LOADING

Type to search

คืนนี้อุ่นใจ…ทารก 0 – 6 เดือนนอนห้องเดียวกันกับพ่อแม่อย่างไรให้ปลอดภัย

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ในระหว่างที่รอการมาถึงของลูกน้อย พ่อแม่คงได้เตรียมตัวและสถานที่เพื่อให้พร้อมต้อนรับทารกคนใหม่ โดยหนึ่งในเรื่องที่ต้องตัดสินใจก็คือการตกลงกันว่าจะให้ลูกนอนห้องเดียวกันกับพ่อแม่หรือให้ลูกนอนแยกห้องนอนตั้งแต่ยังเล็ก

ประเด็นเรื่องแยกห้องหรือนอนห้องเดียวกันเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่มีความแตกต่างไปตามครอบครัว มีปัจจัยทั้งทางวัฒนธรรม ความชอบ-นิสัยส่วนตัวของพ่อแม่และลูก และอีกมากมาย อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญฝั่งตะวันตกมักแนะนำให้เด็กทารกที่อายุ 6 เดือนหรือน้อยกว่านั้นนอนร่วมห้องกับพ่อแม่ (Co-sleep)ซึ่งหมายรวมถึงการนอนบนเตียงเดียวกัน หรือนอนแยกบนเปลหรือเตียงเด็กในห้องเดียวกันก็ได้1

การให้ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนนอนร่วมห้องกับพ่อแม่อาจมีผลเสียหลายข้อ อาทิ ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้นอนหลับสนิทเท่าที่ควร ทำให้พ่อแม่ไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์ รวมถึงทำให้การแยกห้องนอนเมื่อเด็กโตยากลำบากขึ้นด้วย แต่การนอนร่วมห้องกับทารกเล็กๆ ก็มีประโยชน์มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • อุ่นใจพ่อแม่ พ่อแม่รู้สึกสบายใจเมื่อรู้ว่าลูกอยู่ใกล้ๆ และสามารถลุกขึ้นมาดูลูกได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังช่วยสานสัมพันธ์ และทำให้พ่อแม่เข้าใจลักษณะนิสัยของลูกได้ดียิ่งขึ้น
  • แม่ให้นมง่ายขึ้น ว่ากันว่าทารกที่นอนร่วมห้องกับพ่อแม่จะได้กินนมบ่อยกว่าทารกที่แยกห้องนอนถึง 2 เท่า2 เนื่องจากแม่นอนอยู่ใกล้ๆ ทำให้มีปฏิกิริยาต่อลูกร้องได้ดีกว่า ทั้งยังให้นมลูกอย่างสบายๆ จนหลับต่อได้เลย โดยไม่ต้องคอยเดินไปมาเพื่อให้นมลูกอีกห้อง
  • ลูกสุขภาพดี เพราะได้กินนมแม่มากกว่า นอกจากนี้ ลูกจะจำกลิ่นและผสานจังหวะการเต้นหัวใจให้ตรงกับพ่อหรือแม่ ทำให้ร่างกายเกิดสมดุล มีอุณหภูมิคงที่2 และแข็งแรง
  • ปลอดภัยต่อลูก การได้นอนห้องเดียวกับพ่อแม่และการได้กินนมแม่ จะทำให้ทั้งแม่และเด็กนอนได้นานขึ้น แต่นี่เป็นการนอนหลับแบบไม่ลึก จึงสามารถช่วยให้ทารกและคุณแม่รู้สึกตัวหากเกิดอะไรขึ้น เช่น เมื่อเด็กมีอาการหยุดหายใจ (Apnea)

อย่างไรก็ดี การนอนร่วมเตียงกับพ่อแม่อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตฉับพลันในช่วงนอนหลับ (SIDS – Sudden Infant Death Syndrome) ซึ่งเป็นอาการที่เด็กแรกเกิดซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี เสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุ3 โดยเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้เด็กเสียชีวิตอาจมาจากภาวะขาดอากาศหายใจหรืออุณหภูมิสูงเกินไป เนื่องจากถูกทับหรือไปติดอยู่ที่ซอกใดซอกหนึ่งบนเตียง

เช็คลิสต์ความปลอดภัยเมื่อนอนร่วมห้องกับลูกวัยทารก

  1. ให้เด็กนอนบนเบาะเสริมบนที่นอน หรือนอนในเปลหรือเตียงเด็กเอง จะลดความเสี่ยงได้ดีกว่าการนอนบนเตียงในระนาบเดียวกับพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักต่ำกว่า 2.5 กก.3

  2. มั่นใจว่าฟูกแข็งกำลังดี ห้ามนอนหลับบนโซฟา เก้าอี้เอน เตียงน้ำ เตียงเป่าลม บีนแบ็ก เนื่องจากลักษณะที่นิ่ม ยวบยาบ และอาจมีช่องระหว่างเบาะที่เด็กอาจไปติดได้ ทั้งยังควรให้ที่นอนและเตียงมีขนาดเท่ากันพอดี และดูให้แน่ใจว่าหัวเตียงไม่มีร่องที่เด็กจะแทรกเข้าไปได้
  3. ลดจำนวนเครื่องนอนและอุปกรณ์ต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้านวมฟูหนา และไม่วางหมอน ของเล่น ตุ๊กตา ฯลฯ ไว้บนเตียงมากเกินไป เพราะอาจไปกดทับใบหน้าและจมูกจนทำให้เด็กหายใจไม่ออกหรือมีอุณหภูมิสูงเกินไป
  4. นอกจากนี้ การใส่ของเล่นหรือตุ๊กตาที่ใหญ่เกินไปไว้ในเตียงเด็กอาจก่อให้เกิดอันตราย เพราะทารกอาจใช้เป็นฐานปีนลงจากเตียงได้4

  5. ให้ลูกนอนหงาย การนอนหงายจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด SIDS เป็นอย่างมาก5 แต่หากพ่อแม่เป็นห่วงเรื่องรูปทรงของหัวลูก ก็ให้จับลูกนอนคว่ำในเวลาอื่นแทน เช่น ตอนที่นอนเล่น หรือตอนที่มีคนดูอยู่ตลอด
  6. ทำอุณหภูมิให้เหมาะสม เด็กจะได้รับอุณหภูมิจากพ่อแม่ทำให้อุ่นกำลังดีอยู่แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้อุณหภูมิในห้องนอนร้อนจนเกินไป และไม่ควรใส่หมวกหรือห่มผ้าให้เด็ก (หากกลัวลูกหนาว ให้เลือกใส่ชุดนอนที่อบอุ่นแทน)
  7. หากอยากเช็คว่าลูกตัวร้อนหรือไม่ ให้ลองสัมผัสที่หน้าท้องหรือสังเกตว่าลูกเหงื่อออกไหม วิธีนี้จะเชื่อถือได้มากกว่าการสัมผัสที่แขนหรือขาลูกซึ่งมักจะเย็นกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย5

  8. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือทานยาที่ทำให้ง่วง หากพ่อแม่ต้องร่วมเตียงกับทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน จะต้องระวังเรื่องนี้ไว้ให้มากนะคะ เนื่องจากการทานยาที่ทำให้ง่วง การดื่มแอลกอฮอล์ หรือเหนื่อยมากเกินไป อาจทำให้เผลอหลับไปแบบไม่รู้เรื่อง และหลับลึกจนไม่รู้ตัวเมื่อกลิ้งไปทับลูกหรือเมื่อลูกขยับตัวดิ้น 
  9. สร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ ระบบต่างๆ ของทารกยังมีความบอบบางและอาจต้านทานสารเคมีบางอย่างไม่ได้ พ่อแม่จึงควรมั่นใจว่าในห้องนอนปราศจากสารอันตรายอื่นๆ เช่นกัน อาทิ ตรวจสอบตามผนังและเพดานว่ามีฝุ่นหรือคราบเชื้อราหรือไม่ ไม่ใช้น้ำยาซักผ้าที่มีฤทธิ์รุนแรงเกินไป อีกอย่างที่สำคัญคือพ่อแม่ที่แชร์เตียงเด็กไม่ควรสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจมีสารเคมีหลงเหลือติดตัวมาทำร้ายลูกได้ค่ะ
  10. อย่าให้เด็กอีกคนนอนด้วย ด้วยสัญชาติญาณของแม่จะรู้ตัวไวกว่าเมื่อไปทับทารกหรือรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติ แต่พ่อหรือพี่ๆ ของเด็กอาจไม่เข้าใจ และกลิ้งไปทับหรือเอาแขนขาวางพาดทารกโดยไม่ได้ตั้งใจ (แต่หากคุณแม่จำเป็นต้องให้ลูกอีกคนนอนด้วยจริงๆ ก็ควรจัดตำแหน่งให้คุณแม่นอนกันทารกไว้เสมอค่ะ)

  11. อย่าทิ้งลูกไว้คนเดียว ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือนยังไม่สามารถพลิกตัว ตะแคงใบหน้า หรือยกศีรษะได้ (เด็กคว่ำเองได้ แต่หงายเองไม่ได้ ซึ่งอันตรายมาก) 4 พ่อแม่จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่ปล่อยให้ทารกนอนหลับอย่างลำพัง

โอกาสการเกิด SIDS จะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเด็กเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะนอนห้องเดียวกับลูกหรือแยกห้อง ก็ควรต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าห้องนอนนั้นถูกสุขลักษณะ สะอาด และปลอดภัยสำหรับลูกอย่างแท้จริงนะคะ

อ้างอิงจาก

  1. Co-sleeping and safety, BabyCentre, Apr 2016, https://www.babycentre.co.uk/a558334/co-sleeping-and-safety
  2. 5 Reasons To Sleep With Your Baby (And One Good Reason Not To), Mommypotamus, https://www.mommypotamus.com/co-sleeping
  3. What is sudden infant death syndrome (SIDS)?, BabyCentre, Apr 2016, https://www.babycentre.co.uk/a419/what-is-sudden-infant-death-syndrome-sids
  4. อย่าชะล่าใจ! แค่ “การนอน” ก็ปลิดชีพลูกได้, ผู้จัดการออนไลน์, 15 พ.ย. 2553, http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000160891
  5. Reducing the risk of sudden infant death syndrome (SIDS), BabyCentre, Apr 2016, https://www.babycentre.co.uk/a25019095/reducing-the-risk-of-sudden-infant-death-syndrome-sids
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending