LOADING

Type to search

ตอบครบทุกคำถาม เลือกครีมกันแดดให้ลูกยังไงดี?

Share
คลิกเพื่อแชร์

ซัมเมอร์มาแล้วจ้าาาาาา อากาศร้อนของไทยมาพร้อมกับแสงแดดที่รุนแรงจนไม่รู้ว่าจะร้อนหรือกลัวจนหนาวสั่นดี และเพราะใครๆ ก็รู้ว่าแสงแดดมาคู่กับรังสียูวีที่เป็นอันตราย จึงไม่มีเวลาไหนจะเหมาะไปกว่าตอนนี้ ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องหันมาสนใจเรื่องการเลือกครีมกันแดดเด็กที่เหมาะกับลูกน้อยแล้วล่ะ

UVA? UVB? SPF? อะไรคืออะไร

นี่เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยๆ แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจสักที My Honey Bun เลยขอสรุปไว้เป็นตารางง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

รังสีลักษณะชื่อสารป้องกัน
UVAทะลุทะลวงลงสู่ผิวหนังชั้นล่างได้ จึงสามารถทำลายเนื้อเยื่อและดีเอ็นเอของเซลล์ผิว1
ผล = ผิวหนังเหี่ยวย่น และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง
PA
(Protection Grade of UVA)
UVBรังสีคลื่นสั้นที่จะทะลุถึงแค่ชั้นหนังกำพร้า1
ผล = ผิวไหม้แดด อักเสบ
SPF
(Sun Protection Factor)

การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด จึงควรเลือกแบบที่กรองได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งกันแดดในท้องตลาดก็สามารถแบ่งออกมาย่อยๆ อีกได้เป็น

1.Physical Sunscreen คือกันแดดแบบสะท้อนรังสีไม่ให้เข้าสู่ผิวหนัง (ลองจินตนาการว่าเหมือนเราเอาครีมมาเคลือบผิว) กันแดดประเภทนี้มีข้อดีคือไม่ซึมเข้าสู่ผิวหนัง จึงปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แต่ข้อเสียคือเนื้อครีมมักจะเหนียวหนักและทิ้งคราบขาวไว้บนผิว2 โดยสาร Physical Sunscreen ที่นำมาใช้มี 2 ตัวคือ zinc oxide และ titanium dioxide

2.Chemical Sunscreen คือกันแดดที่มีฤทธิ์ทางเคมี จะทำงานด้วยการดูดซับรังสี UV แล้วกระจายออกมา2 มีข้อดีคือเนื้อบางเบาสบายผิว แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว และอาจก่อให้เกิดการแพ้ได้โดยเฉพาะในผิวบอบบางของเด็ก นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังมักนิยมให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงกันแดดประเภทนี้ เพราะยังไม่มีการวิจัยมากพอที่ยืนยันได้ว่าสารเคมีในครีมจะสามารถส่งผ่านไปสู่ลูกหรือไม่

3.แบบผสม เนื่องจากกันแดดแบบ Physical และ Chemical มีทั้งข้อดีและข้อเสีย กันแดดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักนำสารทั้ง 2 ประเภทมาใช้ร่วมกัน

1. ใช้กันแดดเมื่อลูกอายุมากกว่า 6 เดือน

กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน แนะนำให้งดการออกแดดจัด หรือใช้วิธีอื่นเพื่อปกป้องลูกจากแสงแดด เช่น กางร่ม ใส่หมวก หรือใส่เสื้อคลุม3

 2. ดูค่า PA ที่เหมาะสม และค่า SPF 30 – 50

  • PA+, PA++, PA+++

ปัจจุบันมี PA จำนวน 3 ค่า ที่ใช้ในการช่วยปกป้องรังสี UVA สังเกตง่ายๆ ว่ายิ่งเครื่องหมายบวกเยอะ ยิ่งหมายถึงการปกป้องผิวจากการเปลี่ยนของเม็ดสี (Persistent Pigment Darkening หรือ PPD) ได้ยาวนานกว่า4 คือ

  1. PA+ ปกป้องได้ประมาณ 2 – 4 ชม.
  2. PA++ ปกป้องได้ประมาณ 4 – 8 ชม.
  3. PA+++ ปกป้องได้ประมาณ 8 ชม. ขึ้นไป

 

  • SPF 30 – 50 ก็พอแล้ว

ครีมกันแดดเด็กที่มีค่า SPF สูงๆ ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะอาจทำให้เราเผลอวางใจว่าให้การปกป้องดีจนไม่ทาซ้ำ และมีสารเคมีเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น5 แถมยังราคาสูงขึ้นด้วย แพทย์ผิวหนังจึงมักแนะนำให้ใช้กันแดดที่มีค่า SPF ประมาณ 30 – 50 ที่มักมีความเสถียรที่สุด

3. ดูคีย์เวิร์ดสำคัญ

  • Broad Spectrum หรือ Multi Spectrum = กันแดดนี้ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB
  • Hypoallergenic = กันแดดนี้ไม่มีสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ เช่น น้ำหอม หรือ PABA (กรดพารา-อะมิโนเบนโซอิก)

4. สารควรระวัง

แม้ Chemical Sunscreen จะถูกใช้อย่างแพร่หลาย แต่ในตอนที่เลือกกันแดดให้ลูก พ่อแม่ควรสังเกตและหลีกเลี่ยงชื่อ oxybenzone และ retinal palmitate / retinyl palmitate (สารจากวิตามินเอ) ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจไปรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน ทั้งยังอาจทำให้ผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดมากขึ้นอีกด้วย3

5. ถ้าไม่แน่ใจ ให้ทดสอบการแพ้ก่อ

อย่างที่เราบอกไปแล้วว่ากันแดดส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักมีส่วนผสมของสารเคมี พ่อแม่จึงต้องระมัดระวังมากขึ้นเมื่อใช้กับลูกน้อย โดยควรทดสอบการแพ้ก่อนประมาณ 10 นาที (หรือล่วงหน้า 1 วันเลยก็ได้) ด้วยการทาครีมไว้ที่ท้องแขนหรือข้อมือของลูก หากไม่มีปฏิกิริยา เช่น ผื่น รอยแดง หรือตุ่ม ก็แสดงว่าปลอดภัยค่ะ

6. ทากันแดดก่อนออกแดด

กันแดดแบบ Physical Sunscreen จะเริ่มการปกป้องทันทีเมื่อทาลงบนผิว แต่กันแดดส่วนใหญ่มักต้องใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีเพื่อซึมซัมเข้าสู่ผิวก่อน จึงจะเริ่มต้นการปกป้องผิว5 พ่อแม่จึงควรทาครีมกันแดดเด็กก่อนออกแดดจริงๆ ตามเวลาดังกล่าว

7. ทาให้ครบจุดเสี่ยง

ทากันแดดให้ครอบคลุมบริเวณที่ลูกจะสัมผัสกับรังสี อย่าลืมเน้นจุดที่จะโดนแดดมากเป็นพิเศษ เช่น หู จมูก หลังคอ ไหล่ และจุดที่คุณอาจนึกไม่ถึง อาทิ ใต้สายและขอบชุดว่ายน้ำซึ่งจะบิดไปมาเมื่อลูกเคลื่อนที่ รวมไปถึงทาลิปมันที่มีสารกันแดดให้ลูกในกรณีที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ

 8. โบกได้ไม่ต้องกลัวเปลือง

มีผลการวิจัยออกมาว่า คนส่วนใหญ่มักใช้กันแดดน้อยกว่าที่ควร นั่นหมายความว่าเราจะไม่ได้รับค่าการปกป้องตามที่ผลิตภัณฑ์โฆษณาไว้อย่างเต็มที่ ซึ่งปริมาณการทากันแดดที่เหมาะสมคือประมาณ 1 แก้วช็อตหรือประมาณ 1 ออนซ์6 สำหรับผู้ใหญ่ และอาจน้อยกว่านี้นิดหน่อยหากใช้ในเด็ก

กันแดดต้องทาซ้ำ!

ถึงเด็กๆ จะอิดออดแค่ไหน แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าละเลยที่จะทากันแดดซ้ำให้เด็กนะคะ แม้ในครีมกันแดดเด็กที่บอกว่ากันน้ำหรือกันเหงื่อได้ อาจให้การปกป้องที่ดีกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ควรทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่ลูกขึ้นจากน้ำ อาบน้ำ เช็ดตัว หรือเหงื่อออกมาก

10. หลีกเลี่ยงการใช้กันแดดแบบสเปรย์

กันแดดแบบสเปรย์ให้ความสะดวกและรวดเร็วในการใช้ แต่อาจทำให้ดูไม่ออกว่าส่วนไหนถูกทาไปแล้วบ้าง (ทาไม่เท่ากัน = ผิวกระดำกระด่าง) นอกจากนี้ อาจเสี่ยงต่อการที่เด็กจะสูดดมละอองของสเปรย์เข้าปอดอีกด้วย3

11. อย่าเพิ่งให้ลูกทากันแดดเอง

ในช่วงเริ่มต้น พ่อแม่ควรเป็นคนทากันแดดให้ลูกก่อน เพื่อป้องกันปัญหาเด็กทากันแดดไม่ครบทุกส่วน หรือทำผลิตภัณฑ์เข้าตาและจมูก ในระหว่างที่ทาก็ให้อธิบายง่ายๆ ให้ลูกเข้าใจว่าทำไมถึงต้องทากันแดด เพื่อปลูกฝังให้ลูกรู้จักดูแลสุขภาพและทาครีมด้วยตัวเองได้ในคราวต่อไป

12. ใช้ตัวช่วยอื่นๆ

นอกจากครีมกันแดดเด็ก ยังมีตัวช่วยอื่นๆ ที่จะช่วยปกป้องลูกจากรังสีอันตรายในแดด ไม่ว่าจะเป็นการใส่หมวก แว่นกันแดด เสื้อคลุม รวมไปถึงการใช้ร่ม และเข้าร่มในช่วงที่แดดแรงมากๆ (แดดจะแรงในช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่ายสี่โมง และพีคสุดในช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง)

พ่อแม่ควรสนับสนุนให้ลูกได้ออกไปเล่นเอาท์ดอร์แทนที่จะจมอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ต้องไม่ละเลยที่จะปกป้องสุขภาพของลูกจากรังสีร้ายในแสงแดด แล้วอย่าลืมพาลูกออกไปสัมผัสแสงแดดดีๆ ในระหว่างเวลาแปดถึงเก้าโมงเช้า เพื่อรับวิตามินดีที่จะมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตด้วยนะคะ

อ้างอิงจาก

  1. รศ. ดร. พิมลพรรณ พิทยานุกุล, คำแนะนำการเลือกใช้ครีมกันแดด, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/114/คำแนะนำการเลือกใช้ครีมกันแดด
  2. ครีมกันแดด.. จำเป็นไหมสำหรับเด็ก, HealthandTrend, 16 เม.ย. 2558, http://www.healthandtrend.com/parental/kid/sun-screen-for-kids
  3. Jamie Davis Smith, How to choose a sunscreen for your kids, The Washington Post, 26 May 2016, https://www.washingtonpost.com/news/parenting/wp/2016/05/26/how-to-choose-a-sunscreen-for-your-kids/
  4. SPF and PA+++ Rating in Sunscreen: What does it Indicate?, DERMATALK, 29 Jan 2013, http://www.dermatalk.com/blogs/skincare/spf-and-pa-rating-in-sunscreen-what-does-it-indicate/
  5. Patricia Treadwell, What kind of sunscreen is best for children?, BabyCentre, https://www.babycenter.com/404_what-kind-of-sunscreen-is-best-for-children_12504.bc
  6. How to Choose & Use Sunscreen, KidsHealth, Oct 2017, http://kidshealth.org/en/parents/sunscreen.html
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending