LOADING

Type to search

สอนลูกเรื่องสิทธิร่างกาย ป้องกันภัยการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

“การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก” เป็นเรื่องน่ากลัวที่คงไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยากนึกถึง และไม่มีใครคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับลูกเราได้ แต่จากข้อมูลศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่ามีสถิติการรับแจ้งกรณีเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 – 29 ส.ค. 2561 จำนวนถึง 419 คน โดยมีทั้งการถูกกระทำจากคนในครอบครัวและนอกครอบครัว1

เราไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาให้คุณพ่อคุณแม่กลัวแต่อย่างใด เพียงแค่อยากชวนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการสอนลูกเรื่องสิทธิทางร่างกายที่เค้าควรรู้ นั่นรวมไปถึงการดูแลตัวเองและการระวังภัยจากเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการถูกทำร้าย ถูกล่วงละเมิดแล้ว ยังเป็นพื้นฐานของความเข้าใจเรื่องเพศและประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วยนะคะ

ไม่ยากสักนิด! กับ 9 ทริคช่วยลูกเข้าใจเรื่องสิทธิร่างกายและรู้จักดูแลตัวเอง

ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สอนเรียกอวัยวะ
  1. สอนชื่อเรียกอวัยวะต่างๆ
    ในวัยหัดเดิน จะเป็นช่วงที่เด็กกำลังสนใจร่างกายตัวเอง พ่อแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ในการปูพื้นฐานความเข้าใจด้วยการสอนชื่อเรียกอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอย่างตรงไปตรงมา เลี่ยงการใช้คำน่ารักๆ เมื่อพูดถึงอวัยวะเพศ เพราะจะทำให้เด็กสงสัยและคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องต้องห้ามหรือน่าอาย

    สิ่งที่สำคัญคือการเริ่มต้นด้วยแนวคิดเชิงบวกเกี่ยวกับร่างกายของลูก อย่างไรก็ดี เมื่อเด็กโตขึ้นแล้ว พ่อแม่อาจค่อยทำความเข้าใจกับลูกก็ได้ว่าหากอยู่ในที่สาธารณะ เราอาจต้องเลี่ยงไปใช้คำที่สุภาพแทนที่การเรียกชื่อจริงของอวัยวะนั้น ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สอนส่วนสงวน
  2. อธิบายเรื่องส่วนสงวนของร่างกาย
    อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าร่างกายเรามีส่วนสงวน ซึ่งเป็นส่วนที่ “ใส่ชุดว่ายน้ำทับไว้” โดยลูกต้องดูแลส่วนสงวนนั้นไม่ให้ใครเห็นและห้ามใครจับเด็ดขาด ยกเว้นแต่พ่อแม่ในกรณีที่ช่วยทำความสะอาด และคุณหมอหรือพยาบาลซึ่งจะช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ ถึงอย่างนั้น คุณหมอจะจับส่วนสงวนได้ก็ต่อเมื่อมีพ่อแม่อยู่ด้วยหรือเมื่อขออนุญาตก่อนเท่านั้น2

    ในช่วงแรกๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคนอาบน้ำทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นให้ลูกอยู่แล้ว แต่อย่าลืมค่อยๆ หัดให้ลูกทำเองให้ได้ แล้วจึงถอยมาเป็นคนคอยเช็กความสะอาด ก่อนวางมือให้ลูกทำเองทั้งหมด เพื่อค่อยๆ สอนให้เค้าเข้าใจว่านั่นเป็นส่วนที่เค้าต้องดูแลด้วยตัวเองค่ะ3 ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-แยกยะสัมผัส
  3. ช่วยให้ลูกเข้าใจ “สัมผัสที่ดี”
    ผู้ปกครองอาจชวนลูกลิสต์การสัมผัสทั้งหมดที่ลูกชอบและไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นการกอด หอม จูบ นั่งตัก ลูบหัว ตีก้น ฯลฯ แล้วลองถามลูกว่าการสัมผัสแบบไหนที่เหมาะสมกับใคร ทำไมลูกจึงชอบ-ไม่ชอบสัมผัสแบบนี้ โดยพยายามทำให้เป็นเรื่องสนุกเหมือนการเล่นเกมค่ะ ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-ไม่เก็บความลับ
  4. การแตะต้องตัวต้องไม่ใช่ความลับ!
    คนไม่ดีมักใช้เทคนิคนี้ในการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่อายุยังน้อยอยู่ โดยมักขู่หรือโน้มน้าวให้เด็กเก็บเรื่องไว้เป็นความลับ เราจึงควรสอนว่าการสัมผัสหรือแตะต้องตัวกันถือเป็นเรื่องเปิดเผยและลูกไม่ควรเก็บเป็นความลับเด็ดขาด นอกจากจะเป็นการช่วยเน้นย้ำเรื่อง “สัมผัสที่ไม่ดี” แล้ว ยังเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันสำหรับลูกไม่ให้ถูกเพื่อนหรือแฟนฉวยโอกาสในอนาคตด้วยค่ะ4 ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-ปฏิเสธให้เป็น
  5. ปลูกฝังให้เด็กรู้จักปฏิเสธ
    เด็กควรเข้าใจว่าร่างกายเป็นของเค้า และตัวเค้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธสัมผัสที่ไม่ชอบใจ เช่น ไม่ให้คุณตากอด ไม่ให้พี่สาวจั๊กจี้ เป็นต้น โดยพ่อแม่ควรสอนให้เด็กรู้จักการปฏิเสธอย่างสุภาพแต่หนักแน่น หรือเลี่ยงไปใช้สัมผัสรูปแบบอื่น เช่น เมื่อคุณลุงขอหอมแก้ม อาจกอดหรือไฮไฟว์คุณลุงแทน

    พ่อแม่ควรต้องห้ามใจไม่ไปบังคับลูกเพราะไม่อยากดูเสียมารยาทหรือหยาบคายนะคะ เพราะการสอนเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ ให้รู้จักปฏิเสธและรู้สึกว่ามีอำนาจเหนือร่างกายตนเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งยังเป็นรากฐานที่จะช่วยป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศเด็กได้เป็นอย่างดี2


  6. ให้เกียรติร่างกายซึ่งกันและกัน
    เมื่อลูกเข้าใจสิทธิทางร่างกายของตัวเอง ก็ต้องเคารพสิทธิทางร่างกายของคนอื่นเช่นกัน เด็กจึงไม่ควรไปแตะต้องของสงวนของเพื่อนหรือแม้แต่บังคับให้เพื่อนยอมทำอะไรที่ไม่ยินยอมหรือสะดวกใจที่จะทำ อีกทั้งลูกยังต้องเข้าใจด้วยว่าเมื่ออีกฝ่ายพูดว่า “ไม่” หรือ “หยุด” ลูกจะต้องให้เกียรติและทำตามที่ขอ เพราะคำว่า “ไม่” มีหมายความตามนั้นจริงๆ3 ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สอนให้ระวังตัว
  7. สอนให้เด็กระวังตัว
    อกจากการห้ามพูดคุยกับคนแปลกหน้า ห้ามรับขนมจากคนแปลกหน้า ฯลฯ เด็กยังควรรู้จักระแวดระวังภัยรอบตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยหรือในสถานที่เสี่ยง โดยพ่อแม่อาจสอนทริคเหล่านี้กับลูกก็ได้ค่ะ
    • สอนลูกว่าเมื่อมีคนแปลกหน้ามาขอลูบจับตัว ให้ลูกบอกว่าปวดท้อง และรีบมาหาพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่รู้จักในทันที4
    • สอนให้เด็กเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเอง เมื่อไหร่ที่รู้สึกแปลกๆ ให้รีบออกมาจากสถานการณ์นั้น
    • อาจมีรหัสลับที่เข้าใจกัน ให้ลูกใช้สื่อสารเมื่อเกิดอันตรายและขอความช่วยเหลือ เช่น ส่งข้อความรหัสลับมาเมื่อเจอคนไม่ดีระหว่างเข้าค่าย4
    • เมื่อลูกขอไปค้างบ้านเพื่อน ควรเช็กว่ามีใครไปบ้าง และบ้านนั้นมีคนอื่นอยู่อีกไหม5
    ทั้งนี้ พ่อแม่ยังสามารถอธิบายเรื่องระยะห่างของคนในชีวิตของเด็ก เช่น วาดเป็นวงกลมว่าคนที่อยู่บ้านเดียวกับลูกจะมีระยะใกล้ลูกที่สุด รองไปก็เป็นญาติสนิท เพื่อนที่โรงเรียน ไปเรื่อยๆ จนถึงคนแปลกหน้าที่ควรอยู่นอกวงกลม พยายามหัดให้ลูกจำแนกคนออกเป็นกลุ่ม รวมทั้งสมมุติสถานการณ์ว่าคนกลุ่มไหนสามารถทำอะไรกับลูกได้บ้าง ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-ดูแลใกล้ชิด
  8. ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด
    พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นเฮลิคอปเตอร์บินหวือๆ อยู่เหนือลูกตลอดเวลา หรือคอยจับตามองและ Track ลูกในทุกฝีก้าว แต่เราหมายถึงการใส่ใจในชีวิตประจำวันของลูกอยู่เสมอ คอยไต่ถามเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน (อย่างจริงใจนะคะ ไม่ใช่การคาดคั้นหรือสอบสวน) และมีเวลาพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ลูกทุกเมื่อ เพื่อคอยตอบข้อสงสัยของความอยากรู้ของลูกที่จะเปลี่ยนประเด็นไปเรื่อยๆ รวมทั้งเป็นคนที่ลูกจะกล้าเข้ามาเล่าเมื่อเจออะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ

    นอกจากนี้ เนื่องจากเด็กจะดูพ่อแม่เป็นตัวอย่าง จึงไม่ควรแสดงความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย หรือขว้างปาข้าวของใส่กัน เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจว่าการตอบโต้ด้วยร่างกายหรือการทำร้ายคนอื่นเป็นเรื่องปกติ6


  9. สังเกตสัญญาณความผิดปกติ
    เด็กที่กำลังมีความเสี่ยงหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วจะมีความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อาทิ มีพฤติกรรมทางเพศโตเกินวัย ใช้คำหยาบเกี่ยวกับเพศที่ไม่เคยใช้มาก่อน มีอารมณ์แปรปรวน เก็บตัว ติดใครแจเป็นพิเศษ นอนไม่หลับหรือนอนตลอดเวลา ฝันร้าย ไม่อยากกลับบ้านหรือไปโรงเรียน เป็นต้น5,7 ผู้ปกครองจึงควรคอยสอดส่องเสมอว่าลูกทำตัวแปลกไปไหม

    เราสอนลูกเรื่องความปลอดภัยตั้งมากมาย ทั้งบอกลูกให้มองซ้ายขวาก่อนข้ามถนน อย่าใช้ของมีคม ไม่ให้จับของร้อน หรือกระทั่งการเอาตัวรอดเมื่อติดในรถยนต์ แต่ทำไมถึงละเลยเรื่องความปลอดภัยทางร่างกายของลูกในแง่ทางเพศซะล่ะคะ?

    ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วว่าการล่วงละเมิดทางเพศเด็กถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ยิ่งสอนไว ยิ่งปลูกฝังตั้งแต่เด็กก็ยิ่งดี เพราะถือเป็นการให้ภูมิคุ้มกันที่ยอดเยี่ยมแก่ลูก เพื่อให้เค้ารักษาตัวเองให้ปลอดภัยอยู่เสมอ แถมยังรู้จักการปฏิเสธและเข้าใจสิทธิในร่างกายของตัวเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่สำคัญมากในการมีความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตค่ะ
 

อ้างอิงจาก

  1. พม.เผยสถิติเด็กไทย ถูกล่วงละเมิดทางเพศกว่า 400 คนต่อปี, ข่าวช่อง7สี, 30 ส.ค. 2018, http://news.chcom/detail/301206
  2. Rachele Davis and Chiu Lau, 5 Ways To Teach Our Children Body Boundaries, Fractus Learning, https://www.fractuslearning.com/teach-children-body-boundaries/
  3. 11 ข้อควรสอนเด็กอายุ 1–5 ขวบ เรื่องการเคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกาย, 3C4teen โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย, 20 ม.ค. 2015, http://3c4org/?p=1162
  4. Natasha Daniels, 10 Ways to Teach Your Child the Skills to Prevent Sexual Abuse, Child Mind Institute, https://childmind.org/article/10-ways-to-teach-your-child-the-skills-to-prevent-sexual-abuse/
  5. Patty Onderko, Tips for Child Sex Abuse Prevention, Parenting, https://www.parenting.com/article/tips-child-sex-abuse-prevention
  6. Anne Theriault, It’s never too early to teach children about consent and boundaries, The Washington Post, 13 Feb 2015, https://www.washingtonpost.com/news/parenting/wp/2015/02/13/its-never-too-early-to-teach-children-about-consent-and-boundaries/?noredirect=on&utm_term=.b6c4c2f0b386
  7. สัญญาณบอกเหตุ…เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ, ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก, 29 ก.พ. 2016, http://www.thaichildrights.org/articles/article-defence/สัญญาณบอกเหตุ-เด็กถูกล/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending