LOADING

Type to search

ท้องแล้วน้ำหนักควรขึ้นเท่าไร? หาคำตอบเรื่องน้ำหนักคนท้องที่เหมาะสม

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

สาวๆ กับเรื่องน้ำหนักเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่ตัดกันไม่ขาดสักที ยิ่งตั้งครรภ์ด้วยแล้ว ยิ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่ว่าน้ำหนักควรขึ้นแค่ไหน มากไปก็กลัวอ้วน น้อยไปก็กลัวลูกไม่โต…วันนี้เราเลยชวนมาหาคำตอบว่าน้ำหนักคนท้องที่เหมาะสมคือเท่าไรกันแน่

รู้จักตัวเองเป็นอย่างแรก!

ก่อนที่จะดูเกณฑ์น้ำหนักขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เราจะต้องคำนวณหาดัชนีมวลร่างกาย (Body Mass Index – BMI) ของตัวคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อสรุปว่าคุณแม่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ไหน โดยคำนวณด้วยการเอาน้ำหนักตัวมาหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง

BMI = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม ÷ (ส่วนสูงเป็นเมตร x ส่วนสูงเป็นเมตร)

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วจึงนำมาเปรียบเทียบกับตารางค่าดัชนีมวลร่างกายด้านล่าง1

ค่า BMI ที่คำนวณได้ภาวะน้ำหนักตัว
ต่ำกว่า 18.5น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ผอม)
18.5 – 22.9ปกติ
23.0 – 24.9น้ำหนักเกิน
25.0 – 29.9โรคอ้วน
30 ขึ้นไปโรคอ้วนอันตราย

ตัวอย่างการคำนวณ: หญิงน้ำหนัก 50 กก. และสูง 160 ซม.
BMI = 50 ÷ (1.6 x 1.6)
จะได้ค่า BMI เป็น 19.5 ซึ่งหมายความว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ สมส่วนดี

น้ำหนักแม่ท้อง-ตาชั่ง

น้ำหนักคนท้องที่เหมาะสม ตั้งครรภ์แล้วควรขึ้นกี่กิโล?

ในการตั้งครรภ์เดี่ยวที่ไม่มีอาการแทรกซ้อนใด คุณแม่ควรมีน้ำหนักขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ประมาณ 10 – 14 กิโลกรัม โดยในทั้งไตรมาสแรกควรเพิ่มรวมได้ประมาณ 1 – 2 กก. และจากเดือนที่สี่เป็นต้นไป ควรเพิ่มประมาณเดือนละ 1.5 – 2 กก.2 อย่างไรก็ดี อัตราน้ำหนักขึ้นของคุณแม่แต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป จึงได้มีการนำเกณฑ์ BMI ก่อนท้องของคุณแม่มาใช้ และได้ค่าเฉลี่ยดังนี้ค่ะ3

น้ำหนักแม่ท้อง-ขึ้นเท่าไหร่ดี

อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆ ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมายซึ่งมีผลต่อน้ำหนักของคุณแม่ ดังนั้นหากมีความกังวลใจ ก็ควรเข้าปรึกษาและหาวิธีแก้ไขกับแพทย์โดยตรงนะคะ

น้ำหนักแม่ท้อง-คนท้องถือตาชั่ง

คุณแม่บางคนอาจสงสัยเหมือนเรา ว่าเอ๊ะ! แต่ลูกเราคลอดออกมาน้ำหนักแค่ 3 – 4 กิโลกรัมเอง ทำไมน้ำหนักเราขึ้นเยอะขนาดนี้? จึงตอบได้ว่าโดยหลักๆ แล้ว น้ำหนักคนท้องที่ขึ้นระหว่างตั้งครรภ์จะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้4

  • น้ำหนักตัวเด็ก ประมาณ 3 – 4 กก.
  • น้ำหนักรกและมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น ประมาณ 2 กก.
  • น้ำคร่ำและของเหลวอื่นๆ ประมาณ 7 – 3.6 กก.
  • หลอดเลือดที่ขยายตัวและส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ประมาณ 1.5 กก. (คุณแม่ถึงต้องการธาตุเหล็กเพิ่มเป็นพิเศษไงล่ะ)
  • หน้าอกแม่ที่ขยายใหญ่ขึ้น และเตรียมน้ำนมสำหรับทารกประมาณ 1 กก.
  • ร่างกายของคุณแม่ ที่สะสมไขมันเพิ่มเพื่อใช้เป็นพลังงานในการตั้งครรภ์และผลิตน้ำนม ประมาณ 4 กก.
น้ำหนักแม่ท้อง-จับท้อง

3 ข้อปฏิบัติขั้นเบสิคเพื่อการตั้งครรภ์สุขภาพดี

น้ำหนักฉันไม่ขึ้นเลย ลูกจะโตมั้ยนะ? ท้องแล้วฉันอ้วนขึ้นมาก แบบนี้จะลดน้ำหนักหลังคลอดได้ไหม?

น้ำหนักของคุณแม่ที่ขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ มีผลโดยตรงต่อน้ำหนักทารกแรกคลอด ระยะเวลาการตั้งครรภ์ ไปจนถึงสุขภาพของแม่และลูก เพราะหากคุณแม่น้ำหนักเพิ่มน้อยเกินไป อาจส่งผลให้เด็กมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยหรือไม่ค่อยแข็งแรง แต่ถ้าคนท้องน้ำหนักขึ้นเยอะเกินไป ก็อาจทำให้ทารกตัวใหญ่และเสี่ยงต่อการต้องผ่าคลอด3

น้ำหนักแม่ท้อง-ออกกำลังกาย

แต่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไปค่ะ เพราะนอกจากการตรวจตราอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอแล้ว คุณแม่ยังสามารถดูแลตัวเองให้น้ำหนักขึ้นตามความเหมาะสมได้ ด้วยวิธีที่ง่ายและเบสิคสุดๆ เพียง 3 ข้อเท่านั้น

  1. ทานอาหารที่มีประโยชน์
  2. อาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปจะถูกนำไปใช้ในการสร้างอวัยวะและระบบต่างๆ ของทารกในครรภ์ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าคุณแม่จะต้องทานทุกอย่างให้เยอะเข้าไว้นะคะ

    นั่นหมายความว่าคุณแม่ควรใช้หลักความคิด “เลือกแคลอรี่ที่มีคุณค่า” คือให้แต่ละแคลอรี่ที่เข้ามาในร่างกายเป็นของที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน โดยเพิ่มจำนวนแคลอรี่ต่อวันขึ้นประมาณ 340 กิโลแคลอรี่ในช่วงไตรมาสที่ 2 (และ 450 กิโลแคลอรี่ในช่วงไตรมาสที่ 3)5 อีกทั้งเพิ่มปริมาณสารอาหารและแร่ธาตุบางชนิดที่จำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์ เช่น แคลเซียม เหล็ก กรดโฟลิก วิตามินซี ฯลฯ รวมถึงลดการทาน “แคลอรี่ที่ไม่มีประโยชน์” อย่างอาหารจานด่วนหรืออาหารสำเร็จรูป

    น้ำหนักแม่ท้อง-อาหาร
  3. ดื่มน้ำมากๆ
  4. น้ำมีส่วนในการสร้างน้ำคร่ำระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยลดอาการท้องผูกและตัวบวมอีกด้วย โดยคุณแม่ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์2

    วิธีสังเกตว่าเราดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่ ให้ลองเช็คตอนที่ปัสสาวะค่ะ ถ้าปัสสาวะใส ไม่ขุ่นหรือมีสีเหลืองเข้ม ก็หมายความว่าคุณแม่ได้รับของเหลวอย่างเพียงพอแล้ว5

    น้ำหนักแม่ท้อง-น้ำดื่ม
  5. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  6. หากการตั้งครรภ์ไม่มีอาการแทรกซ้อน คุณแม่สามารถออกกำลังกายแบบเบาๆ อย่างการเดิน โยคะ หรือว่ายน้ำได้ตามปกติ ซึ่งการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนท้องถือว่ามีประโยชน์มหาศาล เพราะนอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักตอนท้องแล้ว ยังลดปัญหาผิวเปลือกส้มหรือแตกลาย ลดอาการเจ็บปวดตามข้อต่อ5 ทำให้คุณแม่แข็งแรงพร้อมสำหรับการคลอดที่ต้องอาศัยพละกำลังมหาศาล แถมช่วยให้ฟื้นตัวเร็วอีกด้วย

    น้ำหนักแม่ท้อง-ออกกำลังกาย

การฟูมฟักให้ลูกน้อยเจริญเติบโตในครรภ์ถือเป็นหนึ่งในมหัศจรรย์ของชีวิต คุณแม่จึงควรเอาใจใส่ดูแลเรื่องน้ำหนักของตนให้ค่อยๆ ขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเพิ่มน้ำหนักด้วยอาหารที่มีคุณภาพ แต่ก็ไม่ควรซีเรียสมากถึงขั้นชั่งน้ำหนักกันทุกวันนะคะ เพราะเมื่อเจ้าตัวน้อยคลอดออกมาแล้ว น้ำหนักของคุณแม่ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเองตามธรรมชาติ โดยจะลดลงได้ถึงวันละ 500 กิโลแคลอรี่เมื่อให้นมลูกเชียวนะ

อ้างอิงจาก

  1. หุ่นดี สุขภาพดี ง่ายๆ แค่ใช้ 4 พฤติกรรม, สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, ม.ค. 2018, http://nutrition.anamai.moph.go.th/images/files/HLworkingage.pdf
  2. การปฏิบัติตัวของคุณแม่มือใหม่ และโภชนาการที่ดีระหว่างตั้งครรภ์, โรงพยาบาลพญาไท, 1 เม.ย. 2017, https://www.phyathai.com/article_detail/2031/th/การปฏิบัติตัวของคุณแม่มือใหม่_และโภชนาการที่ดีระหว่างตั้งครรภ์
  3. นพ. เศรษฐวัฒก์ เศรษฐเสถียร และ รศ. พญ. สายพิณ พงษธา, Nutrition in pregnancy, ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 15 ต.ค. 2012, http://www.medicine.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/php?option=com_content&view=article&id=787:nutrition-in-pregnancy&catid=45&Itemid=561
  4. Bonnie Rochman, 8 things nutritionists wish you’d do during pregnancy, BabyCenter, Oct 2016, https://www.babycenter.com/pregnancy-food-diary
  5. Kate Rope, 10 ways to avoid gaining too much pregnancy weight, BabyCenter, Oct 2016, https://www.babycenter.com/0_10-ways-to-avoid-gaining-too-much-pregnancy-weight_10396224.bc
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending