LOADING

Type to search

สอนลูกให้รู้! 5 วิธีเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถยนต์

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

หากติดตามข่าวสารอยู่เป็นประจำ จะสังเกตได้เลยว่าข่าวที่พ่อแม่หรือรถโรงเรียนลืมเด็กน้อยไว้ในรถหลายชั่วโมงจนเสียชีวิตนั้นเกิดบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ สร้างความโศกเศร้าและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

ผู้ปกครองอาจอยู่กับลูกไม่ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีปัจจัยโดยรอบหลายอย่างที่เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด การสอนให้ลูกน้อยเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดด้วยตนเอง จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

วิธีการเอาตัวรอดสำหรับเด็กเมื่อติดอยู่ในรถยนต์

  1. เปิดประตู
  2. การเปิดประตูรถเป็นวิธีแรกที่ลูกควรทำเมื่อติดอยู่ในรถ โดยพ่อแม่ต้องไม่ลืมสอนลูกว่าให้ทำในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น รวมทั้งอย่าลืมใช้ฟังก์ชั่น Child Lock เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเปิดประตูเล่นระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนที่
    อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจใช้ได้ยากหากเด็กยังตัวเล็กเกินกว่าที่จะดึงด้ามจับพร้อมดันเปิดประตูออกได้ จึงควรสอนวิธีอื่นๆ ให้ลูกได้รู้ติดตัวไว้ด้วย

    เอาตัวรอด-ปลดล็อก
  3. ปลดตัวล็อก
  4. การสอนปลดล็อกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเด็กเปิดประตูเป็นแต่ปลดตัวล็อกไม่เป็นก็ถือว่าเปล่าประโยชน์ แต่การสอนเด็กๆ ปลดล็อกประตูอาจเป็นเรื่องยากสักหน่อย เพราะรถแต่ละคันมีระบบปลดล็อกไม่เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเริ่มจากการสอนว่าตำแหน่งตัวล็อกอยู่ตรงไหน พร้อมสอนวิธีปลดล็อกให้เข้าใจ หรืออาจสอนให้ลูกข้ามมาฝั่งคนขับและกดปุ่มปลดล็อกประตูทุกบานจากตรงนั้นก็ได้เช่นกัน1

  5. เปิดกระจก
  6. การสอนเด็กเปิดกระจกรถให้เป็น ไม่ได้เพียงแต่ช่วยให้เด็กๆ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือได้ แต่ยังเป็นการเปิดให้อากาศระบายถ่ายเทมากยิ่งขึ้น เพราะหากลูกติดอยู่ในรถที่สภาพอากาศร้อนจัด การเปิดกระจกก็จะช่วยคลายร้อนและทำให้เด็กหายใจได้สะดวกมากขึ้น แต่การเปิดกระจกเพื่อให้เด็กปีนออกมาจากรถอาจทำให้เด็กเจ็บตัวได้ ผู้ปกครองจึงต้องกำชับในเรื่องความปลอดภัยด้วยนะคะ

    เอาตัวรอด-บีบแตร
  7. บีบแตร
  8. หากลูกออกจากรถไม่ได้ การสอนให้เด็กบีบแตรเป็นก็คงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องจำรูปแบบอะไรมากมาย แถมเป็นการเรียกร้องความสนใจให้ผู้คนโดยรอบทราบ จะได้เข้าถึง และช่วยเหลือตัวเด็กได้ทันที ในขณะที่พ่อแม่ไม่อยู่หรือยังไม่รู้ตัว คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการสอนให้ลูกเรียนรู้ที่จะข้ามมาฝั่งคนขับก่อน พร้อมชี้ตำแหน่งของแตรรถให้เด็กทราบว่าอยู่ตรงไหน แล้วลองให้เด็กบีบแตรดู แต่อาจจะต้องให้เด็กออกแรงเยอะสักนิด เพราะแตรรถยนต์บางคันค่อนข้างแข็งและลึกสำหรับมือเล็กๆ ของเจ้าตัวน้อย

  9. กดไฟฉุกเฉิน
  10. การกดเปิดไฟฉุกเฉินก็เป็นการเอาตัวรอดที่สอนได้ง่ายอีกวิธีหนึ่ง เพราะเราสามารถระบุตำแหน่งให้ลูกน้อย พร้อมให้เด็กลองกดปุ่มเพื่อเปิดสัญญาณไฟดูได้เลย อีกทั้งลักษณะของปุ่มไฟฉุกเฉินในรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อก็จะมีสัญลักษณ์ที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย สำหรับรถบางคันที่มีปุ่มกดเยอะแยะมากมายจนลายตา ยากเกินที่เด็กจะจำได้ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจลองนำสติกเกอร์ลายโปรดของลูกมาแปะให้ปุ่มไฟฉุกเฉินหรือปุ่มแตรโดดเด่นขึ้นก็ได้

    เอาตัวรอด-หาทางออก

ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับผู้ปกครอง

คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรทำการบ้านด้วยเช่นกัน เพราะรถแต่ละคันมีระบบที่แตกต่างกันไป โดยอาจเริ่มศึกษาเรื่องต่างๆ ให้รอบคอบตามลำดับดังต่อไปนี้ค่ะ

  • ระบบรถ รถสมัยใหม่บางคันอาจปลดล็อกกระจกได้เองง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มค้างไว้ แต่รถบางคันที่เก่าหน่อยก็อาจต้องออกแรงใช้มือหมุน เพื่อปรับกระจกลง
  • ระบบแตร รถบางคันอาจบีบแตรไม่ได้หากไม่เสียบกุญแจค้างไว้ ในขณะที่รถบางคนบีบแตรได้ทุกเมื่อ
  • คาร์ซีท วิธีข้างต้นอาจไม่มีประโยชน์เลย หากเด็กติดอยู่ในรถที่ล็อกและติดอยู่บนคาร์ซีทอีกที การสอนให้เด็กปลดล็อกคาร์ซีทอาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นถ้าเด็กปลดล็อกคาร์ซีทขณะกำลังเดินทาง ซึ่งทางออกสำหรับเรื่องนี้คือการวางโทรศัพท์ที่ใช้ง่ายๆ และมีไม่กี่ปุ่มในระยะที่มือเด็กเอื้อมถึง ตั้งค่าให้ใช้งานง่าย และสอนให้เด็กรู้จักโทรออกให้เป็น เพียงเท่านี้ เมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินก็จะติดต่อเราได้ทันที

อย่าลืมนะคะ ว่าวิธีการเอาตัวรอดนั้นสำคัญต่อเด็กๆ มาก หากมีเวลาว่างเหลือ ก็อาจสร้างกิจกรรมเป็นการสอนเอาตัวรอดจากภัยอื่นๆ อย่าง การเอาตัวรอดจากการจมน้ำ การเอาตัวรอดในป่า หรือการเอาตัวรอดในสังคม ก็ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งนั้นค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. สอนลูก สอนหลาน! วิธีเอาตัวรอด เมื่ออยู่ในรถ ฝึกให้ชินก่อนเจอเหตุสลด, ข่าวสด, 21 มิ.ย. 2018, https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1245421
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending