LOADING

Type to search

ท้องแล้วเย้! ท้อง 3 เดือนแรกเป็นอย่างไร ควรระวังอะไรดี

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

มาแล้วๆ ลูกน้อยของแม่เมื่อเราทราบแล้วว่าตั้งครรภ์อ่อนๆหรืออยู่ในช่วง 1-3 เดือนแรก สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทราบแล้วต้องปฏิบัตินั้นก็คือ อาการของผู้ที่ตั้งครรภ์และการดูแลตัวเองในระยะตั้งครรภ์ เพราะการตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรกนั้นเป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับลูกน้อยในครรภ์และตัวคุณแม่เอง เพราะนั้นเป็นระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์และยังเป็นช่วงที่คุณแม่ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอีกด้วย

ท้องแล้วออกกำลังกายได้ไหม การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์

ตั้งชื่อลูกทั้งที ไม่มีคำว่าเบ(สิก) มาดูกันว่าดารา คนดัง เค้าตั้งชื่อเล่นลูกกันอย่างไร

การตรวจครรภ์และวินิจฉัยต่างๆ อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น การตรวจเลือด, ปัสสาวะ, การอัลตร้าซาวด์หาความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อจะได้ทราบว่าทารกมีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด มีความผิดปกติหรือไม่จะได้เตรียมการรักษาได้ทันท่วงที เช่น การซาวด์ในเดือนที่ 3 จะสามารถบอกเพศทารกได้แต่ยังไม่แน่นอน 100% นอกจากนี้ คุณหมอก็จะให้คำแนะนำและจ่ายยาให้คุณแม่ทาน เพื่อเป็นการบำรุงรักษาสุขภาพเพิ่มเติมด้วย เช่น กรดโฟลิก ที่ช่วยในการเสริมพัฒนาการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

สำหรับอาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรกนั้น มักจะมีอาการ คลื่นไส้, อาเจียน, เวียนศีรษะหรือที่เราเรียกกันว่า “อาการแพ้ท้อง” นั้นเอง และยังมีอาการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น หงุดหงิดง่าย,ปัสสาวะบ่อย,เจ็บหน้าอกและขนาดหน้าอกเพิ่มขึ้น 1 ไซส์เป็นส่วนใหญ่, น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 2-2.25 กิโลกรัม, ท้องอืด, ท้องผูก, มีความอยากอาหารหรือเบื่ออาหารแล้วแต่บุคคล อาการเหล่านี้นับว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีบ่งบอกว่าร่างกายกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก  สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องแนะนำให้รับประทาน กล้วย, ไอศกรีมรสผลไม้, แครกเกอร์รสเค็ม, ขนมปังปิ้ง, ถั่วชนิดเปลือกแข็งอบแห้ง อาหารเหล่านี้จะช่วยลดหรือบรรเทาอาการแพ้ท้องของคุณแม่ลงได้ ควรมีติดไว้ที่บ้านหรือพกติดตัวไปทุกที่ในช่วงระยะเวลาในการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกจะช่วยได้มากเลยทีเดียว

10 สัญญาณอันตรายเสียงแท้งลูก

นอกจากสัญญาณที่ดีแล้วคุณแม่ต้องสังเกตและระวังสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าการตั้งครรภ์1-3 เดือนนั้นมีความผิดปกติ และเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย ควรต้องรีบไปพบแพทย์โดยทันที
  1. มีเลือดออกมาจากช่องคลอดและมีอาการปวดหัว พร้อมทั้งหายใจลำบากมากขึ้น
  2. มีการตกขาวออกมาเป็นมูกเลือด ,มีกลิ่นเหม็น,เป็นฟอง หรือตกขาวออกมาเป็นสี เขียว,เหลือง,เทา
  3. วิงเวียนศีรษะ,หน้ามืด,ใจสั่นและหัวใจเต้นแรง
  4. การมองเห็นเป็นภาพเบลอ,ปวดหัวอย่างรุนแรงและพูดไม่ชัด
  5. มีไข้ 38 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า
  6. ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงแบบต่อเนื่อง
  7. ท้องผูกหรือท้องเสียอย่างรุนแรงเกิน 24 ชั่วโมง
  8. ปัสสาวะไม่ออกหรือน้อยมากและมีอาการแสบ,ปวดขณะปัสสาวะ
  9. เป็นตะคริวที่ขาหรือเจ็บที่น่องอย่างรุนแรงเป็นระยะเวลานานไม่ยอมหาย
  10. เมื่อได้รับการบาดเจ็บจากการล้มหรือกระแทกที่บริเวณหน้าท้อง จะแสดงอาการหรือไม่แสดงอาการก็ต้องรีบพบแพทย์ทันที

การดูแลตัวเองในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกนั้นควรปฏิบัติดังนี้

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพร่างกายแบบครบถ้วน 5 หมู่
  2. ไม่รับประทานของดิบ ของหมักดอง ลดการรับประทานหวานหรือเค็มมากเกินไป
  3. งดการดื่ม ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  4. ควรดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดให้มีปริมาณมากในแต่ละวัน
  5. การออกกำลังการระหว่างตั้งครรภ์นั้น ควรเป็นการออกกำลังกายเบาๆใช้เวลาสั้นๆ ไม่ควรงดออกกำลังกายหรือออกกำลังกายอย่างหนักมากเกินไปเพราะเป็นช่วงที่ครรภ์อ่อนๆมีความเสี่ยงสูง
  6. การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์นั้น ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงว่าการตั้งครรภ์แข็งแรงดีหรือมีความซับซ้อนหรือไม่

การตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรกนั้น เป็นช่วงที่ต้องให้ความสำคัญกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะเสี่ยงต่อการแท้งได้ง่าย หากไม่ได้รับการดูแลหรือบำรุงลูกน้อยอย่างถูกวิธี ก็อาจเกิดอันตราย และส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยเราได้

อ่านต่อ
ท้องแล้วออกกำลังกายได้ไหม การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์

อาการแพ้ท้อง วิธีการบรรเทา ลดการคลื่นไส้ อาเจียน

คลอดลูกแบบไหนดี คลอดธรรมชาติและผ่าคลอดต่างกันอย่างไร

ท้อง 4-6 เดือน ไตรมาสที่สอง

ท้อง 7-9 เดือน ไตรมาสที่สาม

อ้างอิงจาก

  1. http://www.maeneptune.com
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending