LOADING

Type to search

ทำไมลูกช่างถาม? เด็กขี้สงสัยเป็นเรื่องดีหรือไม่ แล้วจะรับมือยังไงดีนะ

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

“พ่อครับ ทำไมฝนถึงตก” “แม่จ๋า หนูเกิดมาจากไหน” คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยช่างเจรจา (โดยเฉพาะเด็กอนุบาล) คงเจอการยิงคำถามรัวๆ จากลูกกันมาแล้วทั้งนั้น บางครั้งการตั้งคำถามของลูกอาจทำให้เราปวดหัว ทั้งคำถามที่ยากระดับปริญญาโท หรือคำถามชวนอึกอักที่มาในเวลา น่าอาย แต่ทราบไหมคะว่าความอยากรู้อยากเห็นของเด็กนั้นมีประโยชน์กว่าที่เราคิด วันนี้ My Honey Bun เลยมีคำแนะนำในการรับมือกับเด็กขี้สงสัย รวมทั้งการปลูกฝังนิสัยช่างซักถามเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูกด้วย

ทำไมเด็กขี้สงสัย? เพราะอะไรลูกถึงเป็นเจ้าหนูจำไม?

พ่อแม่บ้านไหนก็คงอยากให้ลูกเป็นเด็กช่างพูดช่างซัก แต่บางทีการตั้งคำถามของเจ้าหนูก็มาในจังหวะที่โหดร้ายกับผู้ปกครองเสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะโพล่งคำถามประหลาดตอนอยู่ต่อหน้าผู้คน หรือยิงมารัวๆ จนกลายเป็นมหากาพย์แห่งคำถาม ซึ่งก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจถึงที่มาของความเป็นเด็กขี้สงสัยนี้ ด้วยการลองมองโลกในสายของลูกก่อน ว่าทุกอย่างช่างแปลกใหม่และตื่นตา จึงเป็นธรรมดาที่ลูกต้องอยากรู้ที่มาที่ไปและตั้งคำถามกับพ่อแม่ที่เค้าคิดว่ารู้ดีที่สุด แถมการตั้งคำถามของลูกก็ไม่ได้เพื่อตั้งใจกวนหรือทำให้เรารำคาญแต่อย่างใดค่ะ

เด็กขี้สงสัย-เด็กช่างถาม

นอกจากนี้ การตั้งคำถามของเด็กยังเป็นส่วนหนึ่งในพัฒนาการของเค้าด้วย เพราะการที่เด็กขี้สงสัยก็เท่ากับว่าเด็กสนใจความเป็นไปของสิ่งรอบตัว และมีระบบการคิดที่ต้องตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งคำถามยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาระบบการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล มีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)1 ทั้งยังส่งเสริมให้ลูกมีนิสัยเป็นคนใฝ่รู้ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนของลูก2 พ่อแม่จึงควรเห็นความสำคัญของการตั้งคำถามของเด็ก พร้อมช่วยตอบคำถามและกระตุ้นให้ลูกเป็น “เด็กขี้สงสัย” เพื่อประโยชน์กับตัวเค้าเองค่ะ

อ่านต่อ
เก่ง ดี แถมมีความสุข! ด้วย 7 วิธีเพิ่ม EQ เด็กแบบง่ายๆ
ง่ายกว่าที่คิด วิธีการเลี้ยงลูกให้ EQ สูงเฟร่อ! ล้มแล้วลุกเองเป็น

ทำอย่างไรให้ลูกรู้จักสงสัยและตั้งคำถาม?

  1. เห็นความสำคัญของการตั้งคำถามของลูก
  2. การทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ลูกได้จากการตั้งคำถาม จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติจากเดิมที่เราอาจรู้สึกเหนื่อยหรือรำคาญที่ต้องมาคอยตอบทุกคำถามของลูก โดยเมื่อลูกสงสัยอะไร พ่อแม่ไม่ควรแสดงท่าทีหงุดหงิดหรือต่อว่าลูก เพราะการปล่อยให้เด็กขี้สงสัย รู้จักตั้งคำถาม และแสดงความสนใจในคำถามที่เค้ามี จะปลูกฝังให้ลูกมีวิธีการคิดที่เป็นระบบ ซึ่งนี่ยังเป็นขั้นตอนแรกของการคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ที่สร้างความก้าวหน้าต่อโลกของเราอีกด้วย3

    เด็กขี้สงสัย-วัยอยากรู้
  3. ไม่ต้องตอบทั้งหมด
  4. ตอบคำถามของเด็กด้วยคำพูดสั้นๆ ง่ายๆ และสมกับวัยของลูก โดยไม่จำเป็นต้องตอบให้ครอบคลุมทั้งประเด็นก็ได้ การทำแบบนี้จะเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดตามเราและตั้งคำถามในเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นเองค่ะ

  5. ตอบไม่ได้ = ไม่เป็นไร
  6. ปัญหาใหญ่ที่มาจากการช่างซักถามของลูกก็คือเด็กมักโพล่งคำถามออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าผู้คนหรือระหว่างที่พ่อแม่กำลังทำงานอยู่ ส่วนอุปสรรคอีกข้อก็คือการมีคำถามในเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าที่พ่อแม่จะหาคำตอบได้ (ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราเห็นจนเคยชิน แต่ก็ไม่เคยนึกสงสัยหรือตั้งคำถาม) เช่น ทำไมฟ้าร้องตอนฝนตก เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างไร เป็นต้น

    เมื่อลูกมาถามในเวลาที่ไม่สะดวก หรือตั้งคำถามที่เราเองก็ตอบไม่ได้ พ่อแม่ควรบอกลูกอย่างใจเย็นว่าเดี๋ยวจะกลับมาตอบ ไม่ก็ชวนลูกไปหาคำตอบด้วยกัน1 จะด้วยวิธีเซิร์จในอินเทอร์เน็ตหรือซื้อหนังสือแล้วมานั่งอ่านร่วมกันเพื่อเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ที่เราจะได้ทำร่วมกับลูกด้วย

    เด็กขี้สงสัย-มีคำถาม
  7. หาเวลาทำกิจกรรมใหม่ๆ ด้วยกัน
  8. การมีกิจวัตรเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเด็ก แต่บางครั้งพ่อแม่ก็สามารถเปลี่ยนกิจวัตรที่เคยทำหรือชวนลูกไปทำอะไรใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นสมองและทำให้เด็กเกิดความสงสัย เช่น ชวนลูกทำกับข้าวหรืออบเค้ก ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นตาสำหรับเด็ก การทำแบบนี้จะทำให้เด็กเข้าใจถึงกระบวนการของการสร้างผลงานที่เค้าเห็นอยู่ทุกวัน (กับข้าว เค้ก ฯลฯ) เป็นการเปิดหูเปิดตา และสร้างโอกาสให้ลูกได้ตั้งคำถามระหว่างที่ทำกิจกรรมนั้น2

    นอกจากการชวนลูกทำกิจกรรมใหม่ๆ พ่อแม่ยังสามารถลองเล่านิทานแล้วให้ลูกคิดเรื่องต่อไปจนจบ หรือจะพาลูกไปเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้วยการพาเด็กไปทานอาหารจากชาติอื่น4 และพาลูกไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ก็จะเป็นการช่วยเปิดโลกและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นให้ลูกได้ค่ะ

    เด็กขี้สงสัย-ลูกกับแม่
  9. ตั้งคำถามลูกเองซะเลย
  10. พ่อแม่ยังสามารถตอบคำถามลูกด้วยคำถามเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของนิสัยช่างสงสัย เสริมสร้างการคิดแบบวิพากษ์ การหาคำตอบอย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังเป็นรากฐานของพัฒนาการด้านสังคมอารมณ์ และภาษาอีกด้วย

    เมื่อเห็นอะไรที่น่าสนใจ พ่อแม่อาจหันไปตั้งคำถามกับลูก หรือตอบคำถามของลูกด้วยคำถาม เช่น ถ้าลูกถามว่า “ทำไมเด็กคนนั้นถึงร้องไห้” เราอาจถามกลับไปว่า “ลูกคิดว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงร้องไห้ล่ะจ๊ะ” เพื่อกระตุ้นให้เด็กรู้จักคิดหาเหตุผลและฝึกฝนทักษะการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ด้วยค่ะ
เด็กขี้สงสัย-เด็กผู้หญืง 

อ้างอิงจาก

  1. How to Encourage Children to Ask Questions, wikiHow, https://www.wikihow.mom/Encourage-Children-to-Ask-Questions
  2. Maria Onzain, 13 Ways To Encourage Curiosity In Children That Most Parents Ignore, Lifehack, https://www.lifehack.org/444453/13-ways-to-encourage-curiosity-in-children-that-most-parents-ignore
  3. ดร.นัฐพร โอภาสานนท์, เจ้าหนูจำไม, S-MomClub, 13 มี.ค. 2017, https://www.s-momclub.com/th/toddler/1/เจ้าหนูจำไม
  4. Jennifer Kelly Geddes, 5 Ways to Encourage Your Child’s Curiosity, Parenting, https://www.parenting.com/article/5-ways-to-encourage-your-childs-curiosity
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending