LOADING

Type to search

ยิ่งใกล้ยิ่งรัก…สัมผัสแนบเนื้อระหว่างแม่และเด็กแรกเกิดมีประโยชน์มหาศาล!

Share
คลิกเพื่อแชร์

การกอดหรือหอมลูกน้อยย่อมเป็นอะไรที่คุณพ่อคุณแม่ทำกันเป็นประจำอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ทราบไหมว่า มีการแสดงความรักอีกแบบที่เรียกว่าการสัมผัสแบบ “เนื้อแนบเนื้อ” ซึ่งมาพร้อมประโยชน์มากมาย แถมยังสามารถทำได้กับเด็กแรกเกิด ตั้งแต่ในชั่วโมงแรกที่ลูกของคุณคลอดออกมาเลยนะคะ

การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ (Skin-on-Skin Contact หรืออีกชื่อว่า Kangaroo Care) คือการสัมผัสทารกน้อยแบบแนบชิดทางผิวหนัง ทำได้โดยให้ทารกที่เปลือย (อาจใส่ผ้าอ้อมหรือหมวก) อยู่บนหน้าอกที่เปลือยเช่นกันของแม่ แล้วห่มผ้าบางๆ เพื่อรักษาความอบอุ่น

การสัมผัสแบบแนบเนื้อทำได้กับเด็กแรกเกิดตั้งแต่ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ลูกคลอด ทั้งยังมาพร้อมข้อดีมหาศาลทั้งกับคุณแม่และคุณลูก เราไปดูกันดีกว่าค่ะมีอะไรบ้าง

ข้อดีของการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อหรือ Skin on skin contact ภายในสองชั่วโมงหลังคลอด

1. ปรับอุณหภูมิร่างกายทารกให้คงที่ เด็กแรกเกิดต้องปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันจากสภาวะในครรภ์ออกสู่โลกภายนอก การสัมผัสแนบเนื้อจะทำให้ทารกได้อยู่กับอุณหภูมิของผิวหนังแม่ซึ่งเหมือนกับในครรภ์1 จึงทำให้ทารกอบอุ่น และปรับตัวรับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดอาการตัวเย็น (hypothermia) ได้อีกด้วย2

2. ลูกน้อยแข็งแรง โดยรวมแล้วลูกน้อยจะแข็งแรงขึ้น เพราะการสัมผัสเช่นนี้จะช่วยให้เด็กแรกเกิดมีอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจสม่ำเสมอ3 กระตุ้นการสร้างน้ำตาลในเลือดเพื่อสร้างพลังงานให้แก่เด็ก4 เมื่อเด็กไม่ต้องใช้พลังงานในการปรับอุณหภูมิ จึงทำให้ร่างกายเติบโตได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผ่านแบคทีเรียจากผิวหนังของแม่สู่ลำไส้ลูก ทำให้ทารกรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์และช่วยให้ร่างกายทารกสร้างภูมิต้านทานได้ด้วยตนเอง

3. เสริมสร้างพัฒนาการระบบประสาทของลูก การสัมผัสแนบเนื้อช่วยให้ทารกนอนได้นานขึ้น ลึกขึ้น และตื่นน้อยลง ส่งผลให้สมองพัฒนาได้ดีและมีประสิทธิภาพ

4. ลูกร้องไห้น้อยลง เด็กจะรู้สึกสงบและปลอดภัย เมื่อได้กลิ่นหรือได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงพูดของแม่ ทั้งยังช่วยลดความเจ็บปวดจากการเจาะเลือดที่ปลายเท้า2

5. ช่วยเรื่องการให้นม ทำให้เด็กแรกเกิดคุ้นเคยกับการดูดนมจากเต้า เพราะทันทีที่แม่เอาทารกแนบเนื้อ ทารกจะเข้าหาเต้าและดูดนมตามสัญชาตญาณ ส่งผลให้ทารกแข็งแรงจากการได้ทานนมน้ำเหลือง หรือคอลอสตรัม ที่มีสารอาหารสูง และจะถูกสร้างขึ้นในชั่วโมงแรกๆ หลังการคลอดเท่านั้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นการสร้างน้ำนม และเพิ่มเวลาของระยะให้นมบุตรได้มากขึ้นถึง 3 เดือน1

6. ช่วยให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือทารกน้ำหนักน้อยแข็งแรงขึ้น ด้วยการให้ความอบอุ่นตามธรรมชาติกับทารกจากการสัมผัสแนบเนื้อแทนการใช้ตู้อบ

7. สร้างความผ่อนคลายให้แก่แม่และเด็ก สัมผัสสุดพิเศษนี้จะช่วยลด “คอร์ติซอล” ฮอร์โมนแห่งความเครียด และเพิ่ม “ออกซิโทซิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรักความผูกพันให้กับทั้งสองฝ่าย แถมยังมีผลในการป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) ในคุณแม่ได้อีกด้วย

8. สร้างความรักใคร่ผูกพัน และความสุขให้พ่อแม่ สานสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก สร้างความรู้สึก “เป็นครอบครัว” ทำให้พ่อแม่รู้สึกอยากปกป้องลูก

9. เสริมสร้างการสื่อสารระหว่างเด็กและพ่อแม่ เป็นโอกาสทำความรู้จักซึ่งกันและกัน โดยพ่อแม่จะได้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมของลูกตั้งแต่แรกเริ่ม4 เช่น เมื่อลูกหิว อิ่ม ไม่สบายตัว ลูกจะแสดงอาการอย่างไร ช่วยสร้างความมั่นใจในฐานะพ่อแม่มากขึ้น5

คำแนะนำและเคล็ดลับในการสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อ

  • พยายามทำการสัมผัสแนบเนื้อในสองชั่วโมงแรกหลังคลอด โดยสามารถทำได้ทันที ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเด็กแรกเกิด และควรชะลอการชั่งน้ำหนัก วัดขนาดตัว การให้ยาฆ่าเชื้อ การฉีดวิตามินหรือวัคซีนไว้ก่อน2
  • กรณีผ่าคลอด อาจวางเด็กแรกเกิดไว้แนบเนื้อระหว่างที่เย็บแผล หรือให้คุณพ่อทำแทนได้
  • อาจใช้ร่วมกับการนวดทารกหรืออ่านหนังสือให้ฟัง เพื่อช่วยให้ลูกผ่อนคลายยิ่งขึ้น6
  • หากทั้งแม่และเด็กไม่มีปัญหาทางสุขภาพ อาจใช้ร่วมกับวิธี Room-In คือให้ลูกพักในห้องเดียวกับพ่อแม่ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล เพื่อให้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้พ่อแม่ได้ทำการสัมผัสเนื้อแนบเนื้อมากขึ้น6
  • ในทุกๆ วัน ควรใช้ร่วมกับการนอนคว่ำของเด็ก ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กหัวแบนและช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอ โดยให้ลูกนอนคว่ำบนหน้าท้องหรือหน้าอกของแม่
  • ลูกจะจดจำกลิ่นของคุณ จึงไม่ควรใส่น้ำหอม อาฟเตอร์เชฟ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นแรงซึ่งอาจบดบังกลิ่นตามธรรมชาติ
  • การสัมผัสแบบแนบเนื้อนี้ สามารถทำได้บ่อยและนานเท่าที่ต้องการ และในกรณีที่แม่ต้องการพัก สามารถให้พ่อหรือญาติทำแทนได้
  • สามารถสัมผัสแนบเนื้อกับลูกน้อยไปเรื่อยๆ จนกว่าเด็กจะแสดงอาการอึดอัดหรือดิ้น เมื่อนั้นหมายความว่าเด็กอาจไม่ต้องการให้สัมผัสแนบเนื้อแล้ว1

เห็นไหมคะว่าการสัมผัสแนบเนื้อมีประโยชน์ขนาดไหน อย่าลืมนะคะว่าสองชั่วโมงแรกสำคัญที่สุด โดยคุณสามารถปรึกษาคุณหมอและโรงพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมหรือขอทราบนโยบายที่อาจแตกต่างกันค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Aleisha Fetters, Kangaroo Care: 9 Benefits of Skin-to-Skin Contact, Fit Pregnancy, https://www.fitpregnancy.com/baby/baby-care/kangaroo-care-9-benefits-skin-skin-contact
  2. รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์, ประโยชน์ของการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ, GURU OB & GYN, 21 ธ.ค. 2560, http://guruobgyn.com/ประโยชน์ของการโอบกอดทา/
  3. รศ. กรรณิการ์ วิจิตรสุคนธ์, Kangaroo mother care (KMC), คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, http://www.ns.mahidol.ac.th/breastfeeding/articles/KMC.html
  4. 10 benefits of skin-to-skin contact, Baby Gooroo, https://babygooroo.com/articles/10-benefits-of-skin-to-skin-contact
  5. Skin-to-skin with your baby, Baby Centre, https://www.babycentre.co.uk/a25017209/skin-to-skin-with-your-baby
  6. How to give your baby skin-to-skin care, Baby Gooroo, 30 Jan 2017, https://babygooroo.com/articles/how-to-give-your-baby-skin-to-skin-care
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending