LOADING

Type to search

รวมเพลงเด็กเสริมพัฒนาการช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้และกล่อมลูกนอน

Share
คลิกเพื่อแชร์

“เสียงดนตรี” เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการเลี้ยงลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดดนตรีให้เด็กในครรภ์ฟัง ร้องเพลงกล่อมทารกน้อย หรือให้เด็กอนุบาลเต้นตามจังหวะ นี่จึงเป็นเหมือนการยอมรับแบบเอกฉันท์ถึงประโยชน์ของดนตรีที่มีต่อการเลี้ยงเด็ก

นอกจากดนตรีจะสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กแล้ว ยังสามารถกระตุ้นเซลล์สมอง ช่วยให้มีความจำและสมาธิดี ส่งเสริมทักษะการสื่อสาร เสริมสร้างจินตนาการ ลดความเครียด แถมยังทำให้เด็กได้พัฒนาด้านการเคลื่อนไหวอีกด้วย1 เพราะประโยชน์มากมายขนาดนี้ My Honey Bun จึงรวบรวมเพลงเด็กยอดนิยมพร้อมคำแนะนำและทริคดีๆ ในการนำเพลงเหล่านี้ไปเลี้ยงลูกและเสริมเพิ่มพัฒนาการให้เด็กค่ะ

1. เพลงกล่อมนอน

การเปิดเพลงกล่อมเด็กหรือร้องเพลงกล่อมให้ลูกนอน จะช่วยให้เด็กคลายความกังวลและหลับได้ง่ายและสนิทขึ้น โดยเพลงยังทำหน้าที่เป็นเหมือนสัญญาณให้ทารกที่ยังไม่เข้าใจเรื่องกลางคืนกลางวันเชื่อมโยงด้วยตนเองว่านี่เป็นเวลานอนได้อีกด้วย2

เคล็ดลับสำคัญของการกล่อมให้ลูกนอน คือการเลือกเพลงเด็กที่มีจังหวะช้าๆ เพื่อสร้างบรรยากาศสงบ อย่างเพลง Twinkle, Twinkle, Little Star และเพลงนกขมิ้นที่เรายกมาเป็นตัวอย่าง

2. เพลงช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเพลงบางเพลงทำหยุดให้เด็กร้องได้! ด้วยการผสมผสานเสียงร้องและดนตรีบางประเภท จะสามารถดึงดูดความสนใจของเด็ก จนบางทีทำให้ลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังงอแงเรื่องอะไรอยู่ ยกตัวอย่างเช่น Fuka Fuka เพลงชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น

3. เพลงสร้างเสริมลักษณะนิสัย

เพลงเด็กยังถูกนำมาใช้ส่งเสริมพฤติกรรมดีๆ อย่างการใช้เพลงเป็ดเพื่อกระตุ้นให้ลูกสนุกกับการอาบน้ำ

พ่อแม่ยังสามารถเลือกเพลงเด็กที่มีมากมายในอินเทอร์เน็ตหรือแต่งเองตามสถานการณ์ของที่บ้านเลยก็ได้ อาทิ แต่งเพลงเพื่อสอนให้ลูกแปรงฟันอย่างถูกวิธี แต่งเพลงประโยชน์ของผักเพื่อสอนให้ลูกทานผักผลไม้ เป็นต้น

4. เพลงให้ความรู้

เพลงบางเพลงนอกจากจะฟังสนุกแล้ว ยังเป็นรากฐานความรู้ที่จะมีประโยชน์ต่อการเรียนของลูก อย่างเพลง Old MacDonald Had A Farm ที่สอนเรื่องความแตกต่างของสัตว์แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างและเสียงร้อง หรือเพลง This Old Man ซึ่งสอนการนับเลข

เพลงเด็กง่ายๆ อย่าง ABC หรือ ก เอ๋ย ก ไก่ ก็มีประโยชน์ในด้านการกระตุ้นให้เด็กร้องตาม ซึ่งจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษา การออกเสียง และจังหวะ แถมการร้องหรือท่องอย่างมีทำนองซ้ำๆ จะช่วยให้เด็กจำข้อมูลนี้ได้นาน เหมือนอย่างที่รุ่นคุณพ่อคุณแม่จำเพลง ABC ได้ไม่มีวันลืมยังไงล่ะคะ

5. เพลงสอนการเคลื่อนไหว

เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 6 เดือน จะเริ่มทำความเข้าใจและตอบสนองกับเพลงด้วยการเคลื่อนไหว1 พ่อแม่จึงควรใช้โอกาสนี้ค่อยๆ พัฒนากล้ามเนื้อต่างๆ ของเด็ก ด้วยการให้เด็กออกท่าทางตามเพลง อย่างเพลง Itsy Bitsy Spider (หรือเพลงแมงมุมลาย) ที่มีท่าทางการใช้มือและนิ้วแบบง่ายๆ หรือจะเป็นเพลง The Wheels On The Bus ที่มีการใช้คำกริยาหลากหลายเพื่ออธิบายท่าทางต่างๆ

นอกจากการออกท่าทางแล้ว ยังสามารถให้ลูกใช้เครื่องดนตรีสำหรับเด็กเพื่อเขย่า ตี เคาะ หรือทำเสียงตามเพลงไปด้วย อาทิ ไซโลโฟน แทมบูรีน ตัวเขย่ามือ หรือแม้แต่หม้อกับช้อนก็ใช้ได้ค่ะ2

6. เพลงชวนออกกำลังกาย

เพลงฮิตที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Baby Shark และเพลงเด็กคลาสสิกจากฝั่งตะวันตกอย่าง The Hokey Pokey หรือ Head Shoulders Knees and Toes เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกเร้าใจ ทำให้เด็กๆ อยากขยับตัว จนต้องลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวตาม นี่จึงเป็นออกกำลังไปในตัวและเป็นการใช้พลังงานล้นเหลือของเด็กอย่างมีประโยชน์ ดีกว่าการปล่อยให้ลูกเบื่อจนหันไปนั่งเล่นแท็บเล็ตเป็นไหนๆ

โรงเรียนอนุบาลหลายแห่งมักนำการเต้นประกอบเพลงมาเป็นกิจกรรมออกกำลังกายสำหรับเด็ก เนื่องจากกิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาด้านมิติสัมพันธ์ ทำให้เด็กเข้าใจเรื่องการแบ่งปันเนื้อที่กับเด็กคนอื่นๆ และยังช่วยให้เด็กที่มีปัญหาด้านภาษาได้แสดงออกได้ดีขึ้นอีกด้วย1

เลือกเพลงเด็กยังไงให้เหมาะกับวัยของลูก?3

  1. วัยทารก เมื่อเด็กสามารถขยับตัวหรือออกเสียงได้ จะเริ่มทำเสียงอ้อแอ้เลียนแบบหรือเคลื่อนไหวตามจังหวะของดนตรี พ่อแม่จึงควรใช้เพลงเป็นเหมือนเสียงแบ็กกราวน์ช่วงที่เด็กเข้านอนหรือระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหาร
  2. วัยหัดเดิน เด็กวัยนี้ชอบเคลื่อนไหวตามเพลง ดังนั้นเพลงที่เหมาะกับช่วงอายุนี้คือเพลงที่มีจังหวะซ้ำๆ และมีเนื้อร้องง่ายๆ พ่อแม่อาจเริ่มแต่งเพลงตลกๆ ให้เด็กหัวเราะ อย่างการเอาชื่อเด็กเข้าไปใส่ในเพลง หรือแปลงเพลงจากเนื้อเดิมที่เคยร้อง และควรเริ่มหัดให้ลูกเข้าใจจังหวะด้วยการเคาะหรือตบมือ
  3. วัยอนุบาล เด็กจะเริ่มชอบร้องเพลง จึงควรเลือกเพลงที่มีเนื้อซ้ำๆ เพื่อให้เด็กร้องตามได้ และพ่อแม่ยังสามารถใช้เพลงเด็กเป็นตัวช่วยเพื่อสอนให้ลูกทำสิ่งต่างๆ เช่น แต่งเพลงชวนเก็บของเล่น หรือใช้เพลงที่ชวนให้เด็กเคลื่อนไหวตาม (เช่น แมงมุมลาย)

คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเตรียมตัวรับการ “รีเควส” ขอเพลงเดิมๆ ของลูกไว้ให้ดี เพราะเมื่อลูกได้ฟังเพลงหลายๆ แบบ ก็จะเริ่มค้นพบเพลงโปรดของตัวเองและจะขอให้พ่อแม่เปิดหรือร้องให้ฟังซ้ำๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Lin Marsh, Why song and dance are essential for children’s development, British Council, 25 Jun 2015, https://www.britishcouncil.org/voices-magazine/why-song-and-dance-are-essential-childrens-development
  2. Music and your Toddler, KidsHealth, Jun 2015, https://kidshealth.org/en/parents/toddler-music.html
  3. Children and Music: Benefits of Music in Child Development, Bright Horizons, https://www.brighthorizons.com/family-resources/e-family-news/2010-music-and-children-rhythm-meets-child-development
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending