LOADING

Type to search

แก้ปัญหาลูกนอนหลับไม่สนิท พิชิตอาการโยเยก่อนเข้านอน!

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ต้องเหนื่อยกับการสู้รบตบมือและเคี่ยวเข็ญเด็กๆ ให้เข้านอนทุกคืน โปรดฟังทางนี้! เพราะ My Honey Bun เข้าใจคุณดี จึงได้รวมตัวช่วยวิธีทำให้เวลาเข้านอนของหนูๆ เป็นเรื่องกล้วยๆ ด้วยหลากหลายเทคนิคช่วยแก้ปัญหาเด็กไม่ยอมเข้านอน ลูกนอนหลับไม่สนิท และนอนไม่พอจนเหนื่อยอ่อนระหว่างวัน

พ่อแม่เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เด็กพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพ เพราะการนอนหลับอย่างเพียงพอมีประโยชน์มหาศาลต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เด็กเติบโตอย่างสมวัย ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรค ทั้งยังสุขภาพจิตแจ่มใส โดยการนอนไม่พออาจส่งผลให้เด็กมีอุปสรรคด้านการควบคุมอารมณ์ ไม่ค่อยมีสมาธิ และเสี่ยงต่อการมีปัญหาน้ำหนักเกินด้วย1

รวม 7 เทคนิค พิชิตปัญหาลูกนอนหลับไม่สนิท

  1. สร้างกิจวัตรในการเข้านอน
  2. การสร้างกิจวัตรในการเข้านอน จะเป็นการฝึกฝนเด็กให้รู้จักเวลา ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณให้ร่างกายของลูกเตรียมพร้อมสำหรับการนอนอีกด้วย โดยเด็กแต่ละคนและครอบครัวแต่ละบ้านจะเหมาะกับกิจวัตรที่แตกต่างกัน แต่ไกด์ไลน์คร่าวๆ อาจเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน ใส่ชุดนอน และฟังนิทานก่อนนอน ซึ่งหากไม่นับการอาบน้ำ ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ไม่ควรนานเกิน 30 นาทีค่ะ1


  3. เวลานอนคือเวลานอน
  4. กิจวัตรในการเข้านอนนั้นรวมไปถึงการกำหนดช่วงเวลาที่ลูกต้องเข้านอน เช่น พอถึงสามทุ่ม แม่จะปิดไฟส่งลูกเข้านอน โดยพ่อแม่ต้องพยายามใจแข็งไม่ตามใจเมื่อลูกอ้อนขอให้อ่านหนังสือให้ฟังอีกเล่มหรือขอเล่นอีกสักนิด เพราะจะส่งผลให้เวลาเข้านอนและตื่นนอนของลูกผิดเพี้ยนไป

    การกำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่น อาจตั้งไว้คร่าวๆ และพาเด็กเข้านอนหรือปลุกลูกให้ได้ภายในกรอบ 1 – 2 ชั่วโมงของเวลาที่ตั้งไว้2 ซึ่งต้องทำทั้งในวันธรรมดาและวันหยุดนะคะ ร่างกายเด็กจะได้เริ่มสร้างรูปแบบการนอน-ตื่นอย่างเป็นระบบ

    อ่านต่อ
    พ่อแม่ขอยึดคืนพื้นที่! ด้วย 5 ขั้นตอนช่วยแยกห้องนอนกับลูก

  5. สร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม
  6. ลองตรวจสอบปัจจัยเหล่านี้เพื่อเช็กว่าปัจจุบันห้องนอนของลูกเอื้อต่อการนอนหลับที่ดีหรือยัง

    • แสง: ห้องนอนที่มืดจะส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่าได้เวลาสำหรับการนอนแล้ว อย่างไรก็ดี หากลูกกลัวความมืด พ่อแม่อาจเปิดไฟไนท์ไลท์หรือเปิดไฟด้านนอกแล้วแง้มประตูห้องนอนไว้ก็ได้
    • เสียง: ห้องนอนที่เงียบจะเอื้อต่อการนอน แต่สำหรับเด็กบางคนอาจไม่ชอบห้องนอนที่เงียบไป จึงอาจต้องใช้เครื่องไวท์นอยซ์หรือเปิดเพลงเบาๆ กล่อมก่อนนอน
    • อุณหภูมิ: ควรมีอุณหภูมิที่เย็นกำลังดี ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป
    • กลิ่น: หากลูกนอนยาก อาจใช้สเปรย์กลิ่นหอมเพื่อช่วยสร้างความผ่อนคลายให้ลูกหลับง่ายขึ้น โดยยังสามารถใช้การฉีดสเปรย์นี้เป็นการปลอบให้ลูกหายกลัว ด้วยการบอกว่าเป็นสเปรย์ไล่ฝันร้ายก็ได้ค่ะ
    • ของชิ้นโปรด: หนึ่งในสาเหตุที่เด็กมักงอแงเมื่อได้เวลาเข้านอน ก็เป็นเพราะการเข้านอนหมายถึงการต้องอยู่คนเดียวและห่างจากพ่อแม่ จึงสามารถช่วยให้ลูกรู้สึกสบายใจและปลอดภัยขึ้นด้วยการให้ลูกมีของชิ้นโปรด อาทิ ตุ๊กตา หรือผ้าห่มที่ชอบค่ะ
    ลูกนอนหลับไม่สนิท-ตุ๊กตาหมี
  7. ลดเวลานอนกลางวัน
  8. พยายามจัดเวลาให้เด็กเก็บชั่วโมงนอนอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย กล่าวคือ3
    • เด็กอายุ 3 – 5 ปี: ประมาณ 11 – 13 ชั่วโมง ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะเลิกนอนกลางวันเมื่ออายุประมาณ 5 ขวบ
    • เด็กอายุ 6 – 13 ปี: ประมาณ 9 – 11 ชั่วโมง
    • เด็กอายุ 14 ปีขึ้นไป: ประมาณ 8 – 10 ชั่วโมง โดยเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เด็กส่วนใหญ่จะนอนดึกขึ้นเนื่องจากนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) จะเปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น
    พ่อแม่ควรพยายามจัดเวลานอนกลางวันของลูกเพื่อไม่ให้มาเป็นอุปสรรคในการนอนช่วงกลางคืน โดยในเด็กเล็ก ไม่ควรให้ลูกงีบหลับใกล้กับเวลานอนกลางคืนจนเกินไป และในเด็กที่อายุเกินกว่า 5 ขวบ ก็ควรเลิกให้นอนกลางวัน (หากลูกยังง่วงเหงาหาวนอน แสดงว่าเด็กอาจไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในช่วงกลางคืน) แต่ถ้าลูกต้องการพักจริงๆ ก็ควรให้นอนช่วงบ่ายแก่ๆ และไม่เกิน 30 นาที

    อ่านต่อ
    ส่องสาเหตุลูกไม่ยอมนอนกลางวัน พร้อมวิธีรับมืออย่างอยู่หมัด!
    9 แอปทีเด็ดสำหรับพ่อแม่ แก้ปัญหาลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน

  9. ห่าง “หน้าจอ” ก่อนเข้านอน
  10. เมื่อถึงเวลากลางคืน ร่างกายจะผลิตเมลาโทนิน (Melatonin) ที่จะทำให้รู้สึกง่วงและอยากนอน แต่การจ้องหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ อย่างมือถือ แท็บเล็ต วิดีโอเกม รวมไปถึงทีวี จะไปรบกวนกระบวนการสร้างเมลาโทนินของสมอง ทำให้นอนได้ยากขึ้น (โดยเฉพาะในเด็กซึ่งสมองและระบบการมองเห็นยังคงพัฒนาอยู่ แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะยิ่งทำให้เมลาโทนินลดต่ำลงถึง 2 เท่า)4 จึงมักแนะนำให้เด็กหยุดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนค่ะ5

    ลูกนอนหลับไม่สนิท-ติดโทรศัพท์
  11. ทานของว่างช่วยนอน
  12. หนึ่งในเหตุผลที่ลูกนอนหลับไม่สนิทอาจมาจากความหิวในช่วงค่ำคืน จึงสามารถให้เด็กทานของว่างได้ในช่วงเย็น โดยไม่ควรเป็นมื้อหนักหรือใกล้กับเวลานอนเกินไป

    มีอาหารบางประเภทที่มีส่วนช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น อย่างอาหารที่มีทริปโตเฟน (Tryptophan) กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีผลทำให้ง่วงนอน พบในนม โยเกิร์ต ชีส เนยถั่ว กล้วย ไข่ ปลาทูน่า เป็นต้น4

  13. รับมือกับปัญหาต่างๆ
  14. วิธีสังเกตว่าลูกของเรานอนพอหรือไม่ ให้ลองสังเกตว่าเด็กสามารถหลับภายในเวลา 15 – 30 นาที ตื่นตามเวลาได้โดยไม่มีปัญหามากนัก และไม่ง่วงเหงาหาวนอนระหว่างวัน1

    หากลูกมีปัญหาในการเข้านอนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้านอนยาก ตื่นบ่อยช่วงกลางคืน นอนกรน นอนกระตุก หายใจแรงตอนนอน หรือแม้แต่การฉี่รดที่นอน พ่อแม่อาจต้องหาต้นตอและแก้ปัญหานั้นเป็นจุดๆ หรือลองปรึกษากับแพทย์ค่ะ
ลูกนอนหลับไม่สนิท-เด็กหลับ

ช่วยทำให้เด็กมีประสบการณ์เชิงบวกกับการเข้านอนด้วยเทคนิคด้านบน ร่วมกับการแสดงความรักกับลูก อย่างการชวนอ่านนิทานหรือโอบกอดก่อนนอน ซึ่งจะช่วยให้เด็กรู้สึกสงบ สบายใจ หลับสบาย แถมสัมผัสได้ถึงความรักจากเราอีกด้วยค่ะ

 

อ้างอิงจาก

  1. 9 Ways to Make a Child’s Bedtime Easy, WebMD, 5 Dec 2017, https://www.webmd.com/parenting/raising-fit-kids/recharge/bedtime-routine-tips#1
  2. How to sleep better: 10 tips for children, Raising Children Network, 27 Jul 2018, https://raisingchildren.net.au/toddlers/sleep/better-sleep-settling/sleep-better-tips
  3. Amanda MacMillan, Sleep Tips for Kids of All Ages, WebMD, 23 Nov 2015, https://www.webmd.com/parenting/raising-fit-kids/recharge/features/kids-sleep-tips#1
  4. Marissa Stapley Ponikowski, 6 ways to help your child get a good night’s sleep, Today’s Parent, 2 Nov 2017, https://www.todaysparent.com/kids/kids-sleep/
  5. 10 Tips to Get Your Kids to Sleep, Healthline, 25 Oct 2017, https://www.healthline.com/health/tips-get-your-kids-sleep
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending