LOADING

Type to search

ปัญหาพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน พ่อแม่รักลูกลำเอียง มีจริงหรือ?

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

สำหรับครอบครัวที่มีลูกตั้งแต่สองคนขึ้นไปอาจเคยได้ยินปัญหารักลูกไม่เท่ากันมาบ้าง ซึ่งเป็นปกติที่ลูกๆ อาจรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียง บางครั้งพี่ก็น้อยใจน้อง บางครั้งน้องก็น้อยใจพี่ แต่สุดท้ายแล้ว พ่อแม่หลายคนก็คงโอ๋ลูกๆ ไม่อยากให้ลูกน้อยใจหรือคิดแบบนั้น เพราะ “พ่อแม่ทุกคนรักลูกเท่ากัน” จริงๆ นะ

แต่เอ้…คำกล่าวเหล่านี้จริงหรือเปล่า? พ่อแม่รักลูกเท่ากันจริงไหมนะ? เรื่องนี้มีงานวิจัยรับรองค่ะ

พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน…เรื่องจริงหรือคิดกันไปเอง?

รักลูกไม่เท่ากัน-คิดไปเอง

ประโยคยอดฮิตอย่าง “พ่อแม่ทุกคนรักลูกเท่ากัน” อาจไม่ใช่เรื่องจริงซะแล้ว เพราะมีงานวิจัยค้นพบว่าจริงๆ แล้ว เกือบทุกครอบครัวจะมีลูกคนโปรดประจำบ้านเสมอ!

โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาและติดตามความประพฤติของครอบครัวที่เข้าร่วมงานวิจัย (มีลูก 2 คน และอายุห่างกันไม่เกิน 4 ปี) ทั้งหมด 384 ครัวเรือน แล้วพบว่า 70-74% ของผู้ปกครอง มีพฤติกรรมดูแลลูกคนหนึ่งมากเป็นพิเศษกว่าลูกอีกคน ซึ่งคนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกรักก็คือลูกคนโต1

ส่วนอีกงานสำรวจหนึ่งที่ศึกษาโดยการสอบถามถึงความลำเอียงในการเลี้ยงลูกของคุณแม่จำนวน 1,000 คน ก็พบผลลัพธ์ในทิศทางเดียวกัน ว่ากว่าครึ่งของคุณแม่นั้นมีแนวโน้มจะดูแลลูกคนหนึ่งมากเป็นพิเศษกว่าลูกอีกคน หรือเรียกง่ายๆ มีลูกคนโปรดนั่นเอง ซึ่ง 50% ของแม่ที่มีลูกคนโปรดจะระบุว่าเป็นลูกคนเล็ก ส่วนอีก 25% ระบุว่าเป็นลูกคนโตค่ะ2

เห็นผลของงานวิจัยเป็นแบบนี้ หลายคนก็อาจเริ่มสงสัยกันแล้วว่า แล้วตัวเราเองในฐานะพ่อแม่ของลูก หรือคุณพ่อคุณแม่ของเรารักลูกแบบลำเอียงหรือเปล่านะ? ใครสงสัยก็ขอชวนมาอ่าน 5 สัญญาณเบื้องต้น ของพ่อแม่ที่รักลูกไม่เท่ากันด้านล่างนี้เลยค่ะ

รักลูกไม่เท่ากัน-เช็ค

5 สัญญาณเบื้องต้น ที่บ่งบอกว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

  1. รู้สึกไม่เครียดและสบายใจที่จะพูดคุย หัวเราะ หรือใช้เวลาร่วมกันอย่างสนุกสนานกับลูกคนหนึ่งมากกว่าอีกคน
  2. พูดถึงลูกคนหนึ่งมากกว่าลูกอีกคน ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อลูกมีความสามารถพิเศษหรือทำอะไรในแบบที่ผู้ปกครองชอบ เช่น หากพ่อแม่ชอบการร้องเพลง ก็จะชมลูกคนที่ชอบร้องเพลงมากกว่าลูกอีกคน แม้ลูกอีกคนจะมีความสามารถ แต่อาจเป็นความสามารถในด้านอื่นๆ ที่พ่อแม่ไม่ได้ชอบเป็นการส่วนตัวมากนัก เด็กก็จะถูกละเลยไป3
  3. พยายามซ่อน ไม่บอก หรือปิดบังลูกว่าตนเองได้พาลูกอีกคนเพียงคนเดียวไปซื้อของ พาไปเที่ยว หรือทำอะไรพิเศษๆ ร่วมกัน
  4. เปลี่ยนโทนเสียง น้ำเสียง ท่าทางในการพูด หรือเลือกใช้คำแตกต่างกันไปเมื่อพูดถึงลูกแต่ละคน ให้คนอื่นๆ ฟัง
  5. รู้สึกต่อต้าน ไม่ชอบ หรืออคติ ต่อคำว่า “รักลูกไม่เท่ากัน” เพราะการแสดงออกแบบนี้อาจบ่งบอกถึงการต้องการซ่อน หรือหนีจากความรู้สึกผิดในเรื่องนี้4
รักลูกไม่เท่ากัน-เมื่อพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

ปัญหาพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน มีผลกระทบต่อลูกอย่างไร?

งานวิจัยพบว่าการที่เด็กแต่ละคนรู้สึกได้ว่าพ่อแม่รักลูกลำเอียง หรือรักลูกไม่เท่ากัน อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและบุคลิกของเด็กในระยะยาวได้ นอกจากนี้ ผลกระทบนั้นยังมีต่อทั้งลูกคนที่ถูกละเลยและลูกคนโปรดด้วยเช่นกัน

รักลูกไม่เท่ากัน-ลูกเศร้า

ผลกระทบต่อลูกคนที่ถูกละเลย

  • ไม่สามารถพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองได้ เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพยายามทำในสิ่งต่างๆ ที่อาจไม่เป็นตัวของตัวเอง5 เพื่อเอาใจคุณพ่อคุณแม่ ตัวเองจะได้เป็นลูกคนโปรดของพ่อแม่บ้าง
  • ห่างเหินกับพี่น้อง ปัญหานี้ค่อนข้างยากที่จะสังเกตเห็นได้ เพราะเมื่อครั้งลูกยังเด็กกันอยู่ ทุกคนก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ทำให้ทุกอย่างดูปกติ แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นจนต้องไปอยู่ที่อื่น หรือย้ายออกจากบ้านไป พ่อแม่จะสังเกตได้เลยว่า มีความห่างเหินระหว่างพี่น้องเกิดขึ้น ลูกๆ จะคุยกันหรือสนิทกันน้อยลงกว่าเก่ามาก ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า พี่น้องบางคู่ที่ได้รับผลกระทบนี้ ไม่พูดคุยกันเลยเป็นเวลานานร่วม 5 ปีก็มีค่ะ5
  • ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง เพราะเด็กรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักพ่อแม่ จนอาจทำให้คิดว่าตนเองนั้นดีไม่พอ โทษตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติ ไม่คู่ควรกับความรัก และไม่มีโอกาสได้รับความรักจากคนรอบข้างคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลกระทบในระยะยาวต่อจิตใจของเด็ก6 ทำให้เด็กไม่เห็นคุณค่าในตนเองได้ค่ะ
  • ภาวะซึมเศร้า อาจเป็นเพราะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่เท่ากับลูกอีกคน บวกกับความเครียดและความชอบโทษตัวเอง จนทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าสะสม และภาวะวิตกกังวลในระยะยาว7 ซึ่งความเครียดนี้อาจพัฒนากลายเป็นความมุ่งร้าย หรือประสงค์ร้ายต่อพี่น้องที่เป็นลูกคนโปรดของพ่อแม่ได้
รักลูกไม่เท่ากัน-เด็กกระโดด

ผลกระทบต่อลูกคนโปรด

  • อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมลำบาก ด้วยเหตุที่ว่าลูกคนโปรดมักจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากพ่อแม่ พอต้องไปอยู่ร่วมกับสังคมอื่น เด็กก็อาจยังติดแนวคิดที่ว่าคนอื่นก็ต้องให้สิทธิพิเศษแก่ตัวเองเหมือนกับที่พ่อแม่ทำ6 จนทำให้เด็กอาจมีปัญหาต่อการเข้าสังคมบางกลุ่มได้
  • ห่างเหินกับพี่น้อง เด็กบางคนที่รับการดูแลจากพ่อแม่เป็นพิเศษ อาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าพี่น้อง ทำให้ปลีกตัวหรือแยกตัวออกมา จนกลับกลายเป็นว่ามีช่องว่างระหว่างพี่กับน้อง
  • มั่นใจในตัวเองเกินไป-ไม่รู้ตัวเอง เด็กจะมีความเชื่อมั่นและความมั่นใจในตัวเองมากสุดขีด แต่ในขณะเดียวกันความเชื่อมั่นและมั่นใจดังกล่าวก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดเกี่ยวข้องกับความสามารถที่ตนเองมีอยู่
  • กลัวเกิดความผิดพลาด เนื่องจากพ่อแม่สนใจและใส่ใจเป็นพิเศษ ทำให้ในบางครั้งเด็กจะรู้สึกกดดันมากจนไม่กล้าทำอะไรที่ผิดแผกไปจากเดิม เพราะกลัวว่าจะเจอกับความผิดพลาดหรือล้มเหลวนั่นเอง7

อ่านต่อ
ง่ายกว่าที่คิด วิธีการเลี้ยงลูกให้ EQ สูงเฟร่อ! ล้มแล้วลุกเองเป็น
มีความสุขยกบ้านด้วยวิธีคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)
ชมลูกว่าเก่ง ฉลาด มีผลเสีย? ปลูกฝังอย่างไรให้ลูกประสบความสำเร็จ

วิธีรับมือปัญหา พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

หากครอบครัวใดกำลังประสบปัญหาเหล่านี้ ก็ควรหาทางแก้ไขกันโดยด่วนเลยนะคะ เพราะผลกระทบที่กล่าวมาข้างต้น อาจส่งผลในระยะยาวต่อการเข้าสังคมอื่นๆ ของตัวเด็ก อย่างเช่นในโรงเรียนหรือที่ทำงานในอนาคตได้ค่ะ

รักลูกไม่เท่ากัน-ปรับความเข้าใจ

สำหรับผู้ปกครอง

  • รักต้องบอก – ผู้ปกครองควรแสดงความรักที่ตนเองมีให้ลูกรู้ ซึ่งการแสดงออกก็ควรเกิดจากการสังเกตและเรียนรู้ด้วยว่า ลูกของตนนับการแสดงออกแบบไหนเป็นความรัก เพราะเด็กแต่ละคนมีมุมมองความรักแตกต่างกันไป เช่น เด็กบางคนอาจมองว่าการที่พ่อแม่ใส่มากๆ นั้นแปลว่าพ่อแม่รักตนเองมาก แต่เด็กอีกคนกลับมองว่าที่พ่อแม่ใส่ใจมากอย่างนี้ เป็นเพราะพ่อแม่ไม่เชื่อใจตนเองก็เป็นได้

  • ความเท่าเทียมก็ไม่ยุติธรรมเสมอไป – พ่อแม่บางคนอยากให้ลูกแต่ละคนมีความรู้สึกเท่าเทียมกันโดยพยายามซื้อของใช้ให้เหมือนกัน ของเล่นแบบเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง ลูกอาจไม่รู้สึกอย่างนั้น เพราะความเท่าเทียมกันของพ่อแม่ก็อาจไม่ยุติธรรมกับลูกเสมอไป ของเล่นชิ้นนี้อาจเป็นของที่ลูกคนหนึ่งชอบ แต่ลูกอีกคนอาจไม่ชอบก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องของความรัก พ่อแม่ต้องสังเกตว่าลูกตัวเองชอบอะไรแบบไหน เพื่อให้ทั้งพี่ทั้งน้องได้รับสิ่งที่ตัวเองชอบเหมือนกัน และรู้สึกถึงความรักอย่างยุติธรรมซึ่งกันและกันนั่นเองค่ะ

  • ใช้เวลากับลูกคนใดคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเหมาะสม – ผู้ปกครองบางคนกลัวลูกๆ คิดว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน เลยเวลาจะพาใครไปไหนก็ต้องยกกันไปหมดบ้าน แต่ในความเป็นจริง ลูกคนอื่นๆ อาจรู้สึกไม่โอเคด้วยก็ได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุห่างกันมาก เพราะความชอบของเด็กแต่ละในช่วงวัยก็ต่างกันออกไป ซึ่งพ่อแม่ควรให้เวลากับลูกแต่ละคนแตกต่างกันไปแทน เช่น พาลูกคนโตไปดูหนังรอบดึก พาลูกคนกลางไปสวนสนุก หรือเล่นของเล่นเด็กเจ๋งๆ กับลูกคนเล็กที่บ้าน เป็นต้น6
รักลูกไม่เท่ากัน-อธิบาย

สำหรับลูกที่รู้สึกว่าตนเองถูกละเลย

  • ตอบสนองต่อการกระทำดังกล่าวของพ่อแม่ – การเก็บปัญหาไว้อาจทำให้ผู้ปกครองมองไม่เห็นปัญหาดังกล่าว หากรู้สึกว่าตนเองถูกละเลย ก็ควรเริ่มหาทางพูดคุยกับพ่อแม่ของตนเอง เช่น เข้าไปบอกท่านตรงๆ ว่า “พักหลังนี้ ผม/หนูรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจ หรือความสำคัญเท่ากับพี่/น้องอีกคน” โดยควรอธิบายว่าเหตุการณ์ไหน หรือการกระทำแบบไหนของพ่อแม่ที่ทำให้ตนเองรู้สึกดังกล่าว และควรเลี่ยงสรรพนามที่โทษพ่อกับแม่เช่น “พ่อแม่ไม่สนใจหนู/ผม” แต่ให้ไปกลับคำพูดว่าเราถูกกระทำอย่างไรแทน เช่น “หนู/ผมรู้สึกเจ็บปวดที่พ่อแม่กระทำแบบนั้น” ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ตนเองและพ่อแม่ที่รับฟังอยู่ ไม่เกิดอารมณ์โกรธหรือโมโหเข้ามาปนการสนทนาปรับความเข้าใจนี้ และควรบอกเสริมด้วยว่าต้องการอะไรจากพ่อแม่ เช่น ต้องการให้พ่อแม่ใช้เวลาในช่วงก่อนนอนด้วยกันมากขึ้นสัก 1 – 2 ชั่วโมง เป็นต้น ถ้าหากพ่อแม่เริ่มโมโห หรือรับไม่ได้ในสิ่งที่พูดไป ให้หลีกเลี่ยงการทะเลาะ โดยการขอตัวออกไปก่อน แล้วค่อยหาเวลาอื่นมาคุยใหม่ เมื่อท่านสงบสติอารมณ์ลงแล้ว

  • ทำใจยอมรับ – อย่าหวังมากเกินไปว่าพ่อแม่จะทำตามในสิ่งที่เราขอให้ท่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะจริงๆ แล้วเราไม่สามารเปลี่ยนใครได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ให้มองในแง่บวกเข้าไว้ อย่าจมอยู่กับทัศนคติเชิงลบ ให้ลองหาคุณค่าในตัวเอง เช่น ลองฝึกฝนความสามารถ หรือทำงานอดิเรกใหม่ๆ เป็นต้น แต่หากยังรู้สึกว่าจิตใจตนเองยิ่งแย่ลงจนเข้าข่ายโรคซึมเศร้า ก็ควรไปพบแพทย์หรือนักจิตวิทยา เพื่อหาทางออกร่วมกันหรือทางรักษาอื่นๆ ต่อไป

  • ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา – อาจลองมองในมุมของพ่อแม่และทำความเข้าใจดูว่าทำไมพี่น้องคนอื่นถึงได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะน้องยังเล็ก หรือเป็นเพราะพี่เจ็บป่วย แล้วถ้าพ่อแม่มาใส่ใจแบบนั้นกับเรา เราจะต้องการมันหรือไม่ ลองตั้งคำถามและตอบคำถามเพื่อหาเหตุและผลที่เหมาะสมดูนะคะ แต่หากสังเกตดูแล้วว่าพ่อแม่ใส่ใจพี่หรือน้องมากกว่าเรามากเกินไปโดยไม่มีเหตุผลจริงๆ ก็ควรลองทำตามวิธีที่กล่าวไว้ข้างต้นดูค่ะ8
รักลูกไม่เท่ากัน-ครอบครัวมีความสุข

อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่สามารถนำงานวิจัยต่างๆ ข้างต้นมาตัดสินได้ว่า พ่อแม่ลำเอียงกับลูกๆ จริงหรือไม่ เนื่องจากงานศึกษาบางชิ้นเป็นเพียงการติดตามดูจากความประพฤติของพ่อแม่เท่านั้น ไม่ได้วัดความรักที่มีอยู่ในใจของพ่อแม่แต่อย่างใด อีกทั้งบางครอบครัวก็อาจเป็นแนว รักนะแต่ไม่แสดงออกอีกด้วย จึงทำให้ยากต่อการการันตีในเรื่องนี้ แต่เพื่อความชัวร์ คุณพ่อคุณแม่ที่รักลูกๆ ทุกคนอย่างหมดหัวใจ ก็อย่ามัวแต่เก็บความรู้สึกไว้นะคะ เพราะการแสดงออกมาอาจทำให้ลูกๆ รู้สึกถึงความรัก และช่วยลดการเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ

 

อ้างอิงจาก

  1. Elsa Vulliamy, MOST PARENTS HAVE A FAVOURITE CHILD AND IT’S LIKELY TO BE THEIR FIRST-BORN, STUDY FINDS, The Independent, 11 Apr 2016, https://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/study-finds-more-than-two-thirds-of-parents-have-a-favourite-child-and-its-probably-their-first-born-a6978911.html
  2. Jessica Rach, They really DO have a favourite! Most parents dote on their youngest child more than their siblings, research reveals (and experts say they shouldn’t feel guilty about it), Mail Online, 5 Apr 2018, https://www.dailymail.co.uk/femail/article-5579333/There-really-favourite-child-research-shows-youngest.html
  3. 6 Signs You May Be Playing Favorites With Your Children, iMOM, https://www.imom.com/6-signs-you-may-be-playing-favorites-with-your-children/#.W8bA3WgzaUn
  4. Raquel Anderson, 5 signs you have a favorite child, Bundoo, https://www.bundoo.com/articles/five-signs-you-have-a-favorite-child/
  5. Emre Seckin, What are the long term effects of parental favouritism for both the favoured child and unfavoured child?, Quora, 31 Jul 2016, https://www.quora.com/What-are-the-long-term-effects-of-parental-favouritism-for-both-the-favoured-child-and-unfavoured-child
  6. Maan Pamaran, How Favoritism Affects Families, Smart Parenting, 9 Aug 2011, https://www.smartparenting.com.ph/life/home/how-favoritism-affects-families/page/1?
  7. Season Vining, Long Term Effects of Parental Favoritism, Baton Rouge Parents, 1 Mar 2018, https://www.brparents.com/article/long-term-effects-of-parental-favoritism.html
  8. How to Deal with Parents Treating Other Siblings Better, wikiHow, https://www.wikihow.com/Deal-with-Parents-Treating-Other-Siblings-Better
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending