LOADING

Type to search

ยิ่งขยับ ยิ่งฉลาด! ชวนเด็กออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มพลังสมอง!

Share
คลิกเพื่อแชร์

เด็กสมัยนี้กิจกรรมแยะ! ทั้งต้องตั้งใจเรียนให้ผลการเรียนในห้องออกมาดี ไปเรียนพิเศษเสริมนอกเวลา เรียนภาษาที่สามที่สี่เพิ่ม เข้าคลาสศิลปะ หัดเล่นเครื่องดนตรี…

เมื่อลูกมีอะไรให้ทำเยอะขนาดนี้ อาจทำให้พ่อแม่หลงลืมอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญมากอย่างการให้เด็กออกกำลังกาย กิจกรรมที่มีผลการวิจัยออกมายืนยันมากมายว่าไม่ได้มีประโยชน์แค่ต่อร่างกายเด็ก แต่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ส่งผลให้เด็กหัวดีและเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เด็กออกกำลังกาย = สมองดี

เวนดี้ ซูซูกิ ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้ศึกษาผลของการออกกำลังกายต่อการทำงานของสมอง โดยสรุปได้ในสองระดับว่า

  • ออกฤทธิ์ทันที! การออกกำลังกายให้ผลลัพธ์ทันทีต่ออารมณ์ เพราะไปเพิ่มสารสื่อประสาทอย่างโดพามีน เซราโทนิน และนอร์อะดรีนาลีน ส่งผลให้รู้สึกอารมณ์ดี มีเรี่ยวแรง และมีปฎิกิริยาตอบสนองฉับไว โดยผลนี้จะอยู่ในร่างกายหลังออกกำลังอย่างน้อย 2 ชั่วโมง1

    ผลการทดลองนี้ยังไปสอดคล้องกับโปรแกรมพลศึกษาของโรงเรียน Naperville Central High School ในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งให้เด็กเข้าเรียนพลศึกษา (ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นการใช้เครื่องออกกำลังกายเหมือนในฟิตเนส) ก่อนเข้าคลาสที่ตัวเองเรียนอ่อน และพบว่าเด็กมีผลการเรียนดีขึ้นเนื่องจากสามารถโฟกัสกับบทเรียนได้ดีกว่า (หรือจะเรียกว่า “สมองพร้อมใช้งาน” ก็ได้)2
  • ผลในระยะยาว: การออกกำลังกายเป็นประจำ จะส่งผลให้เกิดการสร้างเซลล์สมองใหม่ โดยเฉพาะในส่วน Prefrontal Cortex (สมองส่วนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการตัดสินใจ การมุ่งความสนใจและมีสมาธิ) และส่วน Hippocampus (มีบทบาทเรื่องการสร้างความทรงจำระยะสั้นและระยะยาว)3 ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากสมองสามารถโฟกัสและเก็บข้อมูลได้ดีขึ้น1 เหมือนที่จอห์น เร็ตตี้ ศาสตราจารย์จากสถาบันแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เปรียบเทียบการออกกำลังกายว่าเป็น “ปุ๋ย” สำหรับสมองนั่นเอง2

นอกจากช่วยให้การทำงานของสมองเด็กดีขึ้น การออกกำลังกายยังมีประโยชน์ที่เราอาจนึกไม่ถึงอีกมากมาก อาทิ

เด็กออกกำลังกาย = สุขภาพดีทั้งกายและใจ

การออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง โดยจะไปเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูก ทำให้กระดูกไม่เปราะหักง่าย4 แถมเมื่อออกกำลังที่เน้นการยืดตัว เช่น โหนบาร์ กระโดดเชือก ว่ายน้ำ โยคะ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือแบดมินตัน ก็จะเป็นการออกกำลังกายเพิ่มความสูงเด็ก ช่วยให้เด็กในวัยกำลังโตสูงขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเซราโทนินและเบต้าเอนโดฟินซึ่งมีฤทธิ์คล้ายสารเสพติด เราจึงรู้สึกมีเรี่ยวแรง กระฉับกระเฉง สมองปลอดโปร่ง และรู้สึกดีกับตัวเอง ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้จะสามารถลดการเกิดภาวะทางจิตใจต่างๆ4 อาทิ โรคเครียด หรือซึมเศร้า

เด็กออกกำลังกาย = ป้องกันโรค

การออกกำลังกายกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ปอด ระบบไหลเวียนเลือด และระบบเผาผลาญ โดยกล้ามเนื้อหัวใจจะแข็งแรงขึ้น ปอดสามารถทำงานเอาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และร่างกายนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เพื่อสร้างพลังงาน จึงทำให้ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และความดันสูง4

นอกจากนี้ สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อส่วนอื่นในร่างกาย ที่ยิ่งใช้เท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น ดังนั้นการได้บริหารกล้ามเนื้อบ่อยๆ โดยเฉพาะส่วน Prefrontal Cortex และ Hippocampus จึงสามารถช่วยชะลอโอกาสการเกิดภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ได้1

ต้องฟิตแค่ไหนถึงจะได้ผล?

ไลฟ์สไตล์เด็กในยุคปัจจุบันห่างไกลจากการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ค่อยออกไปเล่นกลางแจ้ง การเกาะติดหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงวิชาพลศึกษาที่ในโรงเรียนที่มีเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมทั้งยังมีบางคลาสที่ไม่เอื้อให้เด็กได้ขยับร่างกาย เช่น การเล่นกีฬาแบบทีมที่มีการคัดออก หรือการต้องผลัดใช้อุปกรณ์ที่มีจำกัด

พ่อแม่จึงควรชวนลูก(และตัวเอง!) มาเริ่มขยับร่างกายจากเคล็ดลับท่าออกกำลังกายเด็ก ที่จะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งทางสมอง ทางร่างกาย และทางอารมณ์อย่างเต็มที่

  • เน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคหรือคาร์ดิโอ ซึ่งจะช่วยสร้างโกรทแฟคเตอร์และโปรตีนบางประเภทที่จะไปกระตุ้นการทำงานของสมอง5 ตัวอย่างของการออกกำลังกายประเภทนี้ คือ การเดิน วิ่ง จ็อกกิ้ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ กระโดดเชือก หรือการใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างลู่วิ่งไฟฟ้า หรือเครื่องเดินวงรี (Elliptical) ซึ่งอาจเปิดเพลงออกกำลังกายเด็ก  เพื่อกระตุ้นอารมณ์และเพิ่มความสนุกสนานระหว่างออกกำลังกายด้วยก็ได้เช่นกัน
  • ระยะเวลาออกกำลังกาย: สัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง และครั้งละ 30 นาที1

พ่อแม่ยังสามารถปลูกฝังลูกให้แอคทีฟอยู่เสมอด้วยการชวนทำงานบ้านหรือเดินขึ้นบันได ทำให้การออกกำลังเป็นเรื่องสนุกสำหรับเด็กๆ เพื่อช่วยให้เค้าเติมเต็มศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ด้วยการเริ่มลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่น้อย!

อ้างอิงจาก

  1. The brain-changing benefits of exercise by Wendy Suzuki, TED Talks on Youtube, https://www.youtube.com/watch?v=BHY0FxzoKZE&t=1s
  2. Want Smarter, Healthier Kids? Try Physical Education! by Paul Zientarski | TEDxBend, TEDx Talks on Youtube, https://www.youtube.com/watch?v=V81cO8xyMaI
  3. Hilary Brueck, A neuroscientist is trying to create tailored ‘exercise prescriptions’ for aging to keep the brain sharp, Business Insider, 4 Dec 2017, http://www.businessinsider.com/neuroscientist-wendy-suzuki-exercise-prescription-cell-phone-2017-12
  4. Karin A. Bilich, 10 Benefits of Physical Activity, Parents, https://www.parents.com/fun/sports/exercise/10-benefits-of-physical-activity/
  5. Gretchen Reynolds, Phys Ed: Can Exercise Make Kids Smarter?, The New York Times, 15 Sep 2010, https://well.blogs.nytimes.com/2010/09/15/phys-ed-can-exercise-make-kids-smarter/
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending