LOADING

Type to search

ช่วยด้วย ลูกท้องผูก! ทำอย่างไรดีเมื่อเบบี๋มีปัญหาถ่ายไม่ออก

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ปัญหาลูกท้องผูกเป็นอะไรที่ทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่ปวดหัวกันมากที่สุดเลยล่ะค่ะ นั่นก็เพราะว่า เจ้าตัวเล็กไม่สามารถบอกความรู้สึกออกมาให้เรารู้ได้ ทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าลูกมีอาการ ก็ต้องผ่านการร้องไห้งอแงและคาดเดากันไปมากมาย

วันนี้ My Honey Bun เลยขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาเป็นมือโปร ทำความเข้าใจและจัดการปัญหาเบบี๋ท้องผูกได้อย่างทันท่วงทีด้วยการสังเกตอาการและวิธีป้องกันแบบง่ายๆ กันค่ะ

ลูกท้องผูก-เปลี่ยนผ้าอ้อม

ลูกท้องผูกเกิดจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้ลูกรักท้องผูกมีหลายอย่างด้วยกัน โดยแบ่งได้คร่าวๆ ตามนี้เลยค่ะ

  1. ไม่ได้ทานนมหรือน้ำมากพอ: เพราะในนมแม่มีทั้งโปรตีน ไขมัน และแคลเซียมที่เหมาะสมในการปรับสมดุลร่างกายอยู่เพียงพอ รวมถึงทำให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าเจ้าตัวเล็กไม่ได้ดื่มนมแม่หรือขาดน้ำ ก็จะส่งผลให้ลำไส้ฝืด อุจจาระยากตามมา
  2. ทานอาหารย่อยยาก: อาหารที่ย่อยยากหรือไม่มีไฟเบอร์เลย จะทำให้ระบบกระเพาะและลำไส้ต้องทำงานหนัก แถมเมื่อเป็นร่างกายเจ้าตัวเล็กที่ยังไม่แข็งแรงดี ก็ยิ่งทำให้ลูกท้องผูก ถ่ายลำบากเข้าไปอีก นอกจากนี้ช่วงที่เริ่มทานอาหารอ่อนใหม่ๆ เด็กก็อาจมีอาการท้องผูกได้เช่นกันค่ะ
  3. เด็กอั้นอุจจาระ: เด็กบางคนอาจไม่ชอบขับถ่ายหรือมีประสบการณ์ไม่ดีในด้านการขับถ่าย เช่น เคยถ่ายแล้วเจ็บก้น1 ซึ่งเมื่ออั้นบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้ลูกท้องผูกนั่นเอง
  4. โรคต่างๆ: ถึงจะเป็นไปได้ยาก แต่การที่ทารกบางคนท้องผูก อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน โรคโบทูลิซึม หรือความบกพร่องทางระบบย่อยอาหาร เป็นต้น2
ลูกท้องผูก-ร้องไห้งอแง

ส่องอาการลูกท้องผูก…ศึกษาไว้จะได้เข้าใจเค้ามากขึ้น

  1. ไม่ขับถ่ายนานเกินไป: เด็กแต่ละคนจะมีความบ่อยในการขับถ่ายที่ต่างกัน แต่โดยปกติแล้ว ทารกที่ทานแต่นมแม่จะถ่ายไม่บ่อยนัก (บางคนอาจถ่ายสัปดาห์ละครั้งเลยก็ได้) ส่วนเด็กที่ทานนมชงหรืออาหารอ่อนมักถ่ายอย่างน้อยวันละครั้ง พ่อแม่จึงควรจำความถี่ที่ปกติของลูกไว้ เพื่อจะได้เฝ้าระวังถูกเมื่อลูกท้องผูกค่ะ2
  2. อุจจาระแข็งหรือแห้ง: ถ้าเจอลักษณะก้อนอุจจาระที่มีความแข็งมากๆ ก็ขอให้สันนิษฐานไว้เลยว่าลูกน่าจะมีอาการท้องผูกแบบ 50-50 แล้ว
  3. อึยาก เบ่งนาน: ลูกจะทำการเบ่งนานมาก และต่อให้ใช้เวลาแล้วก็ยังไม่ออก
  4. อุจจาระมีเลือดหรือมีสีดำ: เพราะความแข็งตัวของอุจจาระ บวกกับลำไส้ที่แห้ง ทำให้ระหว่างลำเลียงอุจจาระออกมา เกิดการขูดจนเป็นแผลและมีเลือดติด ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวเล็กเจ็บก้นเอามากๆ เลยล่ะ
  5. ลูกร้องไห้บ่อย: ให้สังเกตว่าลูกร้องไห้บ่อยกว่าปกติและดูเหมือนไม่สบายตัวหรือไม่ ถ้าใช่ แถมมีอาการทั้ง 4 ข้อข้างต้น ไม่ต้องสืบเลยค่ะ เจ้าตัวเล็กท้องผูกแน่ๆ
ลูกท้องผูก-ร้องไห้ไม่ทราบสาเหตุ

อ่านต่อ
โคลิกคืออะไร? อันตรายหรือไม่ แล้วจะรับมืออย่างไรดี?
รีวิวผ้าอ้อมแพมเพิสมหาโหด 7 วัน 7 แบรนด์ อยากรู้ยี่ห้อไหนดีต้องอ่าน!

บรรเทาอาการลูกท้องผูก ด้วย 7 วิธีพื้นๆ แต่ได้ผล

  1. เปลี่ยนสูตรนมผง
  2. ลูกอาจแพ้หรือย่อยสารอาหารบางตัวในนมผงบางยี่ห้อไม่ได้ ส่งผลให้ท้องผูกได้เช่นกัน การเปลี่ยนสูตรนมผงให้เหมาะกับลูกจึงอาจช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ค่ะ

    ลูกท้องผูก-เปลี่ยนนมผง
  3. ดื่มน้ำบ่อยๆ
  4. หากลูกอยู่ในวัยที่สามารถดื่มน้ำได้แล้วและมีอาการท้องผูก ก็สามารถให้เด็กดื่มน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 – 4 ออนซ์ หลังดื่มนมหรือทานอาหารเสร็จ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้3

  5. กินผลไม้และอาหารที่มีไฟเบอร์ให้มากขึ้น
  6. เพิ่มกากใยให้ลูกขับถ่ายได้คล่อง ด้วยการให้เด็กทานผักผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงอย่างพรุน แพร์ พีช และแอปริคอท หรือจะลองลดอาหารที่มักทำให้ลูกท้องผูกอย่างข้าว กล้วย หรือแครอทลงสักนิดด้วยก็ได้นะคะ

  7. ทำท่าปั่นจักรยาน
  8. จับเจ้าตัวเล็กทำท่าปั่นจักรยาน เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้ขยับและเคลื่อนไหวให้ขับถ่ายได้คล่องขึ้น หรือถ้าลูกคลานแล้ว การพยายามกระตุ้นให้ลูกได้คลานบ่อยๆ ก็สามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้เหมือนกัน2

    ลูกท้องผูก-นวดท้อง
  9. นวดท้อง
  10. โดยจับเด็กนอนหงาย แล้วเอามือวางบนสะดือ ก่อนเคลื่อนมือตามเข็มนาฬิกาเป็นวงกลมเบาๆ ท่านวดนี้จะกระตุ้นให้เด็กถ่ายง่ายขึ้น

  11. อาบน้ำอุ่น
  12. การอาบน้ำอุ่นจะเป็นการผ่อนคลายร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนเลือด แถมยังมีผลช่วยในด้านการขับถ่ายอีกด้วย1 โดยอาจใช้การอาบน้ำอุ่นนี้ร่วมกับการนวดท้องก็ได้นะคะ

  13. สวนก้น
  14. สำหรับทารกตัวน้อย คุณแม่อาจใช้ที่วัดอุณหภูมิ นำไปทาวาสลีนให้ทั่วแล้วสวนเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหวก็ได้3

ลูกท้องผูก-แม่เล่นกับลูก

อาการลูกท้องผูกนั้นหาสาเหตุง่ายและรักษาได้ด้วยตัวเอง ขอแค่เราช่างสังเกตสักนิด ก็ไม่ต้องมัวแต่กังวลหรือต้องขนกันไปหาหมอที่โรงพยาบาล สามารถดูแลลูกรักให้สบายตัว ไม่งอแงให้ปวดหัวอีกต่อไปค่ะ

 

อ้างอิงจาก

  1. Constipation in babies, Pregnancy, Birth & Baby, Aug 2018, https://www.pregnancybirthbaby.org.au/constipation-in-babies
  2. Constipation in babies, BabyCenter, Apr 2016, https://www.babycenter.com/0_constipation-in-babies_79.bc
  3. 10 Ways to Relieve Baby’s Constipation, Mom365, https://www.mom365.com/baby/baby-health/10-ways-to-relieve-babys-constipation
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending