LOADING

Type to search

ลูกเรียนได้เกรดไม่ดี ก็ไม่เป็นไร มาสอนลูกให้ Succeed in Life กันเถอะ!

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

“ขอให้ลูกเรียนเก่งๆ นะลูกนะ” “ขอให้ฉลาดๆ ได้เกรดสี่ทุกวิชา” “ขอให้ได้โตไปเป็นหมอ” และอีกนานาคำอวยพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่สะท้อนค่านิยมของสังคม ว่าอยากให้เด็กคนหนึ่งมีผลการเรียนดีและได้คะแนนเยอะ เพราะเชื่อว่านี่จะเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จ เงินทอง และความสุขของเด็กในอนาคตนั่นเอง

การอยากให้ลูกฉลาดและเรียนเก่งไม่ใช่เรื่องผิดเลยค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าลืมว่าผลการเรียนในห้องเรียนที่ดี ไม่ได้หมายความว่าลูกจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ (หรือชีวิต) เสมอไปนะคะ ดูอย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ว่ากันว่าเรียนไม่ค่อยเก่ง แถมยังมีพัฒนาการวัยเด็กค่อนข้างช้า ก็ยังสามารถคิดสมการทางเคมีที่โด่งดังได้เลย

คุณพ่อคุณแม่ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้นะคะ เริ่มจากการปรับเปลี่ยนมุมมองของตัวเอง มาช่วยให้ลูกสนุกกับการเรียนและค้นหาศักยภาพในด้านต่างๆ ของเค้าให้เจอกันดีกว่า เพราะเด็กอัจฉริยะ อาจไม่มีความสุขเท่าเด็กที่ใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ อารมณ์ดี รู้จักตัวเอง และประสบความสำเร็จในเรื่องที่ถนัดหรอกใช่ไหมล่ะคะ

ทำไมลูกมีผลการเรียนไม่ดี?

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ลูกเรียนไม่ทันเพื่อน มีผลการเรียนในห้องเรียนไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางร่างกาย อารมณ์ และสภาพแวดล้อม เช่น

ลูกเรียน-เรียนไม่เก่ง
  • ระดับสติปัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเด็กมาแต่กำเนิด โดยเป็นผลมาจากพันธุกรรมและภาวะโภชนาการ1
  • ปํญหาทางร่างกาย เช่น เด็กอาจสายตาสั้น ฟังไม่ค่อยได้ยิน หรือมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้ต้องขาดเรียนหรือทบทวนบทเรียนได้ไม่เท่าที่ควร
  • ขาดแรงจูงใจ เพราะเด็กรู้สึกว่าการเล่นสนุกกว่าการเรียน คิดว่าชีวิตในห้องเรียนช่างน่าเบื่อ และไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไม
  • สมาธิสั้น เกิดขึ้นได้สูงกับเด็กในสังคมปัจจุบันที่เติบโตขึ้นมากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ โลกบริโภคนิยมที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กอยากได้อะไรต้องได้เดี๋ยวนั้น ทำให้เด็กยิ่งขาดความอดทน จนไม่สามารถนั่งนิ่งอยู่ในห้องเรียนได้นานๆ
  • โรงเรียนและระบบการศึกษา หลักสูตรจากโรงเรียน รวมถึงการสอนและการวัดผลของครูมีผลอย่างมากต่อผลการเรียนของลูก เพราะถ้าเด็กเป็นคนช่างคิด ช่างซักถาม แต่ต้องไปเจอการวัดผลที่เน้นการท่องจำไปสอบ อาจทำให้เด็กทำคะแนนได้ไม่ดี จนส่งผลให้เบื่อหน่ายและต่อต้านการเรียน1
ลูกเรียน-ไม่ชอบเรียน

มีบทความและหนังสือมากมายที่ทำออกมาเพื่อแนะนำวิธีสอนลูกให้เรียนเก่ง แต่ My Honey Bun เชื่อว่าถึงแม้การเรียนเก่งจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเรียนอย่างมีความสุขนั้นสำคัญยิ่งกว่า วันนี้เราเลยขอเสนอวิธีปรับแนวคิดที่พ่อแม่มีต่อเรื่องการเรียนของลูก รวมถึงมีเคล็ดลับน่าสนใจที่ผู้ปกครองสามารถช่วยให้ลูกสนุกและแฮปปี้กับการเรียนมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลให้ผลการเรียนของลูกดีขึ้นค่ะ

 แนวคิดสอนลูกให้ Succeed in Life

  1. ไม่ต้องเก่งทุกวิชาก็ได้
  2. มีโอกาสน้อยมากที่เด็กคนหนึ่งจะเก่งในทุกวิชา เด็กที่มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ อาจอ่อนในการเรียนภาษาก็ได้ ลองคิดดูนะคะ ว่าวิศวกรระดับท็อปๆ อาจจะเคยสอบตกวิชาประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่นักเขียนคนเก่งอย่างเจ.เค. โรว์ลิง ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเด็ก “ปานกลาง” มาแต่ไหนแต่ไร

    ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่คือการช่วยให้ลูกค้นหาตัวเอง หาศักยภาพและความถนัดเฉพาะทางให้เจอ หากลูกเรียนไม่เก่งด้านวิชาการ ก็ช่วยกันค้นหาว่าลูกชอบหรือเก่งด้านไหนและสนับสนุนในเรื่องนั้นๆ อย่างเต็มที่ เช่น ถ้าลูกสนใจและเก่งการเล่นดนตรี ก็สนับสนุนให้ลูกได้เรียนเพิ่มหรือซื้อเครื่องดนตรีให้

    ลูกเรียน-เด็กเรียน
  3. เรียนรู้ > เรียน
  4. เปลี่ยนทัศนคติของตัวพ่อแม่เองและของลูก ให้เห็นความสำคัญของ “การเรียนรู้” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนในห้อง หากลูกมีแนวคิดเชิงบวกกับการเรียนรู้ ก็จะสามารถสนุกกับการเรียน ซึ่งส่งผลให้ผลการเรียนดีขึ้นค่ะ

    การปลูกฝังนี้ทำได้หลายวิธี ทั้งการสอนให้ลูกอ่านหนังสือจนติดเป็นนิสัย ชวนดูสารคดีที่เข้าใจง่าย พาออกไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอน่าดึงดูด (จัดแสดงมีสีสัน ใช้เทคนิคภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ) รวมทั้งให้ลูกลงมือทดลองเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้

  5. การเรียน = ความสนุก + ความพยายาม2
  6. การเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จึงควรค่อยๆ สอนให้ลูกเข้าใจว่าการเรียนเป็นสิ่งจำเป็น แม้จะดูน่าเบื่อแต่ลูกก็ควรต้องพยายามอย่างเต็มที่ เพราะถึงจะต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ การฝึกฝน และเจอความผิดพลาดเท่าไร แต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องสนุกและลูกจะรู้สึกดีมากหลังจากที่เข้าใจและทำเรื่องนั้นๆ จนสำเร็จ

    ลูกเรียน-สอนลูกเรียนรู้
  7. สร้างวินัยให้ลูก
  8. การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมาจากวินัยในตัวเด็กเอง โดยมีผลการสำรวจจากฝั่งอเมริกายืนยันว่าการจ้ำจี้จ้ำไชและเคี่ยวเข็ญจากพ่อแม่แทบจะไม่มีผลต่อการเรียนของลูกเลย2 ดังนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสอนให้ลูกมีความรับผิดชอบในตัวเอง ให้ลูกรู้ว่าเมื่อไรควรจะต้องทำการบ้าน หรืออ่านหนังสือเตรียมสอบ

    การสร้างวินัยไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองจะต้องคอยดุลูก แต่หมายถึงการวางรากฐานเพื่อช่วยจัดระบบความคิดให้ลูก อย่างการให้เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าและการพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว ให้ลูกทำกิจกรรมให้เสร็จทีละอย่างเพื่อส่งเสริมสมาธิ3 งดการเปิดโทรทัศน์เสียงดังไว้ตลอดเวลา มีกิจวัตรเล่นและเข้านอนเป็นเวลา สอนให้จัดการการใช้เงินเอง หรือสอนให้จัดของเล่น

  9. เติมความคิดสร้างสรรค์
  10. นอกเหนือจาก IQ ความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรปลูกฝังให้ลูกมีติดตัวเยอะๆ ด้วยการให้ลูกเล่น วาดรูป คิดจินตนาการ และตั้งถามกับสิ่งต่างๆ นิสัยนี้จะช่วยให้ลูกมีทักษะในการหาทางแก้ปัญหา กล้าแสดงออก รวมถึงเปิดรับความคิดใหม่ๆ และกล้าเสนอความคิดของตัวเองด้วย

    นอกจากนี้ ความคิดสร้างสรรค์ยังจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และบ่มเพาะให้เด็กมีทัศนคติ “หนูทำได้” (Can-do Attitude) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จในอนาคต4

    ลูกเรียน-เด็กเล่น
  11. ร่างกายและจิตใจก็สำคัญ
  12. ให้ลูกได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างสภาวะที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ รวมไปถึงสอนเรื่องต่างๆ ที่สำคัญไม้แพ้เรื่องวิชาการ อาทิ การเข้าสังคม การควบคุมอารมณ์ตัวเอง ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือการจูงใจตนเอง เพื่อสร้างความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ให้เด็กสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ในอนาคตนั่นเอง

  13. ไม่ตำหนิ ดูถูก หรือเปรียบเทียบ
  14. การกระทำเหล่านี้จะยิ่งทำให้เด็กกดดันและอาจต่อต้านการเรียนโดยสิ้นเชิง หากลูกเรียนอ่อน มีปัญหาด้านการเรียน ก็ควรคุยกับลูกเพื่อไต่ถามสาเหตุ และค่อยๆ ช่วยกันแก้ปัญหาบนรากฐานของความเข้าใจ

    ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรชมเชยเมื่อลูกทำผลการเรียนได้ดีขึ้น และให้กำลังใจเพื่อส่งเสริมสิ่งอื่นที่ลูกทำได้ดี1 เช่น เล่นกีฬาเก่ง หรือทำงานศิลปะสวยงาม กล้าขึ้นเวทีแสดงความสามารถ เป็นต้น

    ลูกเรียน-เด็กหลายคน
  15. เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน
  16. ถึงแม้พ่อแม่จะหวังดีอยากให้ลูกประสบความสำเร็จในด้านที่สังคมยอมรับ อย่างการเป็นหมอ วิศวกร หรือนักวิทยาศาสตร์ แต่เด็กแต่ละคนมีความฉลาดคนละด้าน มีความสนใจคนละอย่าง และมีความถนัดไม่เหมือนกัน ผู้ปกครองจึงต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้ ไม่ตั้งเป้าว่าลูกจะเกิดมาเป็นอัจฉริยะหรือเก่งในด้านที่ตนต้องการเท่านั้น

อ้างอิงจาก

  1. นายแพทย์สุรพงษ์ อำพันวงศ์, ลูกเรียนแย่ พ่อแม่ช่วยได้, คลินิกเด็ก ดอท คอม, http://www.clinicdek.com/?p=293
  2. Hilary Wilce, How to help your child do well at school: ‘Helicopter parents’ and ‘tiger mothers’ should back off, say researchers, The Independent, 25 Jun 2014, http://www.independent.co.uk/news/education/schools/how-to-help-your-child-do-well-at-school-helicopter-parents-and-tiger-mothers-should-back-off-say-9563469.html
  3. ดร.แพง ชินพงศ์, ถึงพ่อแม่ที่มีลูกเรียนไม่เก่ง, ผู้จัดการออนไลน์, 2 ธ.ค. 2009, http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000145890
  4. Anwar White, 7 Reasons Creativity Will Help Your Child Succeed in Life, Smart Kid Parenting, 1 Jun 2016, http://www.smartkidparenting.com/7-reasons-creativity-will-succeed-life/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending