LOADING

Type to search

หาเงินได้ไม่เท่ากัน แต่ทุกอย่างหารสอง

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ก่อนหน้าที่จะมีลูก เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินกันค่ะ สามีเป็นคนจ่ายค่าผ่อนบ้าน เราจ่ายค่าอาหาร ของใช้ในบ้านและจิปาถะอื่นๆ ต่างคนต่างจ่ายค่าช้อปปิ้งส่วนตัวของตัวเองและเก็บเงินของตัวเอง ส่วนเวลาเราไปเที่ยวนั้น เราจะตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องใช้เงินเท่าไร เอามาหารสองแล้วค่อยๆ เก็บกันไปจนกว่าจะถึงวันเที่ยว

ก่อนที่จะมีลูกเลยไม่เคยคิดเรื่องวางแผนทางการเงินแต่อย่างใดเพราะคิดว่าเราทั้งสองคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินกันอยู่แล้ว ทุกอย่างก็คงเป็นคล้ายๆ เดิม

หลังมีลูก เรากลับไปทำงาน ตอนนั้นเราได้เงินเดือนน้อยกว่าสามีประมาณ 30% เวลาเงินเดือนออกเราจะเอาเงินทั้งหมดเข้าบัญชีร่วมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งค่าใช้จ่ายในตอนนั้นคือหารสองทั้งหมด ทั้งค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินที่ต้องใช้ในบ้าน โดยที่สามีเป็นคนถือบัตรเอทีเอ็มและเราต้องเป็นคนไปบอกว่าต้องจ่ายค่าอะไรบ้างแล้วค่อยไปถอนเงินกันออกมา

ช่วงนั้นเราแชร์บ้านกันกับครอบครัวน้องสาว เราจึงมักจะได้รับคำกระแนะกระแหนมาเป็นของแถมว่า ทำไมเราต้องช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านทุกๆ อย่างมากกว่าน้องด้วย เราไม่สามารถช่วยเค้าได้ตลอดไปนะ เค้าต้องพึ่งตัวเองบ้าง ทำไมเราต้องโดนเอาเปรียบ บลาๆๆๆ

เราเลยกลายเป็นคนกลางที่อยู่ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามเย็นระหว่างสามีและน้องสาว แถมยังรู้สึกว่าที่ตัวเองเป็นคนที่ไม่มีเงินตลอดเวลา ขนาดแค่จะซื้อกาแฟซักแก้วก็ยังไม่กล้า เพราะรู้สึกว่าเราไม่มีเงิน ทุกบาทอยู่ในบัญชีส่วนกลางหมดแล้ว นับเป็นช่วงที่ไม่มีความสุขเลย ทะเลาะกันเรื่องเงินบ่อยมากจนแทบจะเลิกกันไปข้าง

หาเงิน-ทะเลาะกัน

จนเมื่อลูกเข้าโรงเรียนและถึงคราวที่เราต้องช่วยจ่ายค่าเทอม ถึงเงินเดือนเราจะขึ้นเรื่อยๆ แต่สามีก็รายได้สูงกว่าเราประมาณ 2 เท่ากว่าๆ ทำให้เรารู้สึกได้ชัดเจนถึงความกดดันที่จะต้องช่วยจ่ายค่าเทอมทุก 3 เดือน ซึ่งเป็นเงินที่เยอะมากสำหรับเรา และรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมว่าทำไมเราต้องหารค่าใช้จ่ายเท่ากันในเมื่อสามีหาเงินได้เยอะกว่า

แต่เมื่อได้ยินสามีพูดทีเล่นทีจริงว่า “ไหนว่าผู้หญิงต้องการสิทธิที่เท่าเทียมกับผู้ชายไง อยากได้สิทธิเท่าเทียมกันก็ต้องจ่ายเท่ากันด้วยสิ” เราก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก เพราะรู้สึกว่ามันคงเป็นความผิดของเราเองที่หาเรื่องออกไปทำงานนอกบ้าน

ความอึดอัดและบรรยากาศอึมครึมของความสัมพันธ์แบบนี้ถ้าไม่แตกหัก มันก็ย่อมมีจุดหักเหค่ะ กว่าเราจะค่อยๆ ผ่านจุดนี้ไปได้ก็ใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนความคิดของเค้าว่า ในเมื่อเค้าหาเงินได้เยอะมากกว่าเราก็ไม่ควรจ่ายทุกอย่างแบบหารสองนะ เราควรจะช่วยค่าใช้จ่ายมากกว่าเป็นสัดส่วนกันไป ถึงแม้ว่าการหารสองนั้นเป็นสิ่งที่คนชอบพูดว่าเป็นวิธีที่ยุติธรรมแต่ก็ไม่เสมอไปนะคะ

ดังนั้นถ้าคิดจะมีครอบครัวแล้วละก็ อย่าลืมตกลงกันให้ดีค่ะ ตอนอยู่กันสองคนต่างคนต่างใช้เงินไม่มีปัญหาอะไร มีลูกปุ๊บสถานการณ์พลิกในชั่วข้ามคืนค่ะ นอกเสียจากว่าคุณจะมีเงินถุงเงินถัง โนสนโนแคร์ว่าต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง ขอแนะนำให้คุยกันก่อน วางรากฐาน จัดระบบการเงินให้ดีว่าใครจะออกค่าอะไรจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันให้ช้ำใจ สร้างความร้าวฉานในครอบครัวกันภายหลังค่ะ

อ่านต่อ
บอกเคล็ดลับ ออมเงิน แบบฉบับครอบครัว ยิ่งคนเยอะยิ่งมีเก็บมาก
สอนลูกออมเงิน ความรู้ติดตัวที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending