LOADING

Type to search

ยิ่งนอนยิ่งฉลาด! ชวนคุณแม่เสริมสร้างพัฒนาการลูกด้วยการนอน

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

“การนอน” ของลูกมีความหมายมากกว่าการที่ลูกได้พักผ่อนหรือเป็นเวลาทองที่พ่อแม่จะได้หลับบ้าง เพราะการนอนยังมีส่วนสำคัญมากต่อพัฒนาการของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ รวมไปถึงยังส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผลการเรียนด้วย

เด็กแต่ละวัยและแต่ละคนมีความต้องการรวมถึงรูปแบบการนอนที่แตกต่างออกไป แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ลูกควรเก็บชั่วโมงนอนต่อวันให้ได้ดังนี้

อายุเด็กรวมเวลาที่นอนต่อวันเวลาเข้านอนที่เหมาะสม
0 – 1.5 เดือน14 – 18 ชม.ประมาณ 3 – 5 ทุ่ม
1.5 – 3 เดือน11 – 15 ชม.ประมาณ 3 – 5 ทุ่ม
3 – 6 เดือน12 – 14 ชม.ประมาณ 2 - 4 ทุ่ม
6 – 9 เดือน12 – 14 ชม.ประมาณ 2 - 4 ทุ่ม
9 – 12 เดือน12 – 14 ชม.ประมาณ 1 – 2 ทุ่ม
1 – 2 ขวบ12 – 14 ชม.ประมาณ 1 – 2 ทุ่ม

National Sleep Foundation ของสหรัฐอเมริกา ยังมีไกด์ไลน์แนะนำจำนวนชั่วโมงที่เด็กในแต่ละวัยต้องการ โดยเด็กอายุ 1 – 3 ขวบควรได้นอนวันละ 12 – 14 ชม., เด็กอายุ 3 – 5 ขวบ ควรนอน 11 – 13 ชม. และเด็กวัยประถมอายุ 5 – 12 ปี ควรได้นอนประมาณ 10 – 11 ชม.1

การนอนมีผลต่อพัฒนาการลูกอย่างไร

1. นอนแล้วโตไว

การนอนเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นหนึ่งในกลไกของร่างกายเช่นเดียวกับการทานหรือขับถ่าย การนอนจึงทำให้ร่างกายเด็กได้โตอย่างสมวัย อวัยวะและระบบต่างๆ ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในระหว่างที่หลับลึก ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หรือฮอร์โมนเจริญวัย ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของร่างกายอีกด้วย

2. นอนแล้วแข็งแรง

เมื่ออดนอน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol – ฮอร์โมนแห่งความเครียด) ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่หลอดเลือด นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดจะมีปริมาณสูงขึ้น ส่งผลทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจ

ยิ่งไปกว่านั้น การอดนอนจะมีผลต่อจำนวนไซโตไคน์ (Cytokine) ที่ร่างกายจะสร้างขณะหลับเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคและอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยมีผลการทดลองว่าผู้ใหญ่ที่นอนน้อยกว่า 7 ชม.ต่อคืน มีโอกาสเป็นไข้หวัดเมื่อสัมผัสกับเชื้อไวรัสมากกว่าถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่นอน 8 ชม.หรือมากกว่า1

3. นอนแล้วไม่อ้วน

การนอนไม่พอสามารถส่งผลต่อน้ำหนักของลูกได้ตั้งแต่วัยแบเบาะเลยทีเดียว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเด็กมีปัญหาการนอน ก็จะได้ทานนมหรืออาหารอ่อนบ่อยเกินจำเป็น เนื่องจากพ่อแม่มักป้อนอาหารเพราะคิดว่าลูกหิวจนร้องงอแง

ร่างกายเรายังมีฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ซึ่งจะหลั่งเมื่ออิ่มท้อง เพื่อส่งสัญญาณให้หยุดรับประทาน เด็กที่อดนอนจะขาดฮอร์โมนนี้ ทำให้กินอาหารอย่างไม่รู้สึกอิ่ม นอกจากนี้เมื่อนอนไม่พอ เด็กจะรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากขยับตัว ไม่เบิร์นแคลอรี่ และอยากอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮโตรตสูงๆ จึงเป็นการเสี่ยงต่อปัญหาน้ำหนักเกินนั่นเอง1

4. นอนแล้วอารมณ์ดี

เมื่อได้นอนหลับอย่างเพียงพอ เด็กจะตื่นขึ้นมาอย่างปลอดโปร่ง สดชื่น และแจ่มใส ทำให้พร้อมต่อการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเต็มที่

5. นอนแล้วเรียนเก่ง

การนอนมีผลต่อการเรียนรู้ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ผลทางตรง คือการนอนจะช่วยพัฒนาการเซลล์ประสาทในสมองให้ส่งและจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลทางอ้อม คือเด็กจะจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดี มีสมาธิ และไม่ว่อกแว่ก ทำให้สามารถโฟกัสกับบทเรียนได้ทั้งในและนอกห้องเรียน

ลูกนอนยาก ลูกไม่ยอมนอน จะทำยังไงดี?

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากให้ลูกได้นอนอย่างเพียงพอ แต่เราเข้าใจว่าการปฏิบัติจริงนั้นไม่ง่ายเหมือนในทฤษฎี วันนี้เราเลยหยิบทริคช่วยให้ลูกนอนแบบไม่ซับซ้อนและทำได้จริง มาช่วยผู้ปกครองเติม Vitamin ZZZ ให้ลูกกันค่ะ

  • สร้างกิจวัตรให้ลูก
  • ช่วยลูกจัดเวลาให้กับร่างกายด้วยการให้นอนและตื่นเป็นเวลา พร้อมงดการเล่นที่ตื่นเต้น2 การงีบหลับ หรือรับประทานอาหารใกล้เวลานอนเกินไป

  • ทำห้องนอนให้น่านอน
  • ไม่ว่าเด็กจะนอนรวมกับผู้ปกครองหรือนอนในห้องของตัวเอง พ่อแม่ควรจัดห้องนอนให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ทั้งยังควรให้ลูกได้นอนกับของชิ้นโปรด เช่น ตุ๊กตาหรือผ้าห่มนุ่มๆ นอกจากนี้ ควรสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการนอน เช่น ปิดไฟมืดหรือหรี่แสง ไม่มีเสียงรบกวน3 หรือฉีดสเปรย์กลิ่นหอมหากเด็กมีปัญหานอนยาก

  • ชวนลูกเข้านอนไว
  • เด็กเล็กควรเข้านอนในเวลาประมาณ 1 – 2 ทุ่ม และเด็กวัยประถมฯ ควรได้นอนก่อน 3 ทุ่ม เพราะหากเลยเวลานี้ เด็กอาจจะนอนหลับยากขึ้นและตื่นบ่อยขึ้น1 แถมการได้นอนไวยังจะช่วยให้ลูกตื่นไวขึ้น มีโอกาสได้รับแสงแดดยามเช้าซึ่งจะมีวิตามินดีที่ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต

  • อ่านนิทานก่อนนอน
  • การอ่านนิทานก่อนนอนเป็นกิจกรรมผ่อนคลายที่นอกจากจะช่วยให้ลูกหลับง่ายแล้ว ยังมีผลต่อการเสริมสร้างจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวด้วย

  • บอกลาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพียง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน จะลดปริมาณเมลาโทนิน (Melatonin) ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วงและอยากนอนลงถึง 22% พ่อแม่จึงควรแข็งใจและห้ามไม่ให้ลูกเล่นมือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ต่างๆ หลังมื้อเย็น1 นอกจากนี้ในห้องนอนก็ไม่ควรมีทีวีด้วยนะคะ

  • ระวังเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • เด็กเล็กไม่ควรรับประทานเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ซึ่งไม่ได้มีแค่กาแฟอย่างเดียว แต่รวมไปถึงน้ำอัดลม2 ชาขวด เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำผสมวิตามินทั้งหลาย พ่อแม่จึงควรอ่านฉลากและศึกษาข้อมูลดีๆ ก่อนให้ลูกดื่ม

    การนอนนั้นมีความสำคัญไม่ต่างไปจากการป้อนข้าวป้อนน้ำ หรือดูแลให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่เสมอ การนอนที่ดีตั้งแต่เด็กเป็นเหมือนการเพิ่มต้นทุนให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง มีพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่ดี แถมยังเป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยให้ลูกมีสมาธิกับการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องรีบปิดอุปกรณ์ แล้วชวนลูกนอนกันดีกว่าค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Sarah Mahoney, The 7 Reasons Your Kid Needs Sleep, Parents, https://www.parents.com/health/healthy-happy-kids/the-7-reasons-your-kid-needs-sleep/
  2. การนอนในเด็ก, ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/child/02212017-1525
  3. Children and Sleep, National Sleep Foundation, https://sleepfoundation.org/sleep-topics/children-and-sleep
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending