LOADING

Type to search

รักมากมาย แต่แม่ให้นมลูกไม่ได้จริงๆ… ชีวิตแสนกดดันของคุณแม่นมผง

Share
คลิกเพื่อแชร์

ในพ.ศ.นี้คงไม่มีใครไม่รู้ถึงประโยชน์อันมหาศาลของนมแม่ ที่นอกจากจะมีสารอาหารครบถ้วน สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย และประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยให้มดลูกคุณแม่เข้าอู่เร็วขึ้น และเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกในระหว่างการให้นมอีกด้วย

ดีงามรอบด้านแบบนี้ ใครกันล่ะจะไม่อยากให้นมแม่? คำตอบคือคุณแม่ที่ทำยังไงก็ให้ไม่ได้จริงๆ ไงล่ะ! วันนี้ My Honey Bun เลยขอเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงเชื่อมความเข้าใจระหว่างมนุษย์แม่กับสังคม รวมถึงอยากให้บทความนี้สร้างกำลังใจให้เหล่าคุณแม่นมผงเด็กด้วยเช่นกัน

“พยายามพอหรือยัง?”

ความสามารถในการให้นมบุตรเป็นสิ่งที่ติดตัวคนเป็นแม่มาตามธรรมชาติ เหล่าแม่ๆ ที่ให้นมลูกตัวเองไม่ได้ จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ รู้สึกผิดกับลูก แถมได้รับแรงกดดันอย่างรุนแรงเพราะสังคมและคนรอบตัวต่างพากันบอกว่าหน้าที่ของแม่คือการให้นมลูก หรือตั้งคำถามที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับมนุษย์แม่ว่า “เธอยอมแพ้เร็วไปมั้ย นี่พยายามพอแล้วหรือยัง”

จากสถิติของ Centers for Disease Control and Prevention ในสหรัฐอเมริกา พบว่าแม่จำนวน 74% ตั้งใจจะให้นมลูกด้วยตัวเอง แต่มีแม่เพียง 14% เท่านั้น ที่ยังสามารถให้นมลูกได้อย่างเดียวอยู่จนทารกอายุ 6 เดือน1

มีหลายเหตุผลที่ทำให้แม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ อาทิ

  • ไม่มีน้ำนม หรือมีน้ำนมไม่เพียงพอ
  • หัวนมบอด หัวนมสั้น หรือเจ็บมากเมื่อให้นม
  • ไลฟ์สไตล์ไม่เอื้ออำนวย เช่น ต้องกลับไปทำงานและไม่มีเวลาปั๊มนม
  • เป็นโรคหรือมีอาการที่เสี่ยงต่อการถ่ายทอดสู่ลูก (ทั้งทางกระแสเลือด การไอ-จาม หรือมีแผลที่ผิวหนัง) เช่น HIV วัณโรค ฯลฯ นอกจากนี้ คุณแม่ที่เป็นเบาหวานและไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจให้นมบุตร เนื่องจากคุณแม่อาจต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษในระหว่างให้นม2
  • แม่ต้องใช้ยาซึ่งเสี่ยงต่อการถ่ายทอดสู่ลูก เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยารักษาอาการชัก หรือเข้ารับการรักษาเคมีบำบัด2
  • ร่างกายทารกไม่สามารถย่อยนมแม่ได้ โดยเด็กบางคนไม่สามารถย่อยกาแล็กโทสหรือกระอะมิโนบางตัวในนมของแม่ได้ ทารกกลุ่มนี้จึงต้องทานนมผงเด็กสูตรเฉพาะเท่านั้น3
  • ลูกปฏิเสธนมจากเต้าแม่ ไม่ว่าจะทำวิธีไหน

ความรักจากแม่ ไม่ได้ส่งผ่านแค่ทางเต้า

คุณแม่ที่เจอปัญหาให้นมลูกไม่ได้ ต่างต้องเคยผ่านความพยายามอันยากลำบากมากมาย ทั้งกินอาหารที่เค้าว่าน้ำนมจะมา ใช้ยากระตุ้น ลองซื้อเครื่องปั๊มที่โฆษณาว่าดี ไปบีบไปเค้นที่คลินิกนมแม่ หรือเข้าปรึกษาหลายต่อหลายหมอ

หากลองแล้วลองอีก ลองเท่าไรก็ยังไม่ได้ผล เราอยากให้คุณแม่คลายตัวเองให้หลุดออกมาจากปมความผิดหวัง เครียดหนัก และแรงกดดันทั้งจากตัวเองและสังคมที่บอกว่าแม่ต้องให้นมลูก เพราะนมแม่นั้นดีจริงๆ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญอย่างเดียวในชีวิตลูก ลองหายใจเข้าลึกๆ แล้วปรับมุมมองดูว่า…

1. ยังมีทางเลือกอื่น

การให้นมลูกไม่ได้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะมีทางเลือกอยู่ อาทิ การให้นมผงเด็ก การผสมนมแม่เท่าที่มี ใช้นมบริจาค หรือให้ลูกกินนมจากเต้าของคุณแม่ท่านอื่น ซึ่งจะช่วยให้ลูกได้รับคุณค่าจากนมมารดาตามปกติ แต่ในสองกรณีหลัง คุณแม่อาจต้องตรวจสอบและระวังโอกาสการติดเชื้อให้ดีด้วย4

2. นมผงไม่ใช่ปีศาจ5

การโฆษณาเกินจริงว่าจะทำให้ลูกแข็งแรงโตไวหรือเป็นอัจฉริยะ อาจทำให้เรารู้สึกกับนมผงเด็กในแง่ลบ แต่หากมองข้ามการตลาดชวนเชื่อทั้งหลาย จะเห็นว่านมผงเป็นตัวช่วยคนสำคัญของคุณแม่ที่ให้นมลูกไม่ได้หรือกำลังจะใช้เป็นนมเสริมให้ลูกที่เริ่มโต

คุณแม่ควรพยายามมองข้ามสรรพคุณเกินจริงและโฟกัสที่ส่วนประกอบ โดยนมผงเด็กสมัยนี้มีทั้งแบบทำนมจากวัว จากถั่วเหลือง แบบเสริมธาตุเหล็ก เสริมดีเอชเอ ฯลฯ ถ้าคุณแม่สับสนและไม่แน่ใจ ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสูตรนมที่เหมาะกับช่วงวัยและความต้องการของลูกอย่างแท้จริง

3. เสริมด้วยวิธีอื่น

มีวิธีอื่นอีกมากมายที่ช่วยให้ลูกได้รับประโยชน์แบบที่ได้จากนมแม่ อาทิ

  • นมแม่ให้สารอาหารครบถ้วน -> นมผงเด็กก็ให้สารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของทารกเช่นกัน
  • นมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน -> แค่ดูแลสุขภาพของลูกให้ดี และพาออกไปเล่นข้างนอกเมื่อถึงวัย
  • นมแม่จะกระชับความสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้มีการสัมผัสแบบแนบเนื้อ -> แม่สร้างสัมพันธ์และสัมผัสแนบเนื้อกับลูกได้แม้จะให้นมผง (แค่เปลี่ยนจากหน้าอกเป็นขวดนม) อย่าลืมทำให้ลูกสบายใจด้วยการสบตาและพูดคุย
  • นมแม่ช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตฉับพลันในช่วงนอนหลับ (SIDS – Sudden Infant Death Syndrome)5 -> การจัดสภาพแวดล้อมการนอนลูกให้เหมาะสม ก็สามารถป้องกัน SIDS ได้

4. สุขภาพแม่ก็สำคัญเหมือนกัน

เชื่อไหมว่าคุณแม่บางคนเคยถูกกดดันให้เลิกกินยารักษาโรคประจำตัว เพียงเพื่อที่จะได้ให้นมลูกได้

อย่าลืมว่าสุขภาพของคุณแม่นั้นสำคัญพอๆ กับสุขภาพของทารก หากคุณแม่ทู่ซี้ให้นมลูกโดยตัวเองต้องเจ็บป่วยออดแอด หรือสุขภาพจิตเสียจนเสี่ยงเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด และละเลยการดูแลลูกในส่วนอื่นๆ ถ้าต้องไปถึงจุดนั้น การแค่ให้นมลูกได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะคะ

5. อย่าเอาคำพูดคนอื่นมาคิดมาก

ไม่ว่าจะพูดด้วยความไม่พอใจหรือเพราะหวังดี แต่คำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความพยายามให้นมลูกช่างทิ่มแทงจิตใจคุณแม่ที่ลองมาหมดแล้วจริงๆ

อย่าลืมว่าไม่มีใครรักลูกเท่าตัวคุณแม่ และเราก็รู้ดีว่าอะไรที่สำคัญที่สุด ดังนั้นทางเลือกที่แม่พิจารณาว่าดีแล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกเช่นกัน

6. การให้นมแม่ไม่ใช่ทั้งหมดของการเลี้ยงลูก

คุณแม่บางคนหมกมุ่นอยู่กับการเค้นน้ำนมของตัวเองออกมาให้ลูกดื่มให้ได้จนไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น และลืมคิดไปว่านอกจากน้ำนมของคุณแล้ว ทารกยังต้องการการดูแลฟูมฟักในด้านอื่นๆ อย่างการพูดคุย โอ๋ปลอบ กล่อมนอน หรือโอบกอดด้วยความรัก

การให้นมแม่เป็นแค่ด้านหนึ่งของการเลี้ยงทารก ดังนั้นคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมได้ก็อย่ามัวแต่เสียใจและเสียเวลาให้กับความกังวลเลยค่ะ เอาพลังงานและความรักของคุณแม่มาใช้เพื่อการเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพกายและจิตที่ดี พร้อมมุ่งมั่นไปที่การส่งเสริมพัฒนาการของเค้าให้เป็นเด็กที่ Happy & Healthy กันดีกว่า

อ้างอิงจาก

  1. Nancy Gottesman, 6 Common Breastfeeding Problems and How to Overcome Them, fitPREGNANCY AND BABY, https://www.fitpregnancy.com/baby/breastfeeding/6-common-breastfeeding-problems-and-how-overcome-them
  2. Stephanie Brown, When Not to Breastfeed: Safety Issues for You and Baby, Very Well Family, 9 Mar 2017, https://www.verywellfamily.com/when-not-to-breastfeed-safety-issues-for-you-and-baby-289824
  3. Donna Murray, RN, Can All Women Breastfeed?, Very Well Family, 13 Feb 2018, https://www.verywellfamily.com/why-some-women-cant-breastfeed-4153606
  4. Amy Spangler, Can’t Breastfeed? Formula Isn’t Your Only Option, How to Learn, 22 Sep 2012, https://www.howtolearn.com/2012/09/cant-breastfeed-formula-isnt-your-only-option/
  5. Laura Stanley, The Breastfeeding Police, Parenting, https://www.parenting.com/article/the-breastfeeding-police
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending