LOADING

Type to search

Tags:

Bully คืออะไร? เมื่อลูกเราถูกรังแก พ่อแม่ควรทำยังไง?

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ได้ยินกันบ่อยๆ หนักข้อขึ้นทุกทีกับเรื่อง การถูกเพื่อน Bully หมายถึงการถูกเพื่อนรังแกหรือโดนแกล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาทุกรุ่น และยิ่งทวีความรุนแรงโดยขยายวงกว้างจากแค่ในโรงเรียนไปอยู่ในโลกไซเบอร์  ที่เรียกว่า Cyberbullying คนเป็นพ่อแม่คงอดทนได้ยากเมื่อเห็นลูกตัวเองเป็นเหยื่อของความรุนแรง ทั้งทางการกระทำหรือคำพูด แล้วเราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไรดี

การรังแก (Bullying) ได้กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไทยและในหลายประเทศ เพราะการโดนรังแกสามารถสร้างผลเสียให้กับเด็กอย่างถาวร ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความมั่นใจ วิตกกังวล ซึมเศร้า ไม่มีสมาธิในห้องและไม่อยากไปโรงเรียน และอาจร้ายแรงถึงขั้นอยากทำร้ายตัวเอง หรือกระทั่งเด็กหันไปหาความรุนแรงซะเอง

bulllyคือ-พ่อคุยกับลูก

การแกล้งกันในกลุ่มเด็ก เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในเด็กเล็กไปจนถึงวัยรุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังถูกแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท1 คือ

  • ทางร่างกาย คือการทำร้ายด้วยการต่อยตี หยิก ผลัก ขัดขา หรือทำลายข้าวของ
  • ทางวาจา คือการพูดจาโจมตี ข่มขู่ แหย่ ล้อเลียน ฯลฯ
  • ทางอารมณ์หรือสังคม เช่น ปล่อยข่าวลือ ทำให้อับอายต่อหน้าคนอื่น ทำเป็นไม่สนใจ หรือไม่ยอมรับเข้ากลุ่ม
  • ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า Cyberbullying คือพฤติกรรมรังแกผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ด่าผ่านอีเมล์ สร้างกระแสไม่ดีในโซเชียลมีเดีย ปล่อยข่าวน่าอายทางอินเทอร์เน็ต

อ่านต่อ
Cyberbullying คืออะไร พ่อแม่จะช่วยลูกรับมืออย่างไรดี?

ข้อสังเกตเมื่อลูกกำลังถูกรังแก

เด็กที่โดนแกล้งส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกล้านำเรื่องไปบอกพ่อแม่หรือครู เพราะมักถูกคนที่รังแกขู่ไว้ รวมทั้งยังอับอายและกลัวโดนตราหน้าว่าเป็นคนขี้ฟ้อง ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่2

พ่อแม่จะช่วยได้อย่างไร เมื่อลูกถูกแกล้ง

  1. ไต่ถามสถานการณ์
    หากสงสัยว่าลูกอาจโดนแกล้ง ให้ลองถามลูกเรื่องชีวิตประจำวัน พยายามพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อให้เด็กไม่รู้สึกว่ากำลังถูกบีบคั้น
    O สิ่งที่ควรทำX สิ่งที่ไม่ควรทำ
    พูดคุยบนพื้นฐานของความห่วงใย พูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลคาดคั้นข่มขู่ให้ลูกรีบๆ พูด
    เปิดโอกาสให้ลูกค่อยๆ เล่า ค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ หรืออธิบายความรู้สึก พร้อมบอกว่าการโดนแกล้งไม่ใช่ความผิดของลูกวิพากษ์วิจารณ์ลูกที่ยอมให้โดนแกล้ง หรือพูดในเชิงว่าการที่ถูกแกล้งเป็นความผิดของลูกเอง
    จดจำรายละเอียดที่ลูกเล่า อย่างชื่อเพื่อนที่แกล้งและสถานที่เกิดเหตุ เผื่อในกรณีที่ต้องนำไปคุยกับทางโรงเรียนแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดหรือด่าทอเมื่อพูดถึงเด็กที่ทำร้ายลูก
    bulllyคือ-แกล้งเพื่อน

  2. เป็นไกด์ให้ลูกคิดหาทางแก้ไข
    จัดการกับความขัดแย้ง เป็นทักษะที่ลูกควรมีติดตัวไว้เพื่อจะได้นำไปใช้ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน3 พ่อแม่จึงควรเริ่มปลูกฝังสกิลล์นี้ด้วยการค่อยๆ ให้ลูกคิดหาทางแก้ไขด้วยตนเอง โดยพยายามชี้แนะไปในแนวทางที่เหมาะสม แต่ไม่เสนอวิธีรับมือในแบบของพ่อแม่แล้วบังคับให้ลูกนำไปใช้ เพราะเด็กอาจกลัวมากหรือรู้สึกต่อต้าน กลับกลายว่าจะมองพ่อแม่เป็น “นักเลง” ที่มารังแกตนอีกคน

    ลองให้ลูกไตร่ตรองสาเหตุในการกระทำของคนที่มาแกล้ง เช่น ทำไมเขาถึงมาแกล้ง เราเคยไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า หรือเค้าแกล้งคนเพื่อรับมือกับปัญหาอะไรของตัวเองหรือไม่ แล้วลองช่วยกันคิดวิธีรับมือที่หนึ่ง-สอง-สามเพื่อให้ลูกนำไปใช้

  3. สู้ด้วยท่าทาง ไม่ใช่ความรุนแรง
    การตอบโต้ด้วยความรุนแรงเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว นอกจากจะทำให้ลูกเรากลายเป็นคนผิดซะเองแล้ว ยังทำให้เด็กเข้าใจว่าความรุนแรงเป็นทางแก้ปัญหาอีกด้วย

    ลองฝึกฝนทักษะเมื่อลูกต้องเผชิญหน้ากับคนที่มาแกล้ง โดยบอกให้ลูกเรียกความกล้าหาญ (เพราะการกลัวหรือร้องไห้เป็นสิ่งที่เด็กเกเรต้องการ) และเงยหน้าขึ้นสบตาเด็กที่เข้ามาแกล้ง ก่อนพูดอย่างหนักแน่นว่า “อย่ามาแกล้งเรา” หรือ “เธอแกล้งเราทำไม” นอกจากจะทำให้เด็กเกเรชะงักว่าไม่สามารถมาแกล้งได้แล้ว อาจทำให้เด็กคนนั้นตั้งคำถามกับตัวเองจริงๆ ก็ได้ว่าทำไมเขาถึงมีพฤติกรรมแบบนี้

    bulllyคือ-cyberbullying

  4. คุยกับลูกเรื่องอินเทอร์เน็ต
    สอนให้ลูกใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้อง หากเจอคนเกเรในโลกออนไลน์ก็ไม่ควรตอบโต้ แต่ควรมาเล่าให้พ่อแม่ฟัง หรือบล็อก และแจ้งรีพอร์ต2

    นอกจากนี้ ลูกอาจยังไม่เข้าใจเรื่องการแสดงออกจนกลายไปเป็น Cyberbully ซะเอง จึงต้องอธิบายว่าคำพูดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้คนอ่านเสียใจมาก ลูกจึงควรระวังเรื่องการใช้คำพูด หรือให้เลือกพูดในสิ่งที่ดีและเหมาะสมเท่านั้น (Be Kind or Be Quiet)

  5. ปลูกฝังให้ลูกมั่นใจ
    เด็กเกเรมักแกล้งเด็กที่มีความแตกต่าง เช่น ตัวอ้วนกว่าปกติ ตัวสูงกว่าปกติ ขี้แง หรือดูไม่มั่นใจ หนึ่งในวิธีที่พ่อแม่จะช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ลูกได้ก็คือการสอนให้ลูกมั่นใจในตัวเอง โดยบอกว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป และการที่ลูกเป็นอย่างนี้มีข้อดีอย่างไรบ้าง สมมุติว่าลูกโดนล้อเพราะถือเครื่องดนตรีไปทุกที่ ก็อาจบอกว่าหนูเล่นดนตรีแล้วมีความสุขใช่ไหม เมื่อโตไปหนูจะมีความสามารถติดตัว อย่ายอมให้ใครมาทำให้หนูไม่มั่นใจจนเลิกทำในสิ่งที่หนูรัก

    อีกอย่างที่สำคัญคือการหาบัดดี้ให้ลูก เพราะการอยู่คนเดียวจะเป็นเป้าถูกโจมตีได้ง่าย พ่อแม่จึงควรแนะนำลูกให้ไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มหรือมีเพื่อนไปด้วย พร้อมพาลูกเข้ากลุ่มทำกิจกรรมที่จะได้มีเพื่อนใหม่ และให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เคยโดนแกล้งบ่อยๆ1

    bulllyคือ-เด็กๆ

  6. ปรึกษาโรงเรียน
    เข้าปรึกษาครูประจำชั้นหรือบุคลากรที่โรงเรียนซึ่งอาจไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์แกล้งกันอยู่ พยายามอธิบายด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง เพื่อให้ครูช่วยเป็นหูเป็นตาและสอดส่องพฤติกรรมเด็กให้มากขึ้น หรือถามโรงเรียนว่ามีนโยบายรับมือเรื่องนี้อย่างไร

    พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเจรจากับผู้ปกครองของเด็กที่เข้ามาแกล้งลูกโดยตรง เพราะอาจยิ่งทำให้ความขัดแย้งลุกลามเนื่องจากใช้อารมณ์ใส่กัน แต่ควรให้ทางโรงเรียนนัดให้หากอยากพบปะพูดคุยกับผู้ปกครองหรือเด็กเกเรคนนั้น4

    ถึงตัวเราจะอยากปรี่เข้าไปทำโทษเด็กที่มาแกล้งลูกเรามากแค่ไหน แต่พ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยว่าชีวิตลูกในภายภาคหน้าจะต้องเจอกับคนนิสัยไม่ดีและความขัดแย้งอีกมากมาย วิธีที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังให้เค้ารู้จักจัดการความรู้สึกที่ไม่ดีนัก และรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ให้ได้ด้วยตัวเองค่ะ

อ่านต่อ
เกเร? ก้าวร้าว? ถึงคราวงานเข้า เมื่อลูกเราไปแกล้งเพื่อน

 

อ้างอิงจาก

  1. พ.ญ. ปรานี ปวีณชนา, จิตวิทยากับหมอแมวน้ำ : ทำอย่างไร..เมื่อเด็กๆ ถูกเพื่อนแกล้ง, ประชาชาติธุรกิจ, 19 มี.ค. 2559, https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1458281972
  2. Bullying: Help your child handle a bully, Mayo Clinic, 26 Aug 2016, https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/childrens-health/in-depth/bullying/art-20044918
  3. Signe Whitson L.S.W., 5 Do’s and Don’ts of Helping Kids Handle Bullying, Psychology Today, 23 Jan 2016, https://www.psychologytoday.com/us/blog/passive-aggressive-diaries/201601/5-do-s-and-don-ts-helping-kids-handle-bullying
  4. เมื่อลูกถูกรังแก..พ่อแม่จะช่วยอย่างไร, Manager Online, 19 ธ.ค. 2551, http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9510000149098
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending