LOADING

Type to search

“เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ” สอนลูกเรื่องเพศอย่างไรให้สมวัยและเข้าใจง่าย

Share
คลิกเพื่อแชร์
พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก 

สอนลูกเรื่องเพศศึกษาเป็นหนึ่งในเรื่องน่าขนลุกที่ผู้ปกครองไม่ค่อยอยากจะนึกถึงเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ลูกถามว่า “หนูเกิดมาจากไหน” ไปจนถึงตอนที่ร่างกายลูกเปลี่ยนเข้าสู่วัยรุ่น และเริ่มสนใจเพศตรงข้าม

พ่อแม่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยอยากมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องเพศศึกษาของลูกเพราะรู้สึกกระดากอาย โดยเฉพาะในสังคมไทยที่ยังมองว่าเรื่องเพศนั้นต้องห้ามและไม่ควรนำมาพูดอย่างเปิดเผย แต่ในความจริงแล้ว พ่อแม่ควรสนใจเอาใจใส่เรื่องนี้ไม่ต่างไปจากเรื่องการเลี้ยงดูและให้การศึกษาเลยนะคะ ซึ่งหากพ่อแม่รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะพูดถึง ตอบพอผ่านๆ หรือโกหกลูก ลูกก็จะหันไปหาคำตอบเอาเองจากโลกอินเทอร์เน็ต หรือเชื่อเรื่องเล่าจากเพื่อนวัยเดียวกัน ที่มักนำมาซึ่งความเข้าใจผิดๆ วันนี้ My Honey Bun เลยขอชวนผู้ปกครองทุกคนมาเปลี่ยนความคิดและเตรียมพร้อมสู่การสอนลูกเรื่องเพศอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ

1. เปลี่ยนทัศนคติพ่อแม่

มีผลการวิจัยออกมาว่าเด็กกว่า 90% เรียนรู้เรื่องเพศจากสื่อลามกอนาจารบนโลกออนไลน์1 นอกจากนี้ ในยุคที่สื่อเปิดกว้างไร้ขอบเขต ยังทำให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงเรื่องเพศได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเซิร์จหาข้อมูลเอง ดูซีรีส์ต่างประเทศ หรือดูวิดีโอที่มีเนื้อหาสุ่มเสี่ยง

ผู้ปกครองคงไม่อยากให้ลูกได้รับความเข้าใจผิดๆ (และก่อนวัยอันควร) จากสื่อเหล่านี้ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนทัศนคติของตนเองในเรื่องเพศ โดยไม่มองว่าเป็นเรื่องน่าอาย ห้ามพูดถึง หรือลามกหยาบคาย แต่ให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเหมือนวิชาความรู้หนึ่งที่ลูกควรได้เข้าใจเพื่อการเติบโตอย่างสมบูรณ์ และตัวพ่อแม่ผู้หวังดีเองนั่นแหละที่จะสอนลูกได้ดีที่สุด

2. ถ่ายทอดความรู้แบบสมวัย

เด็กแต่ละวัยมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องเพศรวมถึงความสามารถในการทำความเข้าใจต่างกัน พ่อแม่จึงควรให้ข้อมูลอย่างเหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไปตามไกด์แนะนำนี้ค่ะ

สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun_3

วัยหัดเดิน (0 – 2 ขวบ) “The Explorer”

ความสนใจของลูก:

  • เด็กสนใจในร่างกายของตัวเอง ซึ่งรวมไปถึงอวัยวะเพศด้วย และเด็กมักจับหรือเล่นอวัยวะเพศเมื่ออาบน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม2

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ:

  • สอนชื่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกายอย่างตรงไปตรงมา โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำน่ารักๆ เมื่อพูดถึงอวัยวะเพศ เพราะจะทำให้เด็กสงสัยและคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องต้องห้าม3 (ทำไมเรียกหูว่าหูได้ แต่ทำไมอวัยวะเพศถึงต้องเรียกว่าช้างน้อย เป็นต้น)
สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun_4

วัยอนุบาล (3 – 5 ขวบ) “The Imaginator”

ความสนใจและคำถามของลูก:

  • สนใจความแตกต่างระหว่างเพศชาย-หญิง เด็กอาจสลับกันดูของสงวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
  • เด็กบางคนเริ่มมีน้อง จึงเป็นช่วงที่เริ่มตั้งคำถามว่า “เด็กเกิดมาได้ยังไง” หรือ “หนูออกมาจากไหน”

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ:

  • เด็กวัยนี้ช่างคิดช่างจินตนาการ อาจเชื่อเรื่องเล่าที่พ่อแม่แต่งขึ้น เช่น นกกระสาบินเอามาส่ง เก็บลูกจากกระบอกไม้ไผ่ ไปเบิกลูกมาจากโรงพยาบาล ฯลฯ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรแต่งเรื่องเพื่อเลี่ยงคำถาม เพราะจะทำให้เด็กหมดความเชื่อถือเมื่อมารู้ภายหลังว่าพ่อแม่โกหก4
  • ตอบให้ตรงคำถามโดยใช้คำง่ายๆ และไม่ต้องใส่ข้อเท็จจริงลงไปมาก อย่าง “เด็กเกิดมาจากเมล็ดพันธุ์ของพ่อที่มาพบรักกับไข่ของแม่” หรือ “ลูกถูกดึงออกมาจากพุงแม่”
  • สังเกตการเล่นของลูกอย่างใกล้ชิด หากเห็นลูกเล่นอะไรไม่เหมาะสม เช่น เล่นพ่อแม่ลูกแบบถึงเนื้อถึงตัว ให้ตักเตือนแล้วแนะนำให้เล่นอย่างอื่น
  • อธิบายว่าอวัยวะ “ส่วนที่ใส่ชุดว่ายน้ำทับ” หรือส่วนไหนบ้างที่ลูกต้องสงวนไว้ไม่ให้ใครเห็น รวมทั้งห้ามให้ใครจับอวัยวะส่วนนั้นของลูกเด็ดขาด ยกเว้นแต่พ่อแม่หรือคุณหมอ เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักระวังตัวแต่เล็ก2
สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun_5

วัยประถมต้น (6 – 9 ปี) “The Interrogator”

ความสนใจและคำถามของลูก:

  • เด็กเริ่มเข้าโรงเรียนและชอบตั้งคำถาม พ่อแม่จะเริ่มโดนจู่โจมอย่างจริงจังด้วยคำถามที่ว่า “เด็กเกิดมาได้ยังไง” “เซ็กส์คืออะไร” หรือ “ร่างกายของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกันอย่างไร”
  • คำถามจากเด็กเกิดขึ้นด้วยความอยากรู้ล้วนๆ และเด็กยังไม่รู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย จึงเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะค่อยๆ เปิดประตูสู่เรื่องเพศเพื่อไม่ต้องเขินอายในอนาคต
  • เด็กเริ่มมีลักษณะเริ่มต้นของการเข้าสู่วัยรุ่น

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ:

  • พยายามอธิบายด้วยข้อเท็จจริง เข้าใจง่าย2 เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม เพียงแค่อยากรู้และต้องการคำตอบสั้นๆ เช่น “เซ็กส์คือวิธีการแสดงความรักต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเท่านั้น”
  • ซื้อหนังสือภาพสือภาพสำหรับเด็ก เพื่อแสดงความแตกต่างทางกายภาพของเพศชายและหญิง
  • เตรียมตัวลูกเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น โดยอธิบายเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดอยู่หรือกำลังจะเกิด เช่น เด็กหญิงมีหน้าอก เด็กชายจะมีขนและเสียงแตก
สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun_6

วัยประถมปลาย (10 – 12 ปี) “The Quiet Teen”

ความสนใจและคำถามของลูก:

  • เด็กกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนเยอะ และมั่นใจว่าตัวเองรู้เรื่องทุกอย่าง
  • เด็กส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมาถามอะไรกับพ่อแม่ เพราะเริ่มรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องส่วนตัวหรือน่าอาย

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ:

  • ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด โดยเน้นที่เรื่องความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเป็นหลัก อาทิ การมีประจำเดือน สิวขึ้น ขนขึ้น เสียงแตก รวมไปถึงเรื่องน่าอายอย่างการฝันเปียกหรือการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย
  • ถามลูกเรื่องความรู้เพศศึกษาทั้งจากที่โรงเรียน เพื่อน ทีวี หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อเปิดบทสนทนาและทำให้ลูกกล้าเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังในอนาคต รวมถึงแก้ไขความเชื่อผิดๆ ที่ลูกไปรู้มาจากแหล่งอื่น3
สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun_7

วัยมัธยม (13 – 18 ปี) “The Hormone Machine”

ความสนใจและคำถามของลูก:

  • ลูกกลายเป็นวัยรุ่นอย่างเต็มตัว มีฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เริ่มอยากมีแฟนและเพศสัมพันธ์

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ:

  • คอยให้กำลังใจเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ของลูก
  • สอนลูกว่าเราไม่สามารถควบคุมฮอร์โมนของเรา แต่เราสามารถควบคุมการกระทำได้ นั่นคือความต้องการอยากมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เพศสัมพันธ์ก็มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงมากมาย เช่น ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศ ถูกทอดทิ้ง เป็นต้น
  • ให้ความรู้เรื่องเพศอย่างรอบด้านโดยไม่ใช้อารมณ์ สอนว่าการมีเพศสัมพันธ์ควรเกิดจากความรัก ความยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่าย โดยหากผู้ปกครองพิจารณาว่าเหมาะสม ก็อาจสอนเรื่องวิธีป้องกันต่างๆ ด้วย
  • พยายามทำให้ลูกรู้สึกสบายใจที่จะคุยด้วย เพื่อให้ลูกมาปรึกษาหากเริ่มสนใจเพศตรงข้ามหรือถูกกดดันให้มีเพศสัมพันธ์
สอนเรื่องเพศกับลูกอย่างไร_how_to_teach_kids_about_sex_myhoneybun

3. เซ็กส์ = ความรัก

เชื่อมโยงการมีเพศสัมพันธ์เข้ากับความรัก ความเชื่อใจ ความใกล้ชิด และความนับถือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างความสัมพันธ์ที่ดีให้ลูกเห็น เช่น แสดงความรักอย่างมีขอบเขต พูดจาดีต่อกัน ไม่ดุด่าต่อว่า หรือทำร้ายร่างกาย3

4. โฟกัสใน “สิ่งที่ควรทำ” ไม่ใช่ “สิ่งที่ห้ามทำ”

พยายามเปิดใจฟังลูกอย่างแท้จริง และอดกลั้นไม่พร่ำสอนหรือบ่นลูกมากเกินไป อย่าเอาแต่พูดว่า ห้ามมีแฟน ห้ามจับมือ ห้ามถาม ฯลฯ แต่ควรให้ความรู้ถึงสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์ต่างๆ อาทิ ควรทำอย่างไรหากมีคนมาถูกเนื้อต้องตัว หรือจะปฏิเสธอย่างไรหากแฟนมาขอมีอะไรด้วย

5. เปรียบเทียบการนำเสนอเรื่องเพศในสื่อ

อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าสื่อต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ หนังสือ รวมทั้งคลิปลามกอนาจารถูกทำขึ้นเพื่อความบันเทิงและไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอไป2 ลูกจึงไม่ควรนำเรื่องที่ได้เห็นเหล่านั้นมาเป็นมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถใช้โอกาสในการดูทีวีร่วมกันเพื่อสอนให้ลูกค่อยๆ พัฒนาความคิดด้วยตนเอง เช่น เมื่อมีฉากพระนางมีเพศสัมพันธ์ ให้ลองถามว่าลูกคิดว่าเหมาะสมไหม แล้วถ้าเป็นลูกจะทำอย่างไร

การให้ความเข้าใจเรื่องเพศอย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยป้องกันเรื่องไม่ดีหรือความผิดพลาดในอนาคต ยังทำให้ลูกทราบถึงความสำคัญของประเด็นแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความสัมพันธ์ ความเคารพในตัวเองและผู้อื่น บทบาททางเพศ รวมทั้งเรื่องสุขภาพด้วย พ่อแม่จึงควรเอาชนะความอายและไม่สะดวกใจของตน เพื่อจะได้เป็นคนปลูกฝังพัฒนาการทางเพศให้ลูกอย่างเหมาะสมนะคะ

อ้างอิงจาก

  1. Scott Gornto, How and When to Talk to Your Kids About Sex, Psychology Today, 5 Oct 2016, https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-stories-we-tell-ourselves/201610/how-and-when-talk-your-kids-about-sex
  2. Cheryl Embrett, Age-by-age guide to talking to kids about sex, Today’s Parent, 2 Jul 2016, https://www.todaysparent.com/family/parenting/age-by-age-guide-to-talking-to-kids-about-sex/
  3. Erin Dower, An Age-By-Age Guide to Teaching Kids about “The Birds & The Bees,” Family Education, https://www.familyeducation.com/life/talking-about-sex/age-age-guide-teaching-kids-about-birds-bees
  4. แพรวพรรณ สุริวงศ์, เคล็ดลับง่ายๆ คุยกับลูกเรื่องเพศ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 17 ก.พ. 2559, http://www.thaihealth.or.th/Content/30739-เคล็ดลับง่ายๆ%20คุยกับลูกเรื่องเพศ.html
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending