LOADING

Type to search

สังเกตให้ไว-ป้องกันได้ก่อน…ไข้เลือดออกในเด็กอันตรายกว่าที่คิด!

Share
คลิกเพื่อแชร์
หนึ่งในความน่ากลัวของฤดูฝนที่พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิเศษ ก็คือโรคไข้เลือดออก โรคที่เราคุ้นหูแต่ก็รู้สึกว่าไกลตัวมาตลอด แต่ทราบไหมคะ? ว่าจากสถิติแล้ว โรคนี้ถูกพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี1 โดยกลุ่มที่ป่วยแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูง คือเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ขวบ หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ2 แถมแค่เฉพาะเขตกรุงเทพ ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2561 นี้ ก็พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกถึง 837 รายแล้ว3 จึงถือว่าโรคไข้เลือดออกในเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ชวนพ่อแม่ทำความเข้าใจ…ไข้เลือดออกคืออะไรกันแน่?

ไข้เลือดออกในเด็ก-ยุงกัด สาเหตุของโรคไข้เลือดออก หรือ Dengue Hemorrhagic Fever เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue) ซึ่งมียุงลายตัวเมียเป็นพาหะโรค โดยเริ่มจากการที่ยุงดูดเลือดของผู้ที่มีเชื้อ จากนั้นเชื้อจะฟักตัวแล้วเพิ่มจำนวนในตัวยุง ก่อนแพร่ไปสู่ร่างกายของผู้ที่ถูกยุงกัดคนต่อไปนั่นเอง

เรื่องน่ารู้!

  • ไวรัสเดงกีมี 4 สายพันธุ์ เมื่อเป็นแล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นไปตลอดชีวิต และมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นไปอีกประมาณ 6 – 12 เดือน4
  • โดยทั่วไป เมื่อได้รับเชื้อในครั้งแรก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเหมือนไข้หวัดใหญ่อยู่ประมาณ 5 – 7 วันแล้วจะดีขึ้นเอง แต่เมื่อใดที่ร่างกายได้รับเชื้อเดงกีอีกสายพันธุ์ เชื้อก็จะมีระยะฟักตัวสั้นลงและรุนแรงขึ้น กลายเป็น “ไข้เลือดออก” ที่มีความอันตรายอย่างมาก
  • เชื้อไวรัสเดงกีจะมีชีวิตอยู่ในตัวยุงได้ตลอดอายุขัย หรือประมาณ 1 – 2 เดือน1

สังเกตอาการไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกในเด็ก-สัญญาณอันตราย โรคไข้เลือดออกมักเกิดขึ้นได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป4 เนื่องจากเด็กทารกจะยังมีภูมิต้านทานจากน้ำนมของแม่ โดยอาการของโรคจะแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะไข้สูง: ประมาณ 2 – 7 วัน

    • มีไข้ขึ้นสูงอย่างฉับพลัน วัดอุณหภูมิได้ 39 – 41 องศาเซลเซียส ลักษณะเป็นไข้สูงลอย (ไข้สูงคงที่ตลอดเวลา) แต่มักไม่มีอาการไอ คัดจมูก หรือน้ำมูกไหล และทานยาลดไข้ก็ไม่ได้ผล
    • ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตามตัว ตามข้อ หรือกระดูก
    • กระหายน้ำ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
    • ท้องผูกหรือถ่ายเหลวผิดปกติ
    • เนื่องจากระบบเลือดภายในร่างกายมีความผิดปกติ อาการภายนอกที่สามารถสังเกตได้ คือมีจุดเลือดออกตามตัว ผิวหนังแดง มีผื่นขึ้นแต่ไม่รู้สึกคัน เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือมีประจำเดือนออกมากกว่าปกติ
    • ไข้เลือดออกในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อาจพบไข้สูงร่วมกับอาการชัก4 ไข้เลือดออกในเด็ก-เป็นไข้
  2. ระยะช็อก หรือระยะวิกฤต: 24 – 48 ชั่วโมง

    ในระยะนี้ พลาสมาจะไหลซึมออกมาจากหลอดเลือด ทำให้เลือดในร่างกายลดลง ระบบต่างๆ จึงเกิดความแปรปรวน อวัยวะทำงานหนักขึ้น ในรายที่รุนแรงมาก จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับวาย ไตวาย ปอดปวดน้ำ สมองทำงานผิดปกติ หรือช็อกและเสียชีวิตได้

    • ไข้ลดลง แต่อาการอื่นๆ กลับทรุดหนัก
    • ตัวเย็น มือเท้าเย็น เหงื่อออก
    • ความดันต่ำ ใจสั่น หน้ามืด
    • อาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นสีเข้มเนื่องจากมีเลือดปน
    • ปวดท้อง โดยเฉพาะใต้ชายโครงขวาเนื่องจากตับโต
    • ปัสสาวะออกน้อย หรือไม่ถ่ายปัสสาวะเลยในเวลา 4 – 6 ชั่วโมง2
    • ถ้าเกิดในเด็กจะดูซึม ไม่ร่าเริง กระสับกระส่าย หรือร้องกวนมากผิดปกติ ไข้เลือดออกในเด็ก-เด็กป่วย
  3. ระยะฟื้นตัว

    • หากผ่านระยะวิกฤตมาได้ อาการทุกอย่างก็จะดีขึ้น เริ่มกลับมาอยากทานอาหาร ปัสสาวะได้ปกติ ชีพจรและความดันก็กลับมาเป็นปกติ
ไข้เลือดออกอันตรายมากกว่าแค่ “ไข้” จริงๆ นะคะ ผู้ป่วยที่มีอาการไข้เลือดออกจึงควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์และพยาบาล เพื่อสังเกตและรับมือกับแต่ละอาการอย่างทันท่วงที ดังนั้น ผู้ปกครองต้องคอยสังเกตอาการของลูก โดยเฉพาะในเด็กที่ยังพูดหรืออธิบายความรู้สึกไม่ได้ หากยิ่งมีปัจจัยเสี่ยง เช่น อยู่ในช่วงฤดูฝน หรือลูกเพิ่งโดนยุงกัดมา ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก และเมื่อลูกมีไข้สูงนานเกิน 2 วัน ก็ควรรีบพาเข้าพบแพทย์ค่ะไข้เลือดออกในเด็ก-เดินลุยน้ำ

แล้วจะรักษาและป้องกันอย่างไรดี?

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีวิธีรักษาไข้เลือดออก แต่แพทย์จะรักษาตามอาการและดูแลให้ผ่านช่วงวิกฤตไปให้ได้ ด้วยการให้ดื่มน้ำมากๆ จิบเกลือแร่ เช็ดตัว หรือให้ยาลดไข้ (ยกเว้นยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาที่มีสเตียรอยด์ เพราะจะระคายเคืองกระเพาะอาหารและทำให้เลือดไม่แข็งตัว5)นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ต้องฉีดให้ครบ 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 6 เดือน โดยพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 60%2 แต่อย่างไรก็ดี ในการป้องกันการเกิดไข้เลือดออกในเด็ก ผู้ปกครองก็ต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย อาทิ ไข้เลือดออกในเด็ก-เด็กนอนสบาย
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและลูกน้ำยุงลาย ด้วยการเทน้ำขัง ปิดฝา หรือเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ตามถังเก็บน้ำ แจกัน หรือชามใส่น้ำสัตว์เลี้ยง หรือจะใช้วิธีปล่อยปลากินลูกน้ำ อย่างปลาหางนกยูงก็ได้4
  • ใช้ตัวช่วยต่างๆ เพื่อไล่และกำจัดยุง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของสเปรย์ ยาจุด เครื่องไล่แบบไฟฟ้า ไม้ช็อต ฯลฯ ซึ่งหากต้องใช้สารเคมี ควรพยายามใช้ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส
  • เคลียร์บ้านไม่ให้รกหรือมีมุมอับทึบจากข้าวของที่กองสุมกัน5
  • ยุงลายมักออกหากินช่วงกลางวัน และจะชุกชุมมากในหน้าฝนที่มีพื้นที่น้ำขังเยอะ เราจึงไม่ควรชะล่าใจ และต้องป้องกันไว้ก่อนด้วยการใส่เสื้อผ้ามิดชิด (แขน-ขายาว และจะยิ่งดีถ้าเป็นสีอ่อนๆ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ควรให้ลูกนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน รวมทั้งทาโลชั่น สเปรย์ หรือใช้แผ่นแปะกันยุงสูตรปลอดภัยสำหรับเด็ก
อีกหนึ่งวิธีที่จะป้องกันลูกจากโรคไข้เลือดออก ก็คือการสอนให้เด็กรู้จักหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงซึ่งอาจทำให้ยุงกัด รวมถึงให้มาบอกพ่อแม่เมื่อรู้สึกตัวว่าโดนยุงกัด คัน หรือรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติใดๆ

อ้างอิงจาก

  1. ไข้เลือดออก (Dengue hemorrhagic fever), โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, 1 เม.ย. 2013, http://www.tm.mahidol.ac.th/hospital/hospital-dengue-th.php
  2. Chatchai Nokdee, 9 สัญญาณ ไข้เลือดออกในเด็ก, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.), 25 ส.ค. 2017, http://www.thaihealth.or.th/Content/38361-9%20สัญญาณ%20ไข้เลือดออกในเด็ก.html
  3. Porraphat Jutrakul, สถานการณ์ไข้เลือดออกในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเพิ่ม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.), 14 มิ.ย. 2018, http://www.thaihealth.or.th/Content/42912-สถานการณ์ไข้เลือดออกในกรุงเทพฯ%20มีแนวโน้มเพิ่ม.html
  4. ไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคไข้เลือดออก 7 วิธี !!, MedThai, 23 ก.ค. 2017, https://medthai.com/โรคไข้เลือดออก/
  5. ไข้เลือดออก ภัยร้ายลูกน้อย (Dengue Hemorrhagic Fever), โรงพยาบาลพญาไท, 25 เม.ย. 2018, https://www.phyathai.com/article_detail/2524/th/ไข้เลือดออก_ภัยร้ายลูกน้อย_(Dengue_Hemorrhagic_Fever)
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending