LOADING

Type to search

ใครอยากท้องยกมือขึ้น! 5 วิธีเช็คและโปรแกรมคำนวณวันไข่ตก

Share
คลิกเพื่อแชร์

เจ้าตัวน้อยมานี่มา ปะป๊าหม่าม๊ารออยู่… เปลี่ยนจากการเสกคาถา มาให้ My Honey Bun ช่วยเสกเจ้าหนูสู่อ้อมอกคุณพ่อคุณแม่กันเถอะ! เพราะเพียงแค่ทำความเข้าใจเรื่องวันไข่ตก ก็สามารถคำนวณถึงช่วงเวลาทองในการปั๊มเบบี๋แบบต่อปุ๊ปติดปั๊ปได้ง่ายๆ แล้วค่ะ

บางคนอาจจำได้แม่น แต่บางคนอาจลืมไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรามาเตือนความจำกันแบบกระชับๆ ว่าการตกไข่ (Ovulation) คือการที่ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิง สั่งให้รังไข่ (Ovary) ปล่อยไข่ออกมาเพื่อการสืบพันธุ์1 โดยไข่จะเคลื่อนที่ไปตามท่อนำไข่ (Fallopian Tube) และหากมีสเปิร์มเข้ามาผสม ไข่ซึ่งได้รับการปฏิสนธิก็จะเคลื่อนที่ต่อไปฝังตัวยังผนังมดลูก แต่หากไม่มีการผสมจากสเปิร์ม ไข่และเยื่อบุมดลูกจะหลุดลอกออกพร้อมขับออกมาเป็นประจำเดือนนั่นเอง

จับตาเวลาทอง

การตั้งครรรภ์จะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่เพศหญิงกำลังไข่ตก แต่ต้องอย่าลืมว่าไข่ของเพศหญิงมีอายุเพียง 24 ชั่วโมง และสเปิร์มของเพศชายจะอยู่รอดได้ในร่างกายของผู้หญิงประมาณ 5 วัน1 ดังนั้น ช่วงที่สามารถเกิดการตั้งครรภ์ได้มากที่สุด คือในวันที่ไข่ตก และประมาณ 2 วันก่อนหน้านั้น2 โดยยังถือว่าใน 5 วันก่อนไข่ตกและวันไข่ตก เป็นช่วงที่ยังมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกว่า Fertile Window นั่นเอง

ต้องรู้! มีเซ็กส์ทุกวันไม่ใช่คำตอบ!

หากต้องการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ ควรมีเพศสัมพันธ์ในวันไข่ตก และ 2 วันก่อนหน้า รวมถึง 2 วันหลัง (หรือคิดง่ายๆ ว่ามีเพศสัมพันธ์วันเว้นวันในสัปดาห์ที่ไข่ตก) เพราะการมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน อาจทำให้จำนวนสเปิร์มลดน้อยลงได้2

การตั้งครรภ์เกิดขึ้นไม่ง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากนะคะ โดยเฉพาะถ้าทำความเข้าใจและใช้ 5 วิธีคาดการณ์และระบุวันไข่ตกที่เรารวบรวมมาในวันนี้ ก็ถือว่าคุณพ่อคุณแม่มีตัวช่วยฝีมือดีในการวางแผนครอบครัวที่ใช้งานง่ายและเช็คได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ

วิธีที่ 1 นับรอบเดือน

การนับรอบเดือนจะช่วยระบุวันไข่ตกได้โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ โดยหากมีรอบเดือน 28 วัน (เริ่มนับวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1) วันที่ไข่ตกในรอบเดือนของคุณมักจะเป็นวันที่ 14 ค่ะ

สำหรับสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีรอบเดือนแบบ 28 วันเป๊ะๆ เรามีโปรแกรมช่วยคำนวณวันไข่ตก เพื่อระบุ Fertile Window ไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่อยากมีลูกค่ะ

*ระยะของรอบเดือน จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือน ถึงวันสุดท้ายก่อนมีประจำเดือนครั้งต่อไป เช่น หากมีประจำเดือนเดือนที่แล้วในวันที่ 1 ม.ค. และเดือนนี้ในวันที่ 1 ก.พ. ระยะของรอบเดือนคือ 1 – 31 ม.ค. = 31 วัน

วันที่จากการคำนวณจะเป็นตัวเลขคร่าวๆ ที่จะบอกช่วงที่เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้หากประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีความเครียด หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ นอกจากนี้การเก็บข้อมูลระยะของรอบเดือน ก็ควรได้รับการบันทึกอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนค่ะ

วิธีที่ 2 ใช้อุปกรณ์ตรวจวันไข่ตก

  • ตรวจด้วยปัสสาวะ

คือการตรวจหาฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ หรือ Luteinizing Hormone (LH) ซึ่งจะเพิ่มขึ้น 2 – 5 เท่าก่อนวันไข่ตก3 โดยหากมีเพศสัมพันธ์ภายใน 48 ชั่วโมงหลังตรวจพบฮอร์โมน LH ในระดับสูงสุด ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้น2

เคล็ดลับในการตรวจด้วยชุดทดสอบระยะไข่ตกจากปัสสาวะ

  • ควรใช้ปัสสาวะตอนบ่าย ซึ่งฮอร์โมน LH จะปรากฏสูงกว่า
  • เก็บปัสสาวะในเวลาเดียวกันทุกวัน3
  • ลดการบริโภคของเหลวก่อนตรวจ เพื่อไม่ให้ปัสสาวะเจือจาง
  • อ่านวิธีใช้และคำแนะนำจากชุดทดสอบที่เลือกซื้อนั้นๆ อย่างละเอียด
  • ตรวจด้วยน้ำลาย (Salivary Ferning Kit)

ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะสูงขึ้นก่อนไข่ตกและทำให้ปริมาณเกลือในน้ำลายสูงขึ้น3 ดังนั้นหากตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบพกพา ซึ่งออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ จะพบว่าเกลือในน้ำลายแข็งตัวมีลวดลายคล้ายใบเฟิร์น โดยลวดลายนี้เป็นตัวบอกว่าคุณจะไข่ตกในอีก 1 – 2 วัน

เคล็ดลับในการตรวจด้วยน้ำลาย

  • ควรตรวจในตอนเช้า ก่อนที่จะดื่มหรือทานอะไร
  • การตรวจด้วยน้ำลาย เป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนสูง โดยอาจตรวจพบลวดลายใบเฟิร์นได้ 6 วันก่อนหน้า หรือหลังไข่ตกไปแล้ว 2 วัน3
  • อ่านวิธีใช้และคำแนะนำจากชุดทดสอบที่เลือกซื้อนั้นๆ อย่างละเอียด

วิธีที่ 3 วัดอุณหภูมิร่างกาย (Basal Body Temperature – BBT)

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงภายใน 12 – 24 ชั่วโมงก่อนการตกไข่ และจะต่ำสุดในวันที่ไข่ตก โดยหลังจากนั้นจะสูงขึ้นประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส2 และสูงต่อเนื่องไปเช่นนั้นจนกว่าจะมีรอบเดือนครั้งต่อไป4 โดยปกติแล้ว ร่างกายก่อนไข่ตกจะมีค่าเฉลี่ย BBT ประมาณ 36.1 – 36.4 องศาเซลเซียส แต่หลังจากไข่ตก ค่าเฉลี่ย BBT จะอยู่ที่ประมาณ 36.4 – 37 องศาเซลเซียส1

ข้อเสียของการตรวจด้วยการวัด BBT คือเมื่อทราบว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ก็หมายความว่าไข่ตกเรียบร้อยและอาจมีเพศสัมพันธ์ไม่ทันแล้ว แต่วิธีนี้ก็ยังสามารถช่วยให้เห็นแพทเทิร์นเพื่อช่วยคาดการณ์สำหรับเดือนต่อๆ ไปได้ค่ะ

ตารางด้านบนเป็นตัวอย่างของตาราง BBT ที่สาวๆ สามารถนำไปบันทึกอุณหภูมิในวันต่างๆ และเขียนโน้ตเป็นสัญลักษณ์ที่ตัวเองเข้าใจด้านล่าง เช่น วันที่มีประจำเดือน วันที่มีเพศสัมพันธ์ วันที่มีมูกออกจากช่องคลอด ฯลฯ เพื่อเก็บข้อมูลรูปแบบของอาการต่างๆ ในแต่ละเดือน

เคล็ดลับในการวัดอุณหภูมิร่างกาย

  • ควรใช้เครื่องวัดที่ออกแบบมาสำหรับการวัด BBT เนื่องจากค่าที่อ่านได้จะละเอียดกว่า5
  • ใช้อุณหภูมิตอนเช้าเมื่อตื่นนอนทันที เนื่องจาก BBT จะเป็นอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดในช่วง 24 ชั่วโมง4 โดยควรวัดค่าทันทีก่อนลุกจากที่นอนหรือทำกิจกรรมอื่นๆ
  • ควรตื่นนอนให้เป็นเวลาและนอนหลับสนิทต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ชั่วโมง2

วิธีที่ 4 สังเกตจากมูกที่ปากมดลูก (Cervical Mucus)

ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะทำให้มูกที่ปากมดลูกเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของการตกไข่ ซึ่งในวันที่ไข่ตก หรือในช่วงก่อนและหลังไข่ตกไม่กี่วัน4 มูกที่ออกมาจากปากมดลูกนี้จะมีลักษณะคล้ายไข่ขาวดิบ คือใส ลื่น และยืดหยุ่นกว่าปกติ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อช่วยให้สเปิร์มเคลื่อนที่เข้าสู่มดลูกได้สะดวกขึ้นนั่นเอง2

**การมีเพศสัมพันธ์ การใช้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น หรือการรับประทานยาบางประเภทอาจส่งผลต่อลักษณะของมูกที่ปากมดลูก5

วิธีที่ 5 สังเกตจากอาการอื่นๆ

ยังมีอาการอื่นๆ ที่สามารถบ่งชี้ว่าคุณผู้หญิงกำลังอยู่ในช่วงไข่ตก อย่างไรก็ดี อาการเหล่านี้อาจไม่ชัดเจนและแตกต่างกันแล้วแต่บุคคล ดังนั้น สาวๆ จึงควรสังเกตอาการที่ตัวเองเป็นสม่ำเสมอในช่วงไข่ตกไว้อ้างอิงสำหรับเดือนต่อไปค่ะ

  • ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยข้างเดียว เนื่องจากรังไข่ข้างที่เจ็บเป็นข้างที่ผลิตไข่ในรอบเดือนนั้นนั่นเอง2
  • มีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น เกิดจากสัญชาตญาณการสืบพันธุ์และการที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณช่องคลอดมากขึ้น
  • ปากมดลูกอยู่สูงขึ้น นิ่มขึ้น และชื้นขึ้น อาจเช็คได้ด้วยการสัมผัส4 แต่วิธีนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์พอสมควร
  • อารมณ์แปรปรวน ขี้หงุดหงิด
  • เจ็บหน้าอก
  • เป็นตะคริว
  • มีประสาทสัมผัสด้านรับกลิ่นดีขึ้น

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ารอช้า รีบใช้โปรแกรมคำนวณวันไข่ตกของเราหรือใช้วิธีที่คุณสะดวก แค่นี้เบบี๋ตัวน้อยก็อยู่แค่เอื้อมแล้วค่ะ!

อ้างอิงจาก

  1. Ovulation – everything you need to know, Mother&Baby, https://www.motherandbaby.co.uk/trying-for-a-baby/pregnancy-planning/ovulation-everything-you-need-to-know
  2. 8 วิธีการนับวันไข่ตก (คํานวณวันไข่ตก) & การตกไข่ คือ?, MedThai, 24 ต.ค. 2017, https://medthai.com/การนับวันไข่ตก
  3. Ovulation predictor kits, BabyCenter, May 2017, https://www.babycenter.com/0_ovulation-predictor-kits_10405040.bc
  4. How to tell when you ovulate, BabyCenter, Oct 2017, https://www.babycenter.com/0_how-to-tell-when-you-ovulate_484.bc
  5. How to predict ovulation by charting your basal body temperature and cervical mucus, BabyCenter, Feb 2017, https://www.babycenter.com/chart-basal-body-temperature-and-cervical-mucus
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending