LOADING

Type to search

ผ่าคลอด ค่านิยมใหม่ของไทยใช่หรือไม่ คุณแม่อ่านก่อนตัดสินใจ

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

หนึ่งในสารพัดสิ่งที่คุณแม่มือใหม่ต้องเริ่มคิดในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ ก็คือวิธีการคลอดลูกนั่นเองค่ะ สำหรับบางคนนั้นนับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องคิดหนักเลยทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่มีทางเลือก คือทั้งแม่และลูกแข็งแรงและปกติดี  สามารถเลือกที่จะผ่าคลอดก็ได้หรือคลอดเองก็ได้ แล้วจะเลือกวิธีคลอดอย่างไร หรือทำไมต้องพิจารณา และตัดสินใจ คำตอบก็คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวคุณแม่ คุณลูก และครอบครัวนั่นเองค่ะ

จากรายงานการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2555 จำนวนของคุณแม่คลอดลูกโดยวิธีการผ่าคลอดหรือที่เรียกว่า Caesarean Section (เรียกกันย่อๆ ว่า C-section) ในประเทศไทยคือ 32% และพบว่ามีถึง 42.6% ของคุณแม่ในกรุงเทพฯ ที่คลอดลูกโดยการผ่าคลอด1

ผ่าคลอด-แผนที่โชว์เปอร์เซ็นต์

ภาพจาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov

โดยรวม ประเทศที่มีอัตราการผ่าคลอดสูงมีทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือ อัตราการผ่าคลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปี 2559 นั้น เพิ่มขึ้นสูงถึง 19.4% ในทวีปละตินอเมริกาและแคริเบียน ตามมาด้วย 15.1% ในทวีปเอเชีย โดยที่อัตราการตายของมารดาและทารกนั้นจากประเทศที่มีอัตราการผ่าคลอดสูงนั้น ไม่ได้มีน้อยกว่าประเทศที่มีอัตราการผ่าคลอดต่ำอย่างประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย หรือประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด3

รายงานจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ชี้ให้เห็นว่า การผ่าคลอดนั้นช่วยลดอัตราการตายจากการคลอดก็ต่อเมื่ออัตราการผ่านั้นมี 10% ของจำนวนการคลอดทั้งหมด แต่เมื่ออัตราการผ่านั้นมากกว่า 10% ขึ้นไป อัตราการตายจากการคลอดนั้นก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างไร5

เป็นที่น่าสังเกตนะคะว่า ในจำนวนการผ่าคลอดเหล่านี้เหตุผลในการเลือกที่จะผ่าคลอดนั้นมีหลายปัจจัยและไม่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ไม่มีรายงานใดๆ ที่สามารถบ่งบอกถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของการผ่าคลอดว่าดีกว่าการคลอดแบบธรรมชาติอย่างไร จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมอัตราการผ่าคลอดถึงเพิ่มขึ้นสูงขนาดนี้ ในขณะที่การผ่าคลอดมีอันตรายสูงกว่าการคลอดแบบปกติ ต้องใช้จ่ายค่าคลอดบุตรสูงกว่า และการฟื้นตัวหลังคลอดก็ช้ากว่า โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งนั้นมีอัตราการผ่าคลอดสูงถึง 60-70% ของการทำคลอดในโรงพยาบาล

ผ่าคลอด-หัวเด็กโผล่ หลากหลายเหตุผลที่ทำให้การผ่าคลอดได้รับความนิยมในปัจจุบันในประเทศไทย สามารถสรุปกว้างๆ ได้ดังนี้ค่ะ

เหตุผลการผ่าคลอด

  1. เหตุผลการผ่าคลอดทางสูติกรรม
    • ทารกอยู่ในภาวะเครียด ขาดออกซิเจน
    • เด็กตัวใหญ่ แม่เชิงกรานแคบ
    • ลูกอยู่ในท่าก้น ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้
    • คุณแม่ที่มีภาวะมีบุตรยาก มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

  2. เหตุผลการผ่าคลอดของคุณแม่
    • ต้องการผ่าคลอดตามฤกษ์ ยาม หรือตามความสะดวกสำหรับคุณแม่ที่ต้องการมีกำหนดคลอดที่แน่นอน
    • เข้าใจผิดว่าปลอดภัยกว่า เจ็บน้อยกว่า ในความเป็นจริงแล้ว การเจ็บแผลผ่าคลอดนั้นนานหลายสัปดาห์กว่าการเจ็บท้องคลอดมาก
    • ค่านิยม เนื่องจากมีข่าวดารา คนดัง ผ่าคลอดอยู่เรื่อยๆ
    • มีการฝากครรภ์พิเศษ จึงเลือกที่จะผ่าได้
    • เข้าใจว่าผ่าคลอดทีเดียวแล้วทำหมันเลย ง่ายดี ทั้งๆ ที่การผ่าตัดทำหมันในปัจจุบันนั้นก้าวหน้าไปมากกว่าสมัยก่อน สามารถผ่าทำหมันและออกจากโรงพยาบาลได้ในวันเดียวค่ะ
    • ความกลัวว่าท้องตอนอายุมากแล้ว กลัวเบ่งไม่ไหว
    • เป็นการตัดสินใจที่ได้รับอิทธิพลจากแพทย์ที่ดูแล

    • ผ่าคลอด-แม่นอนกับลูก

  3. เหตุผลการผ่าคลอดของแพทย์และโรงพยาบาล
    • การบริหารเวลาของแพทย์ง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งเฝ้าคนไข้ปวดท้องคลอด
    • ได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่าในเวลาที่น้อยกว่า การคลอดธรรมชาตินั้นใช้เวลามากกว่า แต่กลับได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการผ่าคลอดที่ใช้เวลาน้อยกว่า3
    • โรงพยาบาลได้รับค่าตอบแทนมากกว่าเนื่องจากต้องใช้บริการหลากหลายกว่า ต้องอยู่โรงพยาบาลนานกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เพื่อเป็นความรู้ให้คุณแม่ เข้าใจและรู้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีขึ้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกวิธีการคลอดของตัวเองได้ค่ะ ยังไงท้องที่จะโดนผ่าและที่จะต้องเป็นแผลเป็น ก็อยู่บนตัวของเรานะคะ จำเป็นต้องมีเหตุผลที่เพียงพอในการจะขึ้นเขียงค่ะ

คงไม่มีใครที่จะรู้จักตัวคุณแม่ได้ดีกว่าตัวคุณเอง ดังนั้นขอให้คุณแม่ที่กำลังเลือกว่าจะผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติ พิจารณาและตัดสินใจเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณแม่เองและลูกน้อยค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. สำนักงานสถิติแห่งชาติ, การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2555, http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/themes/files/child-womenRep55.pdf
  2. Betrán et al., PLOS One, The Increasing Trend in Caesarean Section Rates: Global, Regional and National Estimates: 1990-2014, 5 February 2016, https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4743929/
  3. ธีระ ทองสง, ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, อัตราการผ่าตัดคลอด, 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557, http://www.med.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/php?option=com_content&view=article&id=406:cesarean-section-rate&catid=40&Itemid=482
  4. MGR Online, คนไทยฮิต “ผ่าคลอด” โดยไม่จำเป็น ค่าใช้จ่ายสูง ย้ำคลอดธรรมชาติปลอดภัย, 26 กรกฎาคม 2560, http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9600000076096
  5. Department of Reproductive Health and Research, World Health Organization,  Statement on Caesarean Section Rates, April 2015, http://www.who.int/reproductivehealth/publications/maternal_perinatal_health/cs-statement/en/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending