LOADING

Type to search

ง่ายกว่าที่คิด วิธีการเลี้ยงลูกให้ EQ สูงเฟร่อ! ล้มแล้วลุกเองเป็น

Share
คลิกเพื่อแชร์

ในโลกปัจจุบันที่เส้นความจริงไม่ค่อยชัดเจนนัก พ่อแม่ยุคนี้ที่เห็นแต่รูปสวยๆ และสตอรี่เก๋ๆ ทางอินเทอร์เน็ต จึงได้รับแรงกดดันบีบคั้นให้ตัวเองเดินทางสู่การเป็นพ่อแม่ที่เพอร์เฟค และหาวิธีเลี้ยงลูกเพื่อให้เด็กออกมาสมบูรณ์แบบ เพราะนอกจากความสมบูรณ์แบบนั้นจะการันตีว่าเด็กจะโตขึ้นมามีโอกาสในความสำเร็จเทียบเท่าคนอื่นแล้ว ยังเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ที่สะท้อนกลับมาสู่ตัวผู้ปกครองว่าเป็น “พ่อแม่ที่ดี” ด้วย

แต่ความสมบูรณ์แบบมีอยู่จริงไหมนะ? แล้วเราจะวัดด้วยอะไร? การที่ลูกมีผลการเรียนที่ดีก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีอาชีพการงานที่ประสบความสำเร็จเสมอไป ในขณะที่การเลี้ยงให้เด็กมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูง กลับเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่าลูกจะเติบโตเป็นเด็กที่เข้ากับคนง่าย ปรับตัวเก่ง ฉลาดทันโลกทันคน และรับมือกับความผิดหวังได้ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

My Honey Bun ไม่ได้จะบอกว่าให้คุณพ่อคุณแม่ปล่อยปละละเลยลูกนะคะ แต่เราแค่อยากให้คุณลองหันมามองชีวิตลูกแบบรอบด้านมากขึ้น เพื่อสร้างพื้นฐานให้เค้าโตไปอย่างแข็งแกร่งด้วยแนวคิดดีๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ลูกไม่ต้องเพอร์เฟค

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_1

เบรเน่ บราวน์ นักวิจัยด้านความสัมพันธ์กล่าวในการพูด TED Talks เรื่องความเปราะบางของมนุษย์ว่า หน้าที่ของพ่อแม่ไม่ใช่การกอดทารกไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดว่าลูกช่างสมบูรณ์แบบ และแม่จะทำให้ลูกสมบูรณ์แบบไปอย่างนี้ตลอด แต่หน้าที่ของเราในฐานะพ่อแม่คือการเข้าใจว่าลูกของเรา (และคนทุกคน) ไม่สมบูรณ์แบบ ลูกจะต้องเจอกับความยากลำบากในอนาคต แต่ลูกคู่ควรกับความรักและการยอมรับ1

การเปลี่ยนทัศนคติมามองว่าลูกไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราและลูกจะเติบโตและค้นหาเส้นทางของลูกไปด้วยกัน อีกทั้งพ่อแม่ก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือทุกเมื่อหากลูกเจอความยากลำบาก ทัศนคตินี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พ่อแม่คลายตัวเองออกจากความกดดันที่ตนต้องสมบูรณ์แบบ และปล่อยให้ลูกเป็นตัวของลูกโดยไม่ถูกบีบคั้นให้เป็นในสิ่งที่สังคมกำหนดเช่นกัน

2. รักลูกในอย่างที่ลูกเป็น

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_2

ให้ความรักกับลูกโดยไม่มีเงื่อนไข! อย่านำความรักจากพ่อแม่มาเป็นเดิมพันจนทำให้ลูกรู้สึกว่าจะได้รับความรักก็ต่อเมื่อตนเป็นเด็กดี หรือได้เกรดเยอะๆ เท่านั้น เพราะความคิดนี้อาจติดตัวลูกไปจนโต ว่าเค้าจะต้องทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อแลกมาด้วยความรัก หรือพาลคิดไปว่าตนไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักเลยก็ได้

นอกจากนี้ การรักลูกในอย่างที่เค้าเป็น จะช่วยสร้างรากฐานให้ลูกเป็นคนมั่นใจและกล้าออกไปค้นหาเส้นทางของตัวเอง อย่าลืมนะคะว่าหน้าที่ของพ่อแม่คือการช่วยให้ลูกค้นหาตัวเองเจอ ไม่ใช่วางกรอบทางความคิด หรือขีดเส้นทางทุกอย่างให้

3. ทำเพื่ออะไร?

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_3

หากเลือกได้ พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกเป็นทั้งคนเก่ง เป็นคนดี และมีความสุข แต่จุดโฟกัสในวิธีเลี้ยงลูกไม่ควรอยู่ที่ “ความสำเร็จ” ที่ลูกได้รับ แต่ควรอยู่ที่ “นิสัย” ที่คุณอยากปลูกฝังให้ลูกต่างหาก2

ลองปรับมุมมองใหม่โดยดูที่พัฒนาการทางอารมณ์ของลูกเป็นตัวตั้ง เช่น ส่งลูกเรียนเปียโนเพื่อฝึกสมาธิ ไม่ใช่แค่เพื่อให้ลูกมีโอกาสได้เข้าโรงเรียนดัง, หรือพาลูกไปเข้าค่ายการเกษตรเพื่อให้เรียนรู้ธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เพื่อจะได้ใส่เป็นหนึ่งในกิจกรรมในประวัติของลูก เป็นต้น

4. สอนให้ลูกรับมือกับอารมณ์

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_4

อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าบางครั้งเราก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แต่เราสามารถควบคุมพฤติกรรมของเราเมื่อเกิดอารมณ์ต่างๆ ได้ รวมทั้งอารมณ์ก็เป็นคลื่นที่ซัดมาแล้วหายไป แต่ของที่เสียหายหรือคำพูดไม่ดีที่ลูกแสดงไปตอนนั้นอาจคงอยู่ถาวรก็ได้3

พ่อแม่หลายคนคงเคยสติหลุดต่อหน้าลูกมาบ้างใช่ไหมล่ะคะ ลองใช้โอกาสนั้นเป็นตัวอย่างในการสอนลูกดูสิ อาจบอกว่า “สิ่งที่แม่ทำไปไม่ใช่การรับมือกับปัญหาที่ดี ครั้งหน้าเรามาลองกันใหม่ หนูช่วยเตือนแม่ด้วยนะ” เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกรู้สึกว่าใครก็พลาดได้ แต่เราต้องรู้จักขอโทษ และพัฒนาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น

5. วางตัวพร้อมรับฟังทุกเมื่อ

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_5

พยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในฐานะของเด็ก เพื่อทำความเข้าใจว่าลูกกำลังเติบโต ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และมีคำถามมากมาย ซึ่งคงไม่มีใครจะให้คำอธิบายด้วยความหวังดีมากไปกว่าพ่อแม่อีกแล้ว

วางตัวเองเป็นที่ปรึกษาแบบฟูลไทม์ ด้วยการใช้เวลาร่วมกันมากๆ ตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกเล่าโดยไม่มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือรีบพูดเสนอวิธีแก้ในทันที เพื่อทำให้ลูกเคยชินและสบายใจจนกล้าเล่าทุกอย่างให้พ่อแม่ฟัง เพื่อที่เราจะได้แนะแนวหนทางที่เหมาะสม รวมทั้งป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดีด้วย

อีกอย่างที่สำคัญ คือการที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องวางตัวเหนือเป็นคนเก่งที่รู้ทุกสิ่ง แต่ควรแสดงความเข้าใจลูกด้วยการเล่าเรื่องของตัวเองให้ลูกฟังบ้าง (ตัวอย่างเช่น “หนูทะเลาะกับเพื่อนสนิทมาเหรอ แม่ก็เคยเหมือนกันนะ ตอนนั้นแม่ร้องไห้ทั้งวันเลย”) ลูกจะได้รู้สึกว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดกับพ่อแม่เหมือนกัน และเมื่อมีปัญหาตนก็ควรมาปรึกษาพ่อแม่ในฐานะผู้มีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งการพูดอย่างตรงไปตรงมากับลูกแบบนี้ ก็จะทำให้ลูกจะกล้าเล่าอะไรแบบตรงไปตรงมากับเราเช่นกัน4

6. สอนให้ลูกล้มแล้วลุกเป็น

เลี้ยงลูกอย่างไรให้EQสูง_love_your_child_the_way_she_is_myhoneybun_6

ด้วยความห่วงใย พ่อแม่สมัยนี้จึงมักถูกเปรียบเทียบให้เป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Parents) ที่คอยบินว่อนอยู่เหนือลูกเพื่อป้องกันสิ่งไม่ดีที่อาจทำให้ลูกต้องผิดหวังหรือเจอความล้มเหลว

แต่อย่างไรพ่อแม่ก็ไม่มีทางอยู่กับลูกไปได้ตลอด และความล้มเหลวก็หลีกเลี่ยงได้ยาก เราจึงควรให้บทเรียนชีวิตเรื่องความล้มเหลวตั้งแต่ลูกยังเด็กและตอนยังมีเราอยู่ข้างๆ ลูกจะได้แข็งแกร่ง ไม่กลัวปัญหา และสามารถรับมือเรื่องแย่ๆ ได้ในอนาคต

การเป็นพ่อแม่คนก็เป็นการเติบโตอย่างหนึ่ง คุณจึงควรเปิดโอกาสให้ตัวเองค่อยๆ พัฒนาวิธีเลี้ยงลูก รวมถึงเปิดโอกาสให้ลูกพัฒนาตนเองและเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ พยายามอย่ากะเกณฑ์เด็กมากเกินไปจนเค้าเดินด้วยตัวเองไม่ได้ อย่าลืมว่าไม่จำเป็นต้องปั้นให้ลูกเป็นมนุษย์ที่เพอร์เฟค แค่รักลูกในอย่างที่ลูกเป็น เราเชื่อว่าทั้งคุณและเค้าจะต้องมีความสุขแน่

อ้างอิงจาก

  1. The power of vulnerability by Brené Brown, TED Talks, 3 Jan 2011, https://www.youtube.com/watch?v=iCvmsMzlF7o
  2. Rob Asghar, How To Raise Children Who ‘Bounce’ When They Fall, Forbes.com, 24 Jan 2014, https://www.forbes.com/sites/robasghar/2014/01/24/scraped-knees-can-americans-raise-children-who-can-bounce-when-they-fall/#6db5e6861524
  3. Lisa Firestone Ph.D., Tips for Helping Kids Handle Their Emotions, Psychology Today, 18 Jan 2012, https://www.psychologytoday.com/us/blog/compassion-matters/201201/tips-helping-kids-handle-their-emotions
  4. Ashleigh Slater, 3 Reasons to be Vulnerable with Your Kids, For the Family, http://forthefamily.org/3-reasons-vulnerable-kids/
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending