายามเน้นที่การปฏิบัติที่เหมาะสม มากกว่าการลิสต์สิ่งที่ลูกห้ามทำ

นอกจากนี้ ยังควรสอนให้ลูกเห็นความสำคัญของ Empathy หรือการเข้าใจผู้อื่น ลองให้ลูกคิดว่าถ้ามีคนมาทำแบบนั้นกับตัวเองบ้างแล้วจะรู้สึกยังไง5 เพื่อสร้างรากฐานให้ลูกรู้จักคิดเอง ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต

STEP 5 รับผิดชอบ

สอนลูกเรื่องผลของการกระทำ ด้วยการให้ลูกขอโทษเด็กที่ตนเองไปรังแก หรือลงโทษลูกอย่างเหมาะสม (แต่ในครั้งแรกๆ อาจไม่จำเป็นต้องถึงขั้นลงโทษก็ได้) เช่น หากลูกโพสต์เรื่องไม่ดีของเพื่อนในโลกออนไลน์ ก็ให้งดใช้อินเทอร์เน็ตสักหนึ่งอาทิตย์ เป็นต้น โดยพยายามตั้งช่วงเวลาอย่างพอดี เพราะหากตั้งไว้ยาวนานหรือเกินความเป็นจริงไปมาก อาจไม่เหลือช่องทางให้เด็กรู้สึกว่าแก้ไขความผิดหรือปรับปรุงตัวได้เลย ยกตัวอย่างเช่น หากบอกว่าจะไม่ให้ลูกดูโทรทัศน์ตลอดชีวิต เด็กก็จะรู้สึกว่าถึงทำตัวให้ดีขึ้นยังไง ก็ไม่มีทางได้สิทธิ์นั้นกลับคืนมาอยู่ดี

ไม่ควรลงโทษลูกด้วยการทำให้อับอาย ไม่ว่าจะเป็นการให้เด็กยืนถือป้ายริมถนนหรือแท็กประจานในโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะกลายเป็นการรังแกจากพ่อแม่ซะเอง4นอกจากนั้น ต้องอย่าลืมว่าการลงโทษควรเกิดควบคู่ไปกับปฏิกิริยาเชิงบวก พ่อแม่จึงควรชมเชยหากลูกปรับปรุงตัวได้ดีขึ้น

STEP 6 เป็นตัวอย่างที่ดี

ทำความเข้าใจว่า เด็กมักไม่ค่อยทำตามสิ่งที่เราสอน แต่จะทำตามสิ่งที่เราทำ5พ่อแม่จึงเป็นเหมือนเบ้าหลอมที่สร้างลูกขึ้นมา เพราะฉะนั้นต้องสำรวจและปรับปรุงตัวหากคุณเองมีพฤติกรรมที่อาจทำให้ลูกก้าวร้าวหรือชอบรังแกผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาล้อเลียนกันสนุกๆ ดูถูก ถากถาง เกรี้ยวกราด หรือใช้อารมณ์1

นอกจากนั้น พ่อแม่ควรวางตัวเป็นที่ปรึกษาของลูกในทุกเรื่องๆ โดยเริ่มต้นสร้างบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อว่าต่อไปหากลูกเกิดปัญหาเรื่องการรับมือกับอารมณ์หรืออยู่ในสถานการณ์ที่คิดหาทางออกเองไม่ได้ เค้าจะได้มาปรึกษาพ่อแม่ แทนที่จะออกไปแก้ปัญหาเองด้วยการรังแกคนอื่น

การสอนให้เด็กรู้จักเคารพความแตกต่าง จะยิ่งทำให้ลูกเลิกพฤติกรรมเกเรได้ดียิ่งขึ้น โดยพ่อแม่สามารถพาเด็กไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ อาสาสมัครช่วยผู้อื่น หรือเปลี่ยนกลุ่มสังคมใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

การรับมือกับปัญหาลูกแกล้งเด็กคนอื่น อาจต้องขอความร่วมมือจากครูให้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมของลูกที่โรงเรียน และหากพ่อแม่รู้สึกว่าลูกมีนิสัยก้าวร้าวหรือเกเรรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ ควรลองพาเด็กเข้าปรึกษาจิตแพทย์เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไข โดยไม่ต้องรู้สึกอับอายหรือกังวลว่าลูกจะผิดปกติ เพราะนี่เป็นปัญหาทางพฤติกรรมซึ่งสามารถจัดการได้ และหากแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยให้ลูกเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ เป็นที่รัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Brigit Katz, My Child Is a Bully: What Should I Do?, Child Mind Institute, https://childmind.org/article/what-to-do-if-your-child-is-bullying/
  2. Teaching Kids Not to Bully, KidsHealth, Jul 2013, https://kidshealth.org/en/parents/no-bullying.html
  3. เตือนผู้ปกครอง อย่าเมินปัญหา ‘ก้าวร้าว’ ของลูก, กรุงเทพธุรกิจ, 3 มิ.ย. 2561, http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/803678
  4. Sherri Gordon, 10 Ways to Discipline Your Child for Bullying Others, Very Well Family, 27 Feb 2018, https://www.verywellfamily.com/ways-discipline-child-for-bullying-others-460520
  5. Bridget Bentz Sizer, What to Do When Your Child Is a Bully, PBS Parents, http://www.pbs.org/parents/education/going-to-school/social/what-to-do-when-your-child-is-a-bully/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending