LOADING

Type to search

ช่วยลูกพัฒนาสมอง สร้างศักยภาพใหม่ รองรับอาชีพในอนาคต!

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ทุกคนน่าจะจำบทเรียนวิทยาศาสตร์คร่าวๆ ได้ว่าสมองของมนุษย์เรามีสองซีก คือซ้ายและขวา และอาจนึกออกลางๆ ว่าสมองทั้งสองฝั่งมีระบบการทำงานที่แตกต่างกัน อย่างที่เคยท่อง “ซ้าย = เหตุผล, ขวา = อารมณ์” เราใช้สมองทั้งสองซีกในการดำเนินชีวิต ผ่านการส่งข้อมูลของเซลล์ประสาท แต่จะมีฝั่งหนึ่งที่เรา “ถนัด” มากกว่า ซึ่งในคนส่วนใหญ่จะเป็นสมองซีกซ้าย

แม้ผลจากการทำงานของสมองซีกขวา (เช่น งานศิลปะ ดนตรี) จะเคยถูกมองว่าไม่ค่อยมีประโยชน์ ไม่สามารถเทียบเท่ากับผลงานจากสมองซีกซ้าย (เช่น การคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยเรื่องผลการเรียน) แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีการหันมาสนใจการฝึกสมองซีกขวามากขึ้น เพราะเชื่อว่านอกจากจะเป็นการช่วยสร้างศักยภาพใหม่ๆ ยังเป็นการคืนความสมดุลให้ชีวิตอีกด้วย

ซ้าย vs. ขวา ต่างกันอย่างไร

สมองเป็นหน่วยบัญชาการของร่างกายที่จะสั่งให้เราคิด รู้สึก หรือทำอะไรสักอย่าง โดยแบ่งออกเป็นซีกซ้ายและขวา มีลักษณะการทำงานและรับรู้ที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี สมองทั้งสองฝั่งจะทำงานร่วมกันและรับส่งข้อมูลซึ่งกันและกันอยู่เสมอ และแทบไม่มีกิจกรรมใดเลย ที่ต้องการการใช้สมองเพียงแค่ซีกเดียว1

นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันมักไม่เห็นด้วยกับการเจาะจงว่าสมองซีกไหนรับผิดชอบเรื่องใด แต่จะหันไปอธิบายว่าสมองซีกไหนถนัดเรื่องใดมากกว่า

สมองซีกซ้ายสมองซีกขวา
*ควบคุมร่างกายฝั่งขวา = ถนัดมือขวา*ควบคุมร่างกายฝั่งซ้าย = ถนัดมือซ้าย
คิดเป็นระบบ ลำดับ และคำพูดรู้สึก และรับรู้ผ่านการมองเห็น
ชอบคิดวิเคราะห์ชอบคิดสร้างสรรค์
โฟกัสข้อเท็จจริงและเหตุผลโฟกัสที่ความรู้สึกและสัญชาตญาณ
มองเห็นรายละเอียดมองเห็นภาพรวม
สนใจอดีต-อนาคต และความเป็นไปได้สนใจปัจจุบัน และจินตนาการ
ถนัดด้านการใช้ภาษา เช่น อ่าน เขียน รวมทั้งคำนวณ วิทยาศาสตร์ถนัดการแสดงออก เช่น วาดภาพ เล่นดนตรี เต้นรำ

เมื่อระบบการศึกษาสร้างแต่มนุษย์ซีกซ้าย…

ในวัยก่อนเข้าโรงเรียน พัฒนาการของเด็กจะบ่งชี้ว่าเด็กถนัดการใช้สมองซีกใดมากกว่ากัน (โดยเด็กส่วนใหญ่จะถนัดใช้สมองซีกขวา เนื่องจากเรียนรู้ผ่านการเล่น ที่เปิดกว้างเรื่องจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์) แต่เมื่อถูกส่งเข้าโรงเรียน ระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมจะทำให้สมองค่อยๆ ปรับตัว จนเด็กกลายเป็น “มนุษย์ซีกซ้าย” ด้วยหลายเหตุผลด้วยกัน อาทิ

  • หลักสูตรวิชาเรียนที่มีลำดับขั้น เซอร์ เคน โรบินสัน นักการศึกษาชาวอังกฤษ เคยกล่าวในงาน TED Talks ว่าระบบการศึกษาทำให้นักเรียนขาดความคิดสร้างสรรค์ เพราะการให้คุณค่าแต่ละวิชาไม่เท่ากัน2 เช่น ให้วิชาเลขหรือวิทยาศาสตร์ สำคัญกว่าวิชาศิลปะ ทั้งจำนวนคาบเรียน หน่วยกิต หรือค่าความสำคัญ ทำให้เด็กต้องเรียนแต่วิชาหลักๆ ที่สังคมเชื่อว่าจะการันตีถึงอาชีพการงานในอนาคต
  • การวัดผล การวัดผลเป็นคะแนนสอบทำให้นักเรียนต้องมุ่งมั่นทำเกรดให้ดี จนไม่หันไปสนใจการพัฒนาสมองและร่างกายในด้านอื่นๆ
  • ครูอาจารย์ ปัญหาสัดส่วนนักเรียนที่มีจำนวนมาก ทำให้ผู้สอนไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง เมื่อเด็กมีปัญหาในการเรียน ก็มักจะถูกมองว่าไม่ฉลาด โดยไม่มีการใส่ใจอย่างใกล้ชิดว่าเด็กอาจมีปัญหาเรื่องคิดวิเคราะห์ และมีระบบความคิดเป็นภาพ เพราะถนัดใช้สมองซีกขวามากกว่า

นอกจากปัญหาที่โรงเรียนแล้ว ผู้ปกครองบางคนก็อาจมีส่วนทำให้สมองซีกขวาของเด็กไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการที่พ่อแม่มักบังคับให้เด็กที่ถนัดมือซ้าย (ซึ่งแปลว่าเด็กถนัดใช้สมองซีกขวา) มาใช้มือขวาให้ได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่แพร่หลายในสังคม ทั้งยังห่วงว่าอาจเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตในอนาคต

ฝึกสมองซีกขวา ช่วยพัฒนาศักยภาพใหม่ แถมคืนสมดุลให้ชีวิต

การใช้สมองก็เหมือนกับการออกกำลังกาย เพราะเป็นการฝึกให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และทำให้ข้อมูลเดินทางได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด ดังนั้น ทั้งคุณและลูกน้อยจึงควรได้รับการฝึกสมองทั้งสองซีก เพื่อเป็นการอันล็อกความสามารถใหม่ๆ แถมยังช่วยป้องกันอาการอัลไซเมอร์เมื่ออายุมากขึ้นได้อีกด้วย

1. กระตุ้นสมองอยู่เสมอ

เรียนรู้อยู่เสมอเพื่อไม่ปล่อยให้สมองอยู่นิ่ง ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการอ่านหนังสือ จดบันทึก เล่นเกมฝึกเชาวน์อย่างอักษรไขว้หรือซูโดกุ รวมทั้งบอร์ดเกม หรือการ์ดเกม1

2. หางานอดิเรกที่จะช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์

ลองหากิจกรรมที่จะกระตุ้นสมองซีกขวาซึ่งถนัดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ อาทิ วาดรูป หรือหัดเล่นเครื่องดนตรี โดยอาจไปลงคลาสเรียนหรือหัดเองที่บ้านก็ได้

3. ขยับให้ต่างออกไป

ฝึกสมองด้วยการฝึกกล้ามเนื้อร่างกาย เช่น หัดใช้มือข้างที่ไม่ถนัด3 ลองเซ็นชื่อตัวเองหลายๆ รูปแบบ (แบบใช้กระจกส่อง กลับหัว ซ้ายไปขวา ฯลฯ) เรียนโยคะ หรือหัดเต้นในท่าที่ไม่เคย4

4. ยื่นสีให้ลูก

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กบางคนก็ไม่ชอบวาดรูป!?! เด็กที่ถนัดใช้สมองซีกซ้ายมากๆ จะรู้สึกว่าการวาดรูปเล่นเป็นเรื่องเสียเวลา และด้วยรูปแบบความคิดเป็นลำดับ เด็กจึงไม่สามารถปล่อยให้ตนเองวาดภาพจากจินตนาการได้อีกด้วย

ฝึกสมองให้เจ้าหนูนักคิดด้วยการยื่นอุปกรณ์การวาดภาพให้เค้า แล้วบอกให้วาดหรือขีดเขียนอะไรก็ได้ตามความรู้สึก ไม่ต้องคิดวิเคราะห์หาเหตุผลหรืออ้างอิงจากภาพความเป็นจริง รวมถึงสนับสนุนให้ลูกมีอิสระอย่างเต็มที่ สร้างผลงานแบบไม่ต้องกลัวผิดหรือออกมาไม่สวย โดยอาจเปิดเพลงคลอเพื่อกระตุ้นสมองและช่วยให้ลูกผ่อนคลาย5

5. แพ็กกระเป๋าออกเที่ยว

นักประสาทกายวิภาคศาสตร์จิลล์ บอลเต้ เทเลอร์ จำแนกความต่างของสมองทั้งสองซีกโดยบอกว่า สมองซีกซ้ายจะมอง “ตัวฉัน” (I am) ซึ่งคือการตระหนักรู้ถึงความคิดของตน ส่วนสมองซีกขวาคือ “พวกเรา” (We are) ซึ่งการมองออกไปสู่โลกที่มีคนมากมาย6

การออกจากที่ที่คุ้นเคยด้วยการไปเที่ยว จึงจะช่วยฝึกสมองซีกขวาด้วยการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมถึงสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง

6. คุยกับตัวเอง

สำหรับคนที่ถนัดมือขวา ลองเขียนถามตัวเองง่ายๆ ว่า “เป็นยังไงบ้าง?” แล้วใช้มือซ้าย (ซึ่งถูกควบคุมโดยสมองซีกขวา) ตอบคำถาม นี่เป็นการกระตุ้นให้สมองซีกขวาได้คิดและทำงาน แถมคุณอาจจะได้คำตอบแปลกใหม่ ที่ไม่คิดว่าจะเกิดมาจากสมองตัวเองด้วย4

7. นั่งสมาธิ

การเรียนและการทำงานส่วนใหญ่จะเน้นการใช้สมองซีกซ้าย ซึ่งหากใช้งานมากไปก็อาจเกิดอาการเหน็ดเหนื่อย เครียด จนเบิร์นเอาท์หมดแรงไปเลยก็ได้

พักการใช้สมองซีกซ้ายลงบ้างด้วยการนั่งสมาธิและปล่อยใจให้สงบ ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรทั้งสิ้น ลองอยู่เงียบๆ กับตัวเองสักพัก แล้วคุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้น

8. ออกกำลัง & เลี่ยงจังก์ฟู้ด

การออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใส และได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการพัฒนาสมอง1

สมองทั้งสองซีกต่างมีความสำคัญ ความรู้ในห้องเรียนและความคิดสร้างสรรค์ก็เช่นกัน ดังนั้น นอกจากคุณพ่อคุณแม่จะคอยโฟกัสแต่ผลการเรียนและทักษะการคิดวิเคราะห์ของลูก ก็ควรหันมาใส่ใจการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการเติบโตทางอารมณ์ของลูกเช่นกัน เพื่อช่วยเค้าเทรนสมองให้แข็งแรงครบทุกด้าน ให้โอกาสความสนใจที่หลากหลาย รวมถึงเปิดรับความสามารถใหม่ๆ ค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Left Brain vs. Right Brain: What Does This Mean for Me?, Healthline, https://www.healthline.com/health/left-brain-vs-right-brain
  2. Do schools kill creativity? by Sir Ken Robinson, TED Talks, https://www.youtube.com/watch?v=iG9CE55wbtY
  3. Minda Zetlin, This 12-Minute Animation Will Help You Use Your Brain Better, 5 Jan 2016, INC., https://www.inc.com/emily-canal/30-under-30-2018-helloava.html
  4. Martha Beck, Creativity Boost: How to Tap into Right-Brain Thinking, The Oprah Magazine, Nov 2009, http://www.oprah.com/spirit/how-to-tap-into-the-right-side-of-your-brain-martha-beck-advice
  5. Sarah Lipoff, Right Brain or Left Brain: Children and Creativity, Funderstanding, 26 Apr 2011, http://www.funderstanding.com/theory/child-development/right-brain-vs-left-brain-children-and-creativity/
  6. My stroke of insight by Jill Bolte Taylor, TED Talks, https://www.youtube.com/watch?v=UyyjU8fzEYU
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending