LOADING

Type to search

พฤติกรรมลูกคนเดียว มีนิสัยเห็นแก่ตัว เหงา เอาแต่ใจ จริงหรือไม่

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

เมื่อเอ่ยถึงคำว่าพฤติกรรมลูกคนเดียวหลายคนคงต้องจินตนาการไปถึงเด็กที่เอาแต่ใจ มีพ่อแม่ที่คอยเอาอกเอาใจลูกอยู่ตลอดเวลา เลี้ยงแบบประคมประหงมเหมือนไข่ในหินดัง อยากได้อะไรก็ต้องได้ เหมือนในหนังในละครที่แสดงให้เห็นอยู่เป็นนิจ เรามีข่าวดีมาบอกค่ะ การที่มีลูกคนเดียวแล้วจะทำให้ลูกเห็นแก่ตัว ถูกตามใจจนเสียคน เข้ากับคนอื่นไม่ได้ เกิดอาการเหงาหรือทำให้เกิดความซึมเศร้านั้นเป็นเพียงแค่ความเชื่อที่ขาดการพิสูจน์เท่านั้น

ย้อนกลับไปเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วคุณแม่คนไทย  1 คน มีลูกเฉลี่ยถึง 6 คน  ประเทศไทยเราในปัจจุบันนั้นคุณแม่มีลูกโดยเฉลี่ยเพียง 1 คนเท่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ประเด็นสำคัญก็คือจะมีคนคอยเป็นห่วงว่าทำไมคุณแม่ไม่มีลูกอีกคน ให้เป็นเพื่อนกับลูกเราจะได้มีเพื่อนเล่น ไม่เหงา พี่คอยสอนน้องได้ จะได้รู้จักการแบ่งปัน เป็นต้น

ความเชื่อว่าการมีลูกคนเดียวแล้วจะเกิดเป็นผลเสียกับตัวเด็กเองนั้น เริ่มมีมาเมื่อ 120 ปีที่แล้ว เมื่อนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เกรนวิลล์ สเตนลี่ย์ ฮาล ได้ป่าวประกาศในงานวิจัยว่า ลูกคนเดียวนั้นเป็นคนที่เข้ากับสังคมไม่ได้ เป็นคนที่แปลกแยก และเป็นคนไม่ควรอยู่ในสังคม2 เป็นเหตุที่ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า การเป็นลูกคนเดียว จะมีความรู้สึกเหงา มีความเห็นแก่ตัว และเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ยาก3ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยมิได้มีการทำการวิจัยที่น่าเชื่อถือในแบบปัจจุบัน

120 ปีผ่านไป เชื่อหรือไม่ว่าเราก็ยังมีความเชื่อนั้นกันอยู่ค่ะ คุณแม่หลายๆ คนมักจะโดนถามอยู่บ่อยๆ ว่าเมื่อไรจะมีน้องคนที่สอง ลูกคนแรกจะได้ไม่เหงา คำถามแบบนี้เกิดจากความเชื่อที่กล่าวมาข้างต้น โดยไม่ได้มีพื้นฐานบนความเป็นจริงแต่ประการใด4

งานวิจัยจาก Understanding Society ซึ่งติดตามชีวิตของผู้คนจำนวน 100,000 คนในประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยผลการวิจัยว่าเด็กๆ ที่มีพี่น้องน้อย มีความสุขมากกว่าเด็กที่มีพี่น้องหลายๆ คน และที่สำคัญคือ เด็กที่เป็นลูกคนเดียวนั้นเป็นเด็กที่มีความสุขมากที่สุด และความสุขจะลดน้อยลงตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น3

เด็กจำนวน 31% บอกว่าว่าพวกเขามักถูกพี่หรือน้องรังแกเมื่อต้องอยู่ร่วมกัน เช่น ถูกเตะ ถูกผลัก หรือถูกตีอยู่บ่อยๆ และสิ่งของก็มักถูกขโมยไปด้วยฝีมือพี่น้อง นอกจากนี้ยังโดนล้อเลียนด้วยชื่อสารพัดชื่ออีกด้วย3

ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ โทนี่ ฟัลโบ แห่งสาขาจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์การเป็นลูกคนเดียว ซึ่งได้ผลตรงกับงานวิจัยในปี 2557และปี  2559 โดยสามารถสรุปสั้นๆ ได้ว่า ลูกคนเดียวและลูกคนโตนั้น เรียนเก่งกว่าลูกคนรองในครอบครัวที่มีลูก 2 คนขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่พบว่าลูกคนเดียวนั้นมีความเหงา ความเห็นแก่ตัว หรือปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้อย่างที่เข้าใจกัน2,5,6

นอกจากนี้ยังมีการค้นพบอีกว่าจริงๆ แล้วลูกคนเดียวอาจมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเด็กที่มีพี่น้องหลายคน เนื่องจากพบว่ามีความยืดหยุ่นมากซึ่งเป็น1 ใน 3 องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ สาเหตุอาจเกิดจากการที่ต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเองโดยไม่มีพี่น้องมาชี้นำ6

 อ่านต่อ
มีลูกคนเดียวไม่ต้องรู้สึกผิด คุณและลูกคือคนที่มีความสุขที่สุด!

ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ โทนี่ ฟัลโบ ยังกล่าวอีกว่าการเป็นลูกคนเดียวภายในครอบครัวไม่ทำให้เด็กเหงาแน่นอนค่ะ สาเหตุเพราะว่าพ่อแม่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กมากยิ่งขึ้น ทำความเข้าใจและเอาใจใส่ได้ดีกว่าพ่อแม่ที่ลูกหลายคน แถมพ่อแม่ก็ยังต้องมานั่งเข้าใจอารมณ์ของลูก ๆ ให้ครบทุกคน กว่าจะพยายามเข้าใจกันได้ก็คงใช้เวลาไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

แล้วสังคมของลูกคนเดียวมาจากไหน คำตอบง่าย ๆ ก็คือการส่งเสริมกิจกรรมสังคมให้ลูกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับเพื่อน เล่นกับญาติ พาลูกออกไปเล่นในที่สาธารณะ การส่งเสริมกิจกรรมภายในโรงเรียนของเด็ก หรือการมีปฏิสัมพันธ์ของพ่อแม่แต่ละครอบครัวเองก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยทำให้ลูก ๆ ของคุณมีสังคมที่ดีได้ค่ะ7

มาถึงตอนนี้ก็คงเข้าใจกันแล้วนะคะว่าลูกคนเดียวไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัว เหงา หรือเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้ เพราะเค้าจะได้รับความเข้าใจ การเอาใจใส่ดูแล และการชี้แนะจากพ่อแม่ค่ะ ในทางกลับกันต่อให้ไม่ใช่ลูกเดียวแต่สภาพแวดล้อมไม่ดี ไม่มีพ่อแม่คอยเอาใจใส่ ชี้แนะยังไงเด็กโตไปก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างได้ค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Prasartkul & Vapattanawong, 2012, Birth 2, http://www.hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/ThaiHealth2012/eng2012_4.pdf
  2. Chen & Liu, 2014, Comparing Adolescent Only Children with Those Who Have Siblings on Academic Related Outcomes and Psychosocial Adjustment https://www.hindawi.com/journals/cdr/2014/578289/
  3. Lauren Sandler, 2010, The Only Child: Debunking the Myths, http://content.time.com/time/magazine/article/0,9171,2002530-1,00.html
  4. Anushka Asthana, 2010, An only child is a happy child, says research https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2010/nov/14/only-children-happier-competition-bullying
  5. Falbo & Polit, 1986, Quantitative Review of the Only Child Literature. Research Evidence and Theory Development, https://utexas.influuent.utsystem.edu/en/publications/quantitative-review-of-the-only-child-literature-research-evidenc
  6. Yang et al., 2016, Only-child and non-only-child exhibit differences in creativity and agreeableness: evidence from behavioural and anatomical structural studies, https://link.springer.com/epdf/10.1007/s11682-016-9530-9?shared_access_token=7dVQ_o7bnm-wEg9L3t58IPe4RwlQNchNByi7wbcMAY5Pf3n8Lx20MJAX-lW0Wpw45kIV8_C9s0fCRgnkYA_93WRIpBfsomQt9Ou_A5kvlML1sygL2YyWtK9JEIUZo0-6mb8EimMwEvQA8_uhqDDhF00agwskw2C7KdZ84wZzVNg=
  7. Scott, “Why having an only child can be good for everyone”, ABC News, http://www.abc.net.au/news/2017-08-21/parents-of-only-children-judged-despite-evidence-of-benefits/8789592
Tags

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending