LOADING

Type to search

10 เทคนิคทำให้เด็กดื้อยอมเชื่อและฟัง ไม่ต้องสั่งซ้ำสอง!

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

คุณพ่อคุณแม่หลายคนน่าจะเคยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ที่ต้องพูดอะไรซ้ำๆ เวลาคอยบอกหรือสั่งให้ลูกทำอะไรใช่ไหมล่ะคะ มาลดอารมณ์หงุดหงิดแถมไม่ต้องเสียเวลาจ้ำจี้จำไช ด้วยเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเด็กดื้อและลูกไม่ยอมฟังกันดีกว่า

10 เทคนิคทำให้เด็กดื้อยอมเชื่อและฟัง

  1. เข้าใจลูก
  2. หนูก็มีธุระเหมือนกันนะ! มีสิ่งเร้ามากมายในสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดเด็กๆ ให้หันไปสนใจ อีกทั้งการที่เด็กมักโฟกัสได้แค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า อาจทำให้ลูกไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำสั่งของเรา1 นอกจากนี้ เด็กยังมีลำดับความสำคัญที่ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงต้องเข้าใจธรรมชาตินี้ด้วย ว่าลูกจะไม่สามารถคิดเองได้ว่าทำไมเค้าถึงต้องลุกไปทำสิ่งที่พ่อแม่สั่งในนาทีนี้ หรือว่าทำไมตัวเองต้องรีบไปเตรียมตัวนอนทั้งที่ยังเล่นสนุกอยู่

    เด็กดื้อ-ตะคอกลูก
  3. ไม่ตะโกนสั่งจากไกลๆ
  4. ลองเปลี่ยนการร้องสั่งให้ลูกทำอะไรสักอย่างจากอีกมุมห้อง เป็นการเดินไปหาลูกแล้วพูดกับเค้าแบบตัวต่อตัว โดยคุกเข่าลงไปในระดับเดียวกับเด็ก เรียกชื่อ สบตา แล้วจึงพูดกับลูก2

    การกระทำแบบนี้จะช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องหงุดหงิดว่าต้องพูดซ้ำๆ (เพราะในขณะที่ร้องสั่งรอบที่สาม ลูกอาจจะกำลังเล่นอยู่อีกห้องและไม่ได้ยินเสียงเราเลยก็ได้)นอกจากนี้ หากลูกกำลังงอแงหรือร้องไห้ไม่พอใจ ก็ควรให้ลูกสงบสติอารมณ์ก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มคุยด้วย เพราะในตอนนั้นเด็กกำลังแสดงอารมณ์และไม่มีสมาธิที่จะฟังอะไรทั้งสิ้น

  5. ใช้คำที่ง่ายและกระชับ
  6. อย่าใช้คำที่ยากเกินกว่าวัยของเด็ก รวมทั้งพยายามออกคำสั่งให้สั้นและกระชับที่สุด ไม่ควรบ่นหรือสาธยายยืดยาว เพราะจะทำให้ทั้งคุณและลูกเสียสมาธิจนโฟกัสไม่ถูกว่าต้องทำอะไรกันแน่

    เด็กดื้อ-ลูกไม่ฟัง
  7. บอกเหตุผล
  8. ลดแรงต่อต้านจากลูก พร้อมสอนให้เด็กมีนิสัยเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) และการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ด้วยการอธิบายเหตุผลเบื้องหลังคำสั่งของคุณ1อย่างการบอกว่าลูกควรเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันของหาย หรือลูกควรแปรงฟันก่อนเข้านอนเพราะฟันจะได้ไม่ผุซึ่งจะทำให้ลูกปวดมาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการตอบว่า “เพราะแม่สั่งไง” หรือ “ทำตามที่บอกก็พอแล้ว”

  9. คำสั่ง -> คำเสนอแนะ
  10. เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่มีใครชอบการถูกสั่ง ดังนั้น เทคนิคในการดึงดูดให้ลูกเชื่อฟังก็คือการลดความรู้สึกว่าเค้ากำลังถูกสั่งให้น้อยลง ด้วยการใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น ไม่กระโชกโฮกฮากเกินไป และพยายามเสนอตัวเลือกเพื่อให้เด็กรู้สึกว่าตนเองยังมีอำนาจในทางใดทางหนึ่ง เช่น หนูอยากทำการบ้านวิชาเลขหรือภาษาอังกฤษก่อน นอกจากนี้ การสื่อสารที่เน้นสิ่งที่ “ควรทำ” แทนสิ่งที่ “ห้ามทำ” ก็มักจะได้ผลตอบรับในทางบวกมากกว่า3

    เด็กดื้อ-พ่อสอนลูก
  11. อย่าพูดซ้ำๆ จนติดเป็นนิสัย
  12. อย่าเคยชินกับการพูดไปเรื่อยๆ จนกว่าลูกจะยอมทำ เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจว่ายังไม่ต้องทำตามคำสั่งตั้งแต่ครั้งแรกก็ได้1

    พ่อแม่อาจตั้งการทำโทษเมื่อต้องสั่งเป็นครั้งที่สองหรือสามเป็นต้นไป แต่อย่าลืมว่าบทลงโทษต้องผ่านการตกลงกับลูกและมีความยุติธรรม เช่น ไม่นับการตะโกนสั่งมาจากชั้นบนซึ่งลูกไม่ได้ยิน เป็นต้น

  13. ใจเย็นเข้าไว้
  14. เพราะเด็กกำลังเรียนรู้และทดสอบขอบเขตบางอย่าง นี่จึงเป็นธรรมชาติของเค้า ไม่ใช่เพราะพ่อแม่เลี้ยงไม่ดีหรือเด็กดื้ออยากท้าทาย เพราะฉะนั้น เราจึงควรรับมือด้วยความเข้าใจ พยายามทำใจให้เย็นและแสดงออกด้วยกิริยาที่สงบ เพราะยิ่งพ่อแม่วีนเหวี่ยงหรือใช้อารมณ์เท่าไหร่ เด็กก็จะยิ่งรู้สึกต่อต้านและสู้กลับมากขึ้นเท่านั้น2 ทีนี้นอกจากลูกจะไม่ฟัง ไม่ทำตามแล้ว ยังจะเกิดเป็นสงครามอารมณ์ที่ไม่จบง่ายๆ แน่

    เด็กดื้อ-เด็กกอดอก
  15. สร้างกิจวัตร
  16. การสร้างกิจวัตรจะช่วยลดปัญหาลูกดื้อไม่เชื่อฟังได้ในระยะยาว เพราะหากลูกทำอะไรได้เป็นนิสัย พ่อแม่ก็จะไม่ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชจนทำให้ลูกฝังใจว่าคำพูดจากปากเราจะต้องเป็นเสียงสั่งหรือบ่นเท่านั้น และทำให้เสียความน่าเชื่อถือหรือน่าฟังตลอดไป

    ลองใช้การเขียน ท่องจำ หรือแต่งเป็นเพลง เพื่อช่วยให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเป็นนิสัย อาทิ ก่อนนอน = เก็บของเล่น-ล้างหน้า-แปรงฟัน-แล้วฝันดี, ก่อนไปโรงเรียน = ทานข้าว-เตรียมกระเป๋า-ผูกเชือกรองเท้า เป็นต้น

  17. ให้ผลตอบรับทั้งสองทาง
  18. ยอมให้ลูกได้รับผลลัพธ์ของการไม่เชื่อฟัง หรือลงโทษลูกอย่างเหมาะสม (เช่น อดไปห้างเพราะมัวแต่นอนตื่นสาย โดนยึดแท็บเล็ตหลังจากถูกเตือนหลายทีว่าไม่ให้ทานไปเล่นไป) และต้องไม่ลืมที่จะให้ผลตอบรับในทางบวก ด้วยการชื่นชมอย่างพอดีและจริงใจ บอกขอบคุณ หรือให้รางวัลตามสัญญาเมื่อลูกทำตามที่สั่ง

    คุณพ่อคุณแม่ต้องจับมือตกลงกับอีกฝ่ายในการรับมือกับปัญหาลูกดื้อไม่เชื่อฟังหรือในการลงโทษลูก ให้การตั้งกฎและเทคนิคต่างๆ ไปในทางเดียวกันเพื่อเด็กจะมีหลักปฏิบัติที่ชัดเจนและไม่สับสน

    เด็กดื้อ-ยิ้มกับแม่
  19. อยากให้ลูกฟัง ก็ต้องฟังลูกด้วย
  20. ปลูกฝังให้ลูกรู้จักการสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพ ทำให้ลูกรู้สึกว่าคุณก็ฟังเค้าเหมือนกัน (ไม่ใช่ว่าเด็กต้องฟังเราอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งเด็กจะรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม) ด้วยการตั้งใจฟังเวลาลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียนหรือสิ่งที่ทำสำเร็จในวันนั้น อดทนฟังแม้ลูกจะพูดตะกุกตะกักหรือย้อนซ้ำไปมา เพราะนี่คือสิ่งที่เด็กรู้สึกว่ามีความสำคัญกับเค้ามาก แถมนี่ยังเป็นการสร้างนิสัยให้เด็กกล้ามาคุยหรือปรึกษาพ่อแม่ในทุกเรื่องในเวลาต่อไปด้วย

    อย่าลืมพยายามวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ งานบ้าน หรือหน้าจอมือถือ ก่อนตั้งใจฟังเด็กพูด สบตา แล้วโต้ตอบ เพื่อเป็นตัวอย่างของการมีบทสนทนาที่ดีซึ่งลูกจะสามารถนำไปใช้ในอนาคตได้3

อ้างอิงจาก

  1. Erica Reischer Ph.D., How to Get Your Kids to Listen the First Time, Psychology Today, 17 Nov 2014, https://www.psychologytoday.com/us/blog/what-great-parents-do/201411/how-get-your-kids-listen-the-first-time
  2. How to Get Your Child to LISTEN!, Aha! Parenting, http://www.ahaparenting.com/parenting-tools/communication/How-get-kid-listen
  3. Rachel Wise, 17 Ways to Get Your Kids to Listen to You and Show You Respect, Educationandbehavior.com, 28 Dec 2016, http://www.educationandbehavior.com/how-to-get-your-kids-to-listen-to-you-and-show-you-respect/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending