LOADING

Type to search

คลอดธรรมชาติ เรื่องง่าย ที่ถูกทำให้ยุ่งยาก

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

เรื่องมีอยู่ว่าลูกคนแรกเราคลอดแบบธรรมชาติโดยใช้ยาบล็อกหลังช่วย ที่ประเทศอังกฤษ ลูกออกมาแข็งแรงดีน้ำหนักเกือบ 3.4 กิโลกรัม ออกวันนี้ วันพรุ่งนี้บ่ายๆ ก็ออกจาก รพ. ได้ เรารู้สึกดีที่ไม่ต้องทนเจ็บแผลผ่า คลอดมาไม่กี่นาทีลูกก็มานอนบนหน้าอก ดูดนมได้เลย ซึ่งมีประโยชน์กับทั้งแม่และเด็กมากมาย เรารู้สึกว่า ถึงแม้จะเป็นการรักษาพยาบาลที่ฟรี ทุกคนถูกปฏิบัติแบบเท่าเทียมกัน คือไม่มีห้องพิเศษใดๆ แต่เค้าใส่ใจที่จะให้ในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแม่และลูก จึงเป็นความประทับใจที่เราได้รับ

ตัดภาพมาในปัจจุบัน ลูกคนที่สอง ใกล้จะคลอดที่ประเทศไทย การหาข้อมูลนั้นเป็นไปได้ยากมาก ทุกโรงพยาบาลมีไกด์ไลน์ของใครของมัน อยากรู้ก็ต้องไปถามเอาเอง แถมถามเยอะ ก็ไม่ค่อยบอก ไม่ค่อยอธิบาย

เราเลือกไปที่ รพ. แห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากบ้านมาก รู้สึกสะดวกดี ค่าทำคลอดก็ไม่แพง เมื่อเทียบกับอีกโรงพยาบาลหนึ่งใกล้ๆ กัน และบอกกับคุณหมอไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่า เราตั้งใจที่จะคลอดธรรมชาติ ตั้งแต่เริ่มไปหาหมอเพื่อฝากครรภ์ตอน 3 เดือน เราไม่เลือกหมอเพราะรู้สึกว่าหมอคนไหนก็น่าจะเหมือนกัน

พอเริ่มเข้าวีคที่ 37 หมอก็เริ่มพูดลอยๆ ว่าตอนนี้ก็พร้อมคลอดแล้วนะ ถ้าอยากคลอดอาทิตย์หน้าก็คลอดได้แล้ว เราก็ตกใจ หา อะไรนะ คนที่แล้วเราคลอดหลังกำหนด คนนี้ก็น่าจะมีแนวโน้มคล้ายๆ กัน ทำไมต้องคลอดอาทิตย์หน้า คือมีสัญญาณใกล้คลอดอะไร ที่เราไม่รู้ตัวเหรอ แต่เราก็คิดในใจว่าหรือว่าหมอบอกเฉยๆ ให้เตรียมตัวให้พร้อม แต่เรายังไม่พร้อม กลับบ้านเลยรีบเตรียมของเด็กให้ครบ

วีคที่ 38 หมอขอตรวจภายใน แล้วก็พบว่า ปากมดลูกหนูยังไม่เปิด ยังชี้ไปด้านหลังอยู่เลย งั้นตอนนี้ขอตรวจสุขภาพรกก่อน เช็คว่ามีการบีดรัดตัวของมดลูก หรือที่เรียกว่าท้องแข็งหรือไม่ สุดท้ายก็ไม่มี หมอบอกโอเค งั้นหมอให้อีกอาทิตย์นึงเป็น 39 วีค แล้วอาทิตย์หน้าจะเร่งคลอดนะ หมอก็เหมือนถามเล่นๆ ว่าแม่ยังมีแรงเบ่งอยู่ไหมจ๊ะ เราก็ยิ้มๆ ไม่รู้พูดจริงพูดเล่น

คลอดธรรมชาติ-ห้องคลอด  

เราเดินออกมางงๆ แบบอ้าว เราต้องคลอดวันอาทิตย์หน้าแล้วเหรอ ถามพี่พยาบาล คือถามหมอเนี่ย ไม่เคยได้คำตอบ ทำให้ต้องถามใครก็ได้ที่เจอ บางทีพยาบาลก็ยอมเสียเวลาอธิบายมากกว่า พยาบาลบอกว่า อ่อ ถ้าอาทิตย์หน้ามาเร่งคลอดก็ไม่ให้กลับบ้านแล้วนะคะ ถ้าเร่งคลอดแล้ว ไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่สำเร็จใน 12 ชั่วโมงเนี่ย หมอก็จะผ่า

คืนนั้นทำเอานอนไม่หลับไปอีก 1 คืน เพราะไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องโดนผ่าคลอด คือเราคิดว่าถ้าไม่ฉุกเฉิน ไม่เป็นอันตรายกับแม่หรือเด็ก ก็ไม่มีความจำเป็น

เราถึงกะช็อก ทำเอาวันนั้นต้องกลับมาหาข้อมูลเป็นการใหญ่ วันต่อมาเราจึงโทรหาโรงพยาบาลอีกที่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ ตามคาดว่ารพ. ชื่อดังในละแวกนั้น บอกว่าคุณแม่ที่นี่ก็คลอดกัน 37-39 วีค นะคะ ถ้ามาที่นี่ก็จะมีการปฏิบัติแบบเดียวกันเลย คือจะโดนเร่งคลอด แล้วถ้าไม่คลอดเองใน 12 ชั่วโมงก็จะโดนผ่า

โทรถามโรงพยาบาลอีก 2 ที่ ที่นึงดังเรื่องการคลอดธรรมชาติแต่ที่เราไม่ไปเพราะรู้สึกไกลและรถติด ปรากฏว่าพยาบาลให้คำปรึกษาดีและละเอียดมาก บอกว่าเราไม่มีนโยบายเร่งคลอดถ้าต่ำกว่า 40 วีค ส่วนอีกที่ก็บอกว่าให้ไปถามหมอมาให้ได้ ว่าทำไมต้องเร่งคลอดที่ 39 วีค เหตุผลอะไร เพราะเป็นสิทธิ์ของคนไข้ที่จะต้องรู

เราก็เลยโทรไปถามหมอที่รพ. เดิม หมอบอกว่า หมอคิดว่าหนูน่าจะพร้อมแล้วล่ะนะ ถ้าหมอคิดว่าจะไม่สำเร็จหมอก็จะไม่เร่งคลอดหรอก ผิดกับคราวที่แล้วที่พูดเหมือนว่ามาคราวหน้าหมอไม่ให้กลับแล้วนะ เราก็เลยยืนยันไปอีกทีว่า เรารอได้ รอจน 40-41 วีคได้

หมอก็พูดเป็นเชิงว่ากลัวรถติด มาไม่ทัน และแม่ก็จะรู้สึกอึดอัด นอนไม่หลับ อยากให้ลูกออกมาแล้ว ซึ่งเราไม่เคยบ่นเรื่องนี้ แล้วรพ. นี้ก็ใกล้รถไม่ติด 10 นาทีถึง เราบอกหมอว่า งั้นเอาแบบนี้ได้ไหม ขออัลตร้าซาวด์เช็คเพื่อความสบายใจละกัน ว่าเด็กสุขภาพดีไหม น้ำคล่ำน้อยไหม ถ้ากลัวเด็กสำลัก หมอก็บอกโอเคๆ วันอาทิตย์ค่อยว่ากัน

คลอดธรรมชาติ-แม่ลูก  

รู้สึกแปลกมากว่าสรุปแล้วที่พูดมาทั้งหมดในสองอาทิตย์ที่ผ่านมาคืออะไร ทำไมต้องเร่งคลอด แต่เราไม่ยอมปุ๊ปหมอก็เปลี่ยนทันที เราเลยตัดสินใจว่าจะลองหา Second opinion และดูว่ามีที่ไหนที่สนับสนุนการคลอดธรรมชาติบ้าง ซึ่งพอหาข้อมูลในเวลาที่มีไม่มากแล้วก็เจออยู่ที่เดียว คือ โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท ซึ่งไกลมากทีเดียวสำหรับบ้านเรา นึกในใจว่ายังไงก็คงต้องลอง เพราะตอนนี้กังวลว่าจะโดนผ่ามากกว่า ทำให้ไม่สบายใจและเครียด

พอเจอหมอที่โรงพยาบาลสมิติเวช หมอก็ลองอัลตร้าซาวด์ดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ที่ทำให้คุณหมอจากโรงพยาบาลแรกบอกเราว่าจะต้องเร่งคลอดเลย หมอก็บอกไม่มีนะคะ แล้วก็แปลกใจว่าทำไมคุณหมอต้องให้เร่งคลอดด้วย สรุปวันนั้นเราเลยกลับบ้านอย่างสบายใจ โทรขอประวัติจาก รพ. แรกที่ไป แล้วก็เปลี่ยนรพ. ที่คลอดเลย

เราไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ถึงผ่าคลอด เพราะนอกจากจะสะดวกแบบกำหนดเวลาได้สำหรับคนไข้แล้ว ก็ยังสะดวกโรงพยาบาล สะดวกหมอ ทำให้การจัดการทุกอย่างง่ายไปหมด

สำหรับเราแล้ว ลูกคนแรกคลอดธรรมชาติ แข็งแรงดี ไม่ค่อยป่วย เราเลยอยากให้ลูกคนที่สองได้รับโอกาสแบบลูกคนแรกบ้าง จึงมีความตั้งใจที่จะคลอดธรรมชาติ นี่ขนาดมีความตั้งใจขนาดนี้ก็ยังเกือบโดนหมอผ่า ถ้าเราไม่เคยมีประสบการณ์การคลอดที่อื่นมาก่อนก็อาจจะเปลี่ยนใจเชื่อหมอยอมผ่าก็ได้

เราจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์นี้ให้คุณแม่ที่มีความตั้งใจอยากคลอดธรรมชาติก็อ่านไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจนะคะ ตราบใดที่เราไม่ได้มีความเสี่ยงใดๆ ก็อย่าให้โดนเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ ให้เสียความตั้งใจของเราไปนะคะ เพราะร่างกายของเรา เรามีสิทธิ์เลือกค่ะ

ปล. ตอนนี้น้องคนที่สองก็คลอดแล้วแบบธรรมชาติที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิท แข็งแรงดีทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ

Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending