LOADING

Type to search

ควรบอกลูกคนโตเมื่อไรว่ากำลังจะมีน้อง พร้อมวิธีรับมือปัญหาพี่อิจฉาน้อง

Share
คลิกเพื่อแชร์

เมื่อคุณแม่ท้องลูกคนที่สอง (หรือสาม สี่ ห้า) นอกจากความปิติยินดีที่ครอบครัวกำลังจะขยายใหญ่ขึ้น คุณแม่อาจกังวลใจว่าจะบอกลูกคนโตยังไงดี เพราะเราคงได้ยินมาเยอะเรื่องปัญหาพี่อิจฉาน้องหรือลูกคนโตที่กลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่สนใจแต่น้อง

My Honey Bun ขอเป็นตัวช่วยที่มาพร้อมทิปและทริคดีๆ ว่าเมื่อคุณแม่ท้องลูกคนใหม่จะบอกข่าวกับพี่คนโตเมื่อไรหรือยังไงดี แถมมาด้วยวิธีป้องกันและรับมือการอิจฉาน้องด้วยค่ะ

ระหว่างตั้งครรภ์ – บอกลูกคุณโตเมื่อไรและอย่างไรดี

  1. ยิ่งบอกเร็วยิ่งดี

คุณแม่ส่วนใหญ่มักบอกลูกคนโตว่าท้องเมื่อมีอายุครรภ์ในไตรมาสที่ 2 ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อความสบายใจว่าโอกาสแท้งจะน้อยลง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำให้พ่อแม่บอกลูกตั้งแต่แรกเมื่อเริ่มคิดจะมีลูกคนต่อไป เพื่อเตรียมเด็กให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ1

อย่างไรก็ดี จะต้องคำนึงถึงอายุและนิสัยของลูกคนโตด้วย เพราะหากเป็นเด็กโตในวัยประถม อาจทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า ส่วนในเด็กเล็กๆ แนะนำให้บอกเมื่อคุณแม่เริ่มท้องโตแล้ว เพื่อเด็กจะได้เข้าใจและนึกภาพออกเมื่อคุณแม่บอกว่าน้องกำลังโตอยู่ในท้อง2

  1. เลือกเวลาให้เหมาะ
  2. เลือกช่วงที่ลูกกำลังผ่อนคลาย อย่าบอกตอนที่เด็กกำลังเครียดหรือเจอความเปลี่ยนแปลง เช่น กำลังเดินทางไปโรงเรียนหรือจะเข้านอน โดยพ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกค่อยๆ ทำความเข้าใจถึงสิ่งที่อธิบายไป และเตรียมพร้อมตอบคำถามที่เด็กจะต้องมี2 อาทิ เด็กเข้าไปอยู่ในท้องได้ยังไง หรือทำไมต้องมีน้อง

  1. อย่าให้ลูกรู้จากคนอื่น
  2. พยายามบอกให้ลูกรู้เป็นคนแรกๆ เพราะเด็กจะรู้สึกดีกว่าการรู้ข่าวหรือบังเอิญได้ยินจากคนอื่นๆ

  3. ใช้คำเข้าใจง่าย
  4. ใช้คำอธิบายให้เหมาะสมกับวัยของลูก หากเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าใจเรื่องเวลา ก็จะไม่เข้าใจว่า 9 เดือนนั้นนานเท่าไร2 พ่อแม่อาจอธิบายง่ายๆ ว่าน้องจะออกมาช่วงวันสงกรานต์ที่เราเคยออกไปเล่นสาดน้ำกัน เป็นต้น

    นอกจากนี้ หากคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว ก็ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการถามว่า “หนูอยากมีน้องไหมคะ” เพราะหากลูกตอบว่าไม่ จะทำให้เสียใจกันทั้งสองฝ่าย1

  1. จัดการความคาดหวัง
  2. เรามักบอกลูกคนโตว่าจะมีน้องออกมาเล่นด้วย แต่เมื่อน้องออกมาแล้วจริงๆ พี่กลับเห็นแต่ทารกตัวแดงๆ ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แถมพอไปเล่นด้วยก็จะโดนดุว่าเล่นแรงไปอีก

    พ่อแม่ควรอธิบายตั้งแต่ต้นว่าช่วงแรกทารกยังอ่อนแอ3 ไม่สามารถเล่นได้ แต่พี่สามารถร้องเพลงให้น้องฟังหรือคุยกับน้องได้ เมื่อน้องเติบโตแข็งแรงขึ้นแล้วพี่จะมีเพื่อนเล่นสนุกแน่

    คุณแม่ยังสามารถเอารูปลูกคนโตตอนเล็กๆ มาให้ดูตัวเอง แล้วอธิบายให้ฟังว่าตอนนั้นหนูก็อ่อนแอเหมือนกัน หรืออาจพาลูกไปบ้านเพื่อนหรือญาติที่มีเด็กเล็กๆ เพื่อให้เข้าใจว่าทารกมีลักษณะเป็นอย่างไร

  3. ให้พี่มีส่วนร่วม
  4. ทำให้พี่เห็นภาพความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการพาลูกคนโตไปฟังเสียงหัวใจน้องหรือให้ดูภาพอัลตราซาวน์ทารกในครรภ์ ให้พี่จับที่ท้องเวลาทารกดิ้น รวมทั้งเสนอให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับน้อง เช่น เลือกเฟอร์นิเจอร์ให้น้อง พับผ้าให้น้อง เตรียมป้ายต้อนรับน้อง รวมทั้งให้พี่เป็นคนเปิดของขวัญรับขวัญน้องและอนุญาตให้เล่นกับของเล่นของน้องก่อน3 การทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้เด็กไม่รู้สึกว่าพ่อแม่ไม่สนใจ ยังช่วยเตรียมตัวลูกคนโตให้สามารถช่วยคุณแม่คุณแม่เล็กๆ น้อยๆ ได้เมื่อน้องคลอด

  1. อย่าโทษน้อง
  2. เด็กเล็กๆ อาจยังไม่เข้าใจเรื่องอาการของคนตั้งครรภ์ และจะไม่พอใจเวลาที่แม่ไม่สามารถเล่นกับตัวเองได้เหมือนเคย คุณแม่จึงไม่ควรบอกตรงๆ ว่าเวียนหัวหรือเหนื่อยเพราะน้องที่อยู่ในท้อง เพราะจะทำให้ลูกคนโตมีความรู้สึกด้านลบกับน้อง

  3. อย่าผิดหวังหากลูกคนโตไม่พอใจหรือไม่สนใจ
  4. เด็กแต่ละคนมีวิธีรับมือปัญหาแตกต่างกัน พ่อแม่จึงควรให้เด็กค่อยๆ ทำความเข้าใจในวิธีของตัวเอง อย่ารู้สึกแย่หากลูกไม่สนใจหรือร้องไห้งอแงต่อว่าที่มีน้อง ให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะดีที่สุดค่ะ

หลังคลอด – ปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้พี่อิจฉาน้อง

  1. อย่าให้ทุกอย่างเปลี่ยนแบบชั่วข้ามคืน

การเปลี่ยนฐานะจากการเป็นลูกคนเดียวมามีน้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญในช่วงนี้ก็คือการทำให้กิจวัตรของลูกเหมือนเดิม โดยมีการเปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุด ยืดกฎเดิมที่ตั้งไว้กับลูกคนโต ไม่ว่าจะเป็นเวลาเข้านอน หรือต้องทำการบ้านให้เสร็จ

อย่าเพิ่งทำพาลูกไปเจอความเปลี่ยนแปลงอื่นหรือรีบเทรนให้โต4 เช่น ให้แยกห้องนอน เลิกใช้กระโถน ทิ้งหมอนเหม็น พาย้ายโรงเรียน ฯลฯ โดยหากพี่ต้องยกห้องตัวเองให้น้อง ก็ควรให้เด็กย้ายก่อนล่วงหน้าสักพัก ไม่ใช้ย้ายทันทีที่ทารกเกิด3 เพราะจะยิ่งทำให้ลูกคนโตปรับตัวไม่ทันและรู้สึกอย่างชัดเจนว่าโดนน้อง “แทนที่”

  1. เข้าใจเมื่อลูกเปลี่ยนไป

เมื่อมีน้อง พี่คนโตมักเปลี่ยนนิสัยกลับไปเป็นเด็กน้อยเพื่อเรียกร้องความสนใจ สิ่งที่เคยทำได้ก็อาจทำเป็นทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังทำตัวงอแง ขี้อ้อน และกลัวโน่นกลัวนี่มากขึ้น พ่อแม่จึงควรรับมือกับพฤติกรรมนี้ด้วยความเข้าใจและพลังบวก ไม่ต่อว่าลูกคนโตหรือแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เนื่องจากเด็กกำลังอยู่ในช่วงอ่อนไหวเพราะกลัวพ่อแม่ไม่รัก

  1. ให้ลูกคนโตช่วยเลี้ยงน้อง
  2. ให้ลูกคนพี่ช่วยทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำความรู้จักน้องและได้ใช้เวลากับคุณแม่ อาทิ เตรียมของสำหรับอาบน้ำ โรยแป้ง ร้องเพลงกล่อมน้อง โดยเมื่อลูกทำได้ดีก็ให้ชมเชย5 เพื่อเด็กจะได้รู้สึกภูมิใจและเชื่อมโยงตัวน้องเข้ากับความรู้สึกดีๆ

    ยังมีผลการวิจัยว่าศีรษะของทารกจะส่งฟีโรโมนออกมาทำให้คนที่ได้กลิ่นตกหลุมรักและอยากปกป้อง6 ดังนั้นการให้พี่ใช้เวลากับน้องเยอะๆ ก็จะยิ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ของลูกทั้งในปัจจุบันและเป็นรากฐานที่ดีสำหรับอนาคตด้วย

  3. ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มาก
  4. ถึงทารกคนใหม่จะต้องการการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แต่พ่อแม่ก็ต้องไม่ละเลยการใช้เวลากับลูกคนโต พยายามหาโอกาสใช้เวลาร่วมกันเสมอ เช่น ระหว่างให้นมน้องก็เล่านิทานให้พี่ฟัง ชวนพี่ไปนอนงีบด้วยกันเวลาทารกหลับ

  1. ระวังคำพูด
  2. ไม่ควรเปรียบเทียบลูก เพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างน้ำหนักแรกเกิด ใครมีผมมากกว่ากัน หรือใครคลานได้ก่อน อาจทำร้ายจิตใจพี่คนโตได้5 และพยายามอย่าใช้ลูกคนใหม่มาเป็นเหตุผลของทุกอย่าง แทนที่จะบอกลูกว่า “แม่พาหนูไปสนามเด็กเล่นไม่ได้เพราะต้องเลี้ยงน้อง” อาจพูดว่า “วันนี้ร้อนจัง เรามาเล่นของเล่นในบ้านกันดีกว่า” โดยเมื่อเด็กโตขึ้น ก็จะเริ่มทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงได้เอง

  3. ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ
  4. สาเหตุหลักที่ทำให้พี่อิจฉาน้องมักมาจากความรู้สึกว่าตนไม่มีความสำคัญและคิดว่าไม่มีตัวเองครอบครัวก็ยังอยู่ได้ พ่อแม่จึงควรให้ลูกคนโตช่วยงานบ้านหรือพูดถึงข้อดีข้อเด่นของลูกบ่อยๆ เพื่อทำให้เด็กรู้สึกว่าทุกคนในครอบครัวมีความจำเป็นและมีหน้าที่ของแต่ละคนค่ะ6

อ้างอิงจาก

  1. Do it right: Telling your child about baby number two, Pregnancy Magazine, https://www.pregnancymagazine.com/pregnancy/telling-child-about-arrival-second-baby
  2. When and how to tell your child you’re pregnant, BabyCenter, Sep 2016, https://www.babycenter.com/0_when-and-how-to-tell-your-child-youre-pregnant_3636425.bc?showAll=true
  3. Preparing your grade-schooler for a new sibling, BabyCenter, Sep 2016, https://www.babycenter.com/0_preparing-your-grade-schooler-for-a-new-sibling_3636433.bc?showAll=true
  4. Preparing children for pregnancy and a new baby, MedlinePlus, 12 Sep 2016, https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000635.htm
  5. Elizabeth Pantley, First-Born Jealousy, Child Development Institute, https://childdevelopmentinfo.com/ages-stages/baby-infant-development-parenting/first-born-jealousy/#.WqtG5GrFLIU
  6. Help Your Older Child Adjust to the New Baby, Aha! Parenting, http://www.ahaparenting.com/Ages-stages/newborns/Help-Sibling-Child-Adjust-New-Baby
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending