LOADING

Type to search

คุณแม่มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนอะไรเป็น ค่าคลอดบุตร จากรัฐบ้าง?

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

สำหรับคุณแม่ที่ส่งเงินประกันสังคมต้องทราบเลยนะคะ ว่าเราสามารถเบิกค่าคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตรได้ อย่ามัวแต่ส่งเงินอย่างเดียว ต้องคอยเช็คสิทธิ์ของเราด้วย เพราะการวางแผนว่าจะมีลูกสักคน ก็ถือเป็นภาระยิ่งใหญ่ที่ทั้งพ่อและแม่จะต้องเจอ ซึ่งอันดับแรกที่ต้องคิดหน้าคิดหลังกันให้ดี เริ่มตั้งแต่ท้องจนถึงคลอดและเลี้ยงดูมาจนเติบโต

ซึ่งเงินค่าคลอดลูก เงินสงเคราะห์จากประกันสังคมและสิทธิ์ต่างๆ ที่เราควรได้นี้ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณแม่ได้โดยเฉพาะการผ่าคลอดที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ถ้าคุณแม่มือใหม่ท่านใด ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์ได้รับสิทธิ์พิเศษอะไรบ้าง วันนี้ เรามีข้อมูลดีๆ มาพร้อมแบ่งปันกันค่ะ

ค่าคลอดบุุตร-แม่กับลูก

ค่าคลอดบุตร

สำหรับผู้ประกันตน ทางประกันสังคมจะช่วยจ่ายค่าคลอดบุตรในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาท โดยที่คุณแม่จะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 7 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนคลอดบุตรนอกจากนี้ คุณแม่ยังมีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากทางประกันสังคม โดยทางประกันสังคมจะเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเฉลี่ย 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท)

สำหรับคุณแม่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ไม่ได้ทำงาน ไม่ใช่ผู้มีรายได้ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายเงินรวมกับค่าคลอดบุตร โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเป็นจำนวน 7,200 บาท ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิกรณีคลอดบุตรได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าคลอด หรือการคลอดธรรมชาติก็ตาม

ค่าคลอดบัตร-ครอบครัวสุขสันต์

เงินสงเคราะห์บุตร

คุณแม่ที่ได้รับสิทธิ์ค่าคลอดบุตรนี้จะต้องจ่ายเงินสมทบมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน (3 ปี) ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์จะได้รับประโยชน์ทดแทน โดยคุณแม่จะได้รับเงินสงเคราะห์ลูกแบบเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาทต่อบุตร 1 คน โดยอายุของบุตรที่อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดจะต้องมีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ ในจำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน

ค่าคลอดบุตร-เด็กแรกเกิด

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เป็นโครงการเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ปี ได้รับเดือนละ 600 บาท โดย คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด (ประจำช่วงปีงบประมาณ 2560) คือเกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2560 สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2560 และเป็นครัวเรือนที่ยากจน โดยมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3000 บาท ต่อคนต่อเดือน*

ขั้นตอนการขอรับประโยชน์ทดแทน (ทั้งค่าคลอดบุตร,ค่าจ้างในอัตราเหมาจ่าย 90 วันและเงินสงเคราะห์บุตร ที่ประกันสังคมต้องจ่าย) มีขั้นตอนดังนี้

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร(สปส. 2-01),
  2. สูติบัตรต้นฉบับของบุตรพร้อมสำเนา 1 ชุด(ถ้าคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดมาด้วย),
  3. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกันตน
  4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกซึ่งเป็นชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ

จากนั้นให้คุณแม่ตนกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร (สปส. 2-01) ให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อและนำมายื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาที่สะดวก หรือยื่นขอรับทางไปรษณีย์โดยมีหลักฐานครบถ้วนสำนักงานประกันสังคมมีหนังสือแจ้งการพิจาณา และสั่งจ่ายเป็นรายเดือนโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทน

จากที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น นั้นเป็นสิทธิที่คุณแม่จะได้รับ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของตนเองและจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน อย่ามองว่าเป็นเรื่องวุ่นวายนะคะ ให้มองว่าเป็นสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมที่เราส่งทุกเดือน อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ประกันสังคมนั้นถือเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและข้อสงสัยมากมาย หากคุณแม่หรือคุณพ่อมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ก็สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 หรือ www.sso.go.th ได้เลยค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. สำนักงานประกันสังคม
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending