LOADING

Type to search

รักลูกให้ถูกทาง ถอยให้ห่างความเป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์

Share
คลิกเพื่อแชร์

ลูกใครใครก็รัก! จึงเป็นเรื่องปกติหากคุณพ่อคุณแม่อยากเลี้ยงลูกแบบคอยดูแลเอาใจใส่และไม่อยากให้ลูกต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆ แต่ถ้าเริ่มตั้งใจปฏิบัติการปกป้องลูกแบบทุกฝีก้าวเพื่อไม่ให้เจอความผิดหวังอะไรเลยในชีวิต แถมปูทางให้ลูกเดินไปตามเส้นที่คุณหวังไว้ให้ได้แบบทุกกระเบียดนิ้วแล้วล่ะก็ คุณอาจเป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์โดยไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ

พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์คืออะไร?

“พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์” เป็นคำเปรียบเทียบการเลี้ยงลูกที่จับตามองเด็กทุกฝีก้าว เหมือนพ่อแม่เป็นหน่วยลาดตระเวนที่คอยบินอยู่เหนือลูก และปัดป้องสิ่งไม่ดีที่อาจมากระทบลูก ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวัง หรือความล้มเหลว รวมไปถึงยังกำหนดเส้นทางทุกอย่างในชีวิตลูก เพราะมั่นใจว่าตนรักและหวังดีกับลูกที่สุด

เหตุผลอะไรที่ทำให้พ่อแม่หยิบใบพัดมาใส่?

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ แต่สาเหตุที่ทำให้พ่อแม่กลายมาเป็นชาวเฮลิคอปเตอร์บินหวือๆ พร้อมโฉบลงมาช่วยลูกทุกเมื่อ ก็มีมากมายและยังเข้าใจได้ทุกข้ออีกด้วยนะคะ

  • รักและห่วงใย เป็นเหตุผลสามัญของคนเป็นพ่อแม่เลยค่ะ แต่การรักลูกก็ต้องรักให้ถูกทาง เพราะคุณไม่สามารถคอยปกป้องลูกได้ตลอดชีวิตของเค้าหรอกใช่ไหมล่ะ
  • โลกช่างโหดร้าย การรับข่าวเยอะๆ ในยุคที่มีสื่อมากมาย ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างเต็มไปด้วยอันตรายและสิ่งน่ากลัว จนไม่อยากปล่อยให้ลูกต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้
  • สังคมเต็มไปด้วยการแข่งขัน พ่อแม่อยากให้ลูกมีโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อไปแข่งขันกับคนอื่น โดยเฉพาะในเรื่องเรียนและเรื่องงาน จึงคอยจ้ำจี้จำไชให้ลูกเดินไปในทางที่ตนเองมั่นใจว่าจะต้องเจอกับชัยชนะ
  • ชดเชยในสิ่งที่เคยขาด1 พ่อแม่บางคนเติบโตมาโดยรู้สึกว่าไม่ได้รับความรัก ความสนใจ หรือถูกทอดทิ้ง จนมุ่งมั่นว่าจะเลี้ยงลูกอย่างเอาใจใส่และประคบประหงมอย่างที่สุด
  • เพราะพ่อแม่คนอื่น ผู้ปกครองมักเปรียบเทียบการเลี้ยงลูกกับคู่อื่นๆ และมักรู้สึกผิดว่าตัวเองอาจใส่ใจลูกไม่พอ

 คุณอาจเป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ถ้าคุณ…

  • จัดตารางกิจกรรมในแต่ละวันให้ลูกแบบเป๊ะๆ และรู้ว่าการบ้านวิชาไหนต้องส่งเมื่อไหร่
  • เลือกวิชาเรียน กิจกรรมยามว่าง รวมถึงกลุ่มเพื่อนให้ลูก
  • พูดแทนหรือออกตัวแทนลูกในแทบจะทุกเรื่อง
  • เสนอตัวช่วยลูกในทุกอย่าง ถึงแม้ลูกจะไม่ได้ร้องขอ หรือทำด้วยตนเองได้
  • หาทางแก้ปัญหาให้ลูก เช่น ทำการบ้านแทนลูก หากลูกทะเลาะกับเพื่อนก็อาสาไปเจรจาให้
  • ปกป้องลูกจากผลการกระทำของเค้าเอง เช่น อนุญาตให้ลูกหยุดเรียนเพราะวันนั้นทำการบ้านส่งไม่ทัน2
  • เข้าข้างลูกทุกเรื่องโดยไม่รับฟังเหตุผลคนอื่น เช่น ไปต่อว่าอาจารย์ที่กดเกรดลูก1
  • ให้ลูกเป็น “ข้อยกเว้น” เสมอ อย่างการขออนุญาตโรงเรียนให้ลูกได้รับสิทธิพิเศษ หรือต่อรองหากลูกจะได้รับการลงโทษ
  • ปิดกั้นลูกจากเรื่องไม่ดี เช่น ข่าวการสูญเสีย หนังที่มีฉากทางอารมณ์ซับซ้อน (แต่ไม่เกินวัยของเด็ก)
  • ไม่ยอมให้ลูกไปไหนมาไหนคนเดียว3 ถึงแม้จะอยู่ในวัยที่ดูแลตัวเองได้แล้ว เช่น ไม่ยอมให้ลูกมัธยมต้นขี่จักรยานเล่นในหมู่บ้าน ไม่ยอมให้ลูกมหาวิทยาลัยนั่งรถไปเรียนเอง
  • ไม่ให้ลูกช่วยงานบ้านหรืองานครัว3 เพราะเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของเด็ก รวมถึงกลัวอันตรายจากมีดและสารเคมีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ปล่อยมือยังไงดี?

การเลี้ยงลูกแบบขีดเส้นให้เค้าเดิน พร้อมปกป้องจากสิ่งไม่ดีต่างๆ อาจทำให้คุณป้องกันเรื่องสะเทือนใจและความผิดหวังในวัยเด็ก แต่จะทำให้ลูกโตไปโดยไม่มีภูมิคุ้มกันใดๆ เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ จัดการเวลาไม่เป็น เมื่อพบความกดดันก็เกิดภาวะวิตกกังวล2 หรือเมื่อเจอความผิดหวังก็อาจจะล้มจนลุกขึ้นมาไม่ได้ รวมถึงอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวด้วย

เปลี่ยนตัวเองจากพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ ไปเป็นพ่อแม่ที่เอาใจใส่อย่างมีเหตุมีผล ด้วยวิธีง่ายๆ จากเรา

1. เปลี่ยนจาก “บินว่อนเบื้องบน” ไปเป็น “คอยดูแลเบื้องหลัง”

ทำความเข้าใจว่าสิ่งไม่ดีต่างๆ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พ่อแม่ไม่สามารถคอยปัดป้องความผิดหวังราวตัวเองโกลประตูให้ลูกได้ตลอดชีวิต แต่ควรเป็น “โค้ช” เพื่อแนะแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมให้แก่ลูกจะดีกว่า

2. เลิกทำทุกอย่างแทนให้

หยุดนิสัยการตัดสินใจหรือพูดแทนลูก เพื่อทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจ1 กล้าตัดสินใจ เพียงย้ำกับลูกว่าหากลูกมีเรื่องใดที่เหนือบ่ากว่าแรงหรือต้องการคำแนะนำ ก็ให้เข้ามาปรึกษาเรา

3. สอนให้เข้าใจผลของการกระทำ

ให้ลูกเข้าใจกลไกของสังคม ว่าทุกการกระทำมีผลลัพธ์ โดยพ่อแม่มีหน้าที่คอยแนะนำและตักเตือนหากลูกกำลังเดินไปในทางที่ผิด และหากลูกทำผิด ก็ต้องปล่อยให้ลูกได้รับผลการกระทำนั้นด้วยตนเอง เช่น หากทำการบ้านส่งไม่ทันก็ควรได้รับการลงโทษ เพื่อจะได้เรียนรู้ และพัฒนาปรับปรุงตัวต่อไป

4. สนับสนุนให้ลูกแก้ปัญหาและข้ามอุปสรรคไปด้วยตัวเอง

ตั้งใจรับฟังสิ่งที่ลูกเล่า อย่าตัดสินใจหรือแก้ปัญหาแทนลูก เพื่อช่วยให้เด็กได้ฝึกการใช้เหตุผล ได้ตัดสินใจ และรับมือปัญหาด้วยตัวเอง

5. หยุดให้อภิสิทธิ์แก่ลูก

เลิกใช้อำนาจกับคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ เช่น คุยกับครูฝึกเพื่อให้ลูกได้เข้าทีม ต่อรองบทลงโทษกับโรงเรียนเมื่อลูกทำผิด ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือกฎเกณฑ์และหลงมั่นใจในความสามารถของตน

6. ไม่บังคับให้ลูกเป็นอย่างที่พ่อแม่ต้องการ

พ่อแม่ไม่สามารถกะเกณฑ์ลูกได้ทุกอย่าง บางทีทัศนคตดิ ความชอบ รสนิยมของลูกอาจเป็นสิ่งที่ติดตัวเค้ามาตลอดก็ได้ จึงไม่ควรบังคับให้ลูกชอบในสิ่งที่ตนชอบ หรือให้ถนัดในเรื่องที่พ่อแม่เห็นว่ามีอนาคต

7. สอนให้ลูกมีทักษะการใช้ชีวิต

ให้ลูกช่วยงานเล็กน้อยในบ้านและให้รับผิดชอบตัวเอง อย่างการเก็บของเล่นของตน เตรียมชุดนักเรียน ขัดรองเท้า เป็นต้น เพื่อที่ลูกจะได้พึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

    1. ให้อิสระลูก

สร้างบรรยากาศเปิดกว้างทางความคิดและแชร์ความรู้สึก และให้อิสระในระดับที่เหมาะสมกับวัยของลูก

ถึงการเลี้ยงลูกของพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์จะช่วยให้ลูกรอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆ ในวัยเด็ก แต่อาจทำให้ลูกไม่มีพัฒนาการทางด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการรับมือกับชีวิตต่อไป ดังนั้นพ่อแม่จึงควรปล่อยมือบ้าง ให้ลูกได้ลองผิดลองถูกและเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อจะได้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งเข้าใจชีวิต เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริง และก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพนั่นเอง

อ้างอิงจาก

  1. Rebecca Malachi, 8 Warning Signs Of Helicopter Parenting And 5 Adverse Effects On Your Child, Momjunction, 31 May 2017, http://www.momjunction.com/articles/whether-or-not-you-are-a-helicopter-parent_00373676/
  2. Joel L. Young M.D., The Effects of ‘Helicopter Parenting,’ Psychology Today, 25 Jan 2017, https://www.psychologytoday.com/blog/when-your-adult-child-breaks-your-heart/201701/the-effects-helicopter-parenting
  3. Involved Parent Vs. Helicopter Parent, shmoop, https://www.shmoop.com/teachers/parents/parents-and-children/helicopter-parent.html
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending