LOADING

Type to search

ความสัมพันธ์เกือบ “พัง” เพราะมี “ลูก”

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

เราคลอดลูกคนแรกตอนอายุ 30 ตอนนั้นเราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ทำต้องทำทุกอย่างเองจริงๆ ทั้งซักผ้า ทำอาหาร ทำงานบ้าน เวลาสามีถามว่าให้ช่วยอะไรไหมเราก็เป็นคนปากหนักขี้เกียจพูด สุดท้ายสามีก็คุ้นเคยกับการปล่อยให้เราทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ตอนนั้นไม่มีลูกนี่ ก็เลยไม่รู้สึกอะไรว่าต้องการความช่วยเหลืออะไร นับเป็นข้อเสียของเราที่ส่งผลถึงการใช้ชีวิตครอบครัว

ช่วงนั้นเรารู้สึกเหนื่อยที่สุดในชีวิต ที่ผ่านมาตั้งแต่คลอด 5 คืนก็ได้นอนวันละ 3-4 ชั่วโมง เพราะลูกนอนเกือบเที่ยงคืนตื่นทุกสองชั่วโมง น้ำนมยังไม่มา ตอนลูกนอนแม่ก็ต้องพยายามปั๊มนมเพื่อให้มีน้ำนมมีมากขึ้นอีก จึงนับเป็นช่วงที่หินที่สุดสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคน

เมื่อคืนนั้นมาถึง เป็นคืนที่ 6 หลังคลอด พาลูกเข้านอนไปตอนเกือบเที่ยงคืน ตื่นมาร้องไห้ตอนตี 2 คุณแม่มือใหม่อย่างเราก็ตื่นขึ้นมาในสภาพมึนตึ๊บราวโดนรถสิบล้อทับมา เพราะเพิ่งนอนไปได้ 2 ชั่วโมง พอหันไปเห็นสามีข้างๆ ที่นอนไม่รู้เรื่องเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร ความรู้สึกเหนื่อย ท้อ โกรธ เกลียด และอิจฉาว่ามีลูกก็มีด้วยกัน ทำไมอีกคนนึงสบายกว่าจึงปะทุขึ้น

เมื่อเราจัดการให้อารมณ์ตัวเองสงบไม่ได้ จึงเดินหนีออกไปนอกห้อง เพราะเพื่อสงบสติอารมณ์ สักพักสามีเดินมาตามว่า นี่ลูกร้อง เธอจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ เท่านั้นและ ถึงคราวภูเขาไฟระเบิด เขื่อนแตกค่ะ ทุกอย่างที่อัดอั้นไว้จึงระเบิดออกมาทั้งหมด ภาพที่เห็นคือพ่อแม่ยืนเถียงกัน ทะเลาะกัน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเด็กทารกผู้ไร้เดียงสา

ความสัมพันธ์-ทะเลาะ

พ่อก็ไม่เข้าใจว่าจะให้เค้าทำอะไรได้ ในเมื่อเค้าตื่นขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเค้าให้นมไม่ได้ แถมตอนเช้าก็ต้องออกไปทำงานแต่เช้าอีก

แม่ก็บอกทำไมไม่รู้จักช่วยให้มากกว่านี้ แค่ตื่นขึ้นมาช่วยอุ้มสักแป๊บ เพื่อให้แม่เห็นว่าพ่อก็พยายามช่วยนะ พ่อเห็นใจแม่นะว่าการนอนทีละสองชั่วโมงมันเหนื่อยขนาดไหน ให้กำลังใจสักหน่อย เท่านั้นเองที่ต้องการ

บทเรียนที่ได้คือ มันเป็นความผิดพลาดของเราทั้งสองคนในการไม่คุยกันให้ดี ให้ละเอียดในเรื่องนี้ ตกลงกันให้ดีว่าใครจะมีหน้าที่ทำอะไร จะต้องช่วยเหลือกันอย่างไร เคลียร์กันให้ชัดเจนก่อนจะถึงเวลาคลอด (ก่อนตัดสินใจมีลูกยิ่งดี) ถึงเวลาจะได้ไม่ต้องมานั่งโทษกันและกัน

ตอนนี้เราก็ได้เรียนรู้แล้วว่าการมีลูกคือบททดสอบความสัมพันธ์ของคนสองคนที่แท้จริง คุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย จึงควรตกลงกับคุณพ่อให้ดีนะคะ อย่าไปคิดว่าเราอยู่กันสองคนไม่มีปัญหา เพิ่มมาอีกสักคนจะเป็นไรไปนะคะ

โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องรับศึกหนักเป็นบุคคลหลักที่ต้องคอยดูแลทุกอย่าง แบบไม่มีใครช่วย ถ้าคุณไม่ใช่นางฟ้ามาจากไหนแล้วล่ะก็ ความรู้สึกด้านลบกับสามีจะเกิดได้ง่ายมากจนทำร้ายชีวิตคู่ของคุณทั้งสองได้ กว่าจะผ่านไปก็แทบจะรู้สึกเหมือนเป็นทหารผ่านศึก ยากที่จะกลับไปรู้สึกดีต่อกันแบบเดิมได้ค่ะ ดังนั้น กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ

แม่แอ๊นท์
แม่ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

อ่านต่อ
คนแปลกหน้าจ๋า อย่าจับพุงฉัน (โดยไม่ได้รับอนุญาต)
ลูกรู้ไหม “ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข” คืออะไร

Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending