LOADING

Type to search

รวมวิธีคุมกำเนิดรูปแบบต่างๆ ทั้งวิธีธรรมชาติ แบบถาวร

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

การคุมกำเนิด นอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไม่ตั้งใจแล้ว ยังเป็นหนึ่งในการวางแผนครอบครัวที่ทำให้สามารถกะเกณฑ์ความพร้อมในการมีบุตร อาทิ ช่วยกำหนดอายุของพ่อแม่ หรือระยะห่างของลูกแต่ละคน โดยในปัจจุบันมีวิธีคุมกำเนิดมากมาย แต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมแตกต่างกันไป วันนี้ My Honey Bun จึงขอชวนหนุ่มสาวมาทำความรู้จักกับหลากหลายวิธีคุมกำเนิดกันค่ะ

ปัจจัยเลือกวิธีคุมกำเนิด

ในปัจจุบัน มีวิธีคุมกำเนิดให้ฝ่ายชายและหญิงเลือกใช้หลายวิธี ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความเหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่ม ในการเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม จึงมีปัจจัยคร่าวๆ ที่ควรคำนึงถึง ดังนี้

  • ความต้องการมีบุตรในอนาคต: หากมั่นใจว่าไม่ต้องการมีบุตรแล้ว ก็สามารถเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบถาวร หรือการทำหมันนั่นเอง
  • ระยะเวลาที่ต้องการคุมกำเนิด: ช่วงระยะเวลาคุมกำเนิดมีตั้งแต่สั้นมากไปจนถึงคุมได้นานเป็นสิบปี บางประเภทก็เลิกใช้แล้วพร้อมมีบุตรได้เลย ในขณะที่บางประเภทต้องเว้นระยะเป็นปีจึงจะสามารเริ่มต้นมีบุตรได้ ฉะนั้นจึงควรเลือกให้เหมาะด้วยการคาดคะเนสถานการณ์ของครอบครัวค่ะ
  • สภาวะทางร่างกาย: วิธีคุมกำเนิดแต่ละประเภทอาจมาพร้อมผลข้างเคียงที่ทำให้ไม่สบายตัวหรือมีอาการแพ้ในบางกรณี จึงควรศึกษาอย่างละเอียดหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
วิธีคุมกำเนิด-คุมกำเนิด

นอกจากนี้ ราคา (บางวิธีเหมาจ่ายทีเดียว บางวิธีต้องซื้อบ่อยๆ) ความแพร่หลาย ความชอบส่วนบุคคล รวมถึงความสามารถในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งในหลายปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาด้วยเช่นกันค่ะ

การคุมกำเนิดมีทั้งหมดกี่วิธี?

ถือเป็นเรื่องโชคดีที่เทคโนโลยีด้านการคุมกำเนิดมีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ทั้งยังใช้กลไกลที่แตกต่างกัน อาทิ คุมกำเนิดด้วยการยับยั้งกระบวนการตกไข่ ป้องกันไม่ให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิ หรือป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนฝังตัวในโพรงมดลูกได้ เป็นต้น1 และแม้ตอนนี้จะมีวิธีคุมกำเนิดมากมายเกินนับไหว แต่ My Honey Bun ขอเลือกวิธีซึ่งเป็นที่นิยมและค่อนข้างแพร่หลายในประเทศไทยมาฝากกันค่ะ

การคุมกำเนิดชั่วคราว

การคุมกำเนิดชั่วคราว: วิธีคุมกำเนิดธรรมชาติ

วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ประกอบไปด้วยหลากหลายวิธี ไล่ตั้งแต่การงดมีเพศสัมพันธ์ไปจนถึงการสวนล้างช่องคลอด หรือให้นมบุตรหลังคลอด แต่วิธีที่นิยมใช้มากที่สุด เห็นจะเป็นการหลั่งอสุจิภายนอกช่องคลอดและการนับระยะปลอดภัยค่ะ

วิธีคุมกำเนิด-ชั่วคราว
  1. การหลั่งอสุจิภายนอกช่องคลอด
    หรือเรียกตามภาษาปากว่า “หลั่งนอก” คือการที่ฝ่ายชายถอนอวัยวะเพศออกจากช่องคลอดก่อนถึงจุดสุดยอด เพื่อให้น้ำอสุจิที่หลั่งออกมาไม่ไปสัมผัสกับช่องคลอดของฝ่ายหญิง
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 78%
    • ข้อดี: ใช้ได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆ
    • ข้อเสีย: มีโอกาสเสี่ยงสูงมาก เพราะในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อาจมีอสุจิออกมาร่วมกับน้ำเมือกของฝ่ายชาย รวมทั้งฝ่ายชายอาจถอนอวัยวะเพศไม่ทัน หรือมีอสุจิหลงเหลือที่บริเวณปากช่องคลอด ทำให้สามารถว่ายเล็ดลอดผ่านเข้าไปในร่างกายผู้หญิงได้
    วิธีคุมกำเนิด-หลั่งนอก

  2. การหาระยะปลอดภัย
    เป็นการใช้หลักความรู้เรื่องการตกไข่มาคะเนช่วงเวลาที่หากมีเพศสัมพันธ์แล้วจะไม่ตั้งครรภ์ อาทิ การนับ “หน้า 7 หลัง 7” (จะมีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำ เมื่อมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 7 วันก่อนประจำเดือนจะมารอบหน้า และ 7 วันหลังจากที่ประจำเดือนมาวันแรก โดยเริ่มนับวันแรกที่ประจำเดือนมา แต่! จะใช้ได้ผลในหญิงที่รอบเดือนมาสม่ำเสมอเท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีการใช้อุปกรณ์หรือแอปตรวจวันไข่ตก การวัดอุณหภูมิร่างกาย สังเกตจากมูกที่ปากมดลูกที่จะมีลักษณะคล้ายไข่ขาวดิบในวันไข่ตก รวมทั้งสังเกตอาการบ่งชี้ว่ากำลังมีไข่ตก ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บหน้าอก ปวดท้อง หรือมีอารมณ์ทางเพศสูง
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 76 – 88%
    • ข้อดี: เป็นวิธีธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียง
    • ข้อเสีย: เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ และต้องใช้การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดในระยะยาว
    วิธีคุมกำเนิด-หาระยะปลอดภัย การคุมกำเนิดชั่วคราว: วิธีคุมกำเนิดด้วยอุปกรณ์ต่างๆ
    วิธีคุมกำเนิดด้วยการใช้อุปกรณ์ จะใช้หลักการง่ายๆ ของการทำตัวเป็น “เกราะ” ป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าสู่ช่องคลอดหรือเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิงได้ ข้อดีของวิธีนี้คือไม่มีผลข้างเคียงที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน


  3. ถุงยางอนามัยชาย
    วิธีคุมกำเนิดคลาสสิกที่นิยมใช้กันมาก และหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 85%
    • ข้อดี: หาซื้อง่าย มีรูปแบบหลากหลายที่ส่งผลต่อคุณภาพในการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้ดีด้วย
    • ข้อเสีย: ค่อนข้างเสี่ยงต่อความผิดพลาด เช่น ถุงยางแตก รั่ว หรือหลุดออกมา และอาจทำให้อารมณ์สะดุดในระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  4. ถุงยางอนามัยสตรี
    ผู้หญิงก็มีถุงยางนะคะ! ถุงยางสตรีจะมีลักษณะและวิธีทำงานคล้ายถุงยางของผู้ชาย โดยจะต้องใส่เข้าไปในช่องคลอดและให้ปลายอีกด้านยื่นออกมา
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 79%
    • ข้อดี: ทำให้ฝ่ายหญิงป้องกันการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง สามารถใส่ไว้ล่วงหน้าก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 8 ชม.2 และช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้
    • ข้อเสีย: หาซื้อยากมาก ใส่ค่อนข้างยาก และอาจมีเสียงขณะมีเพศสัมพันธ์
  5. หมวกครอบปากมดลูก และฝาครอบปากมดลูก
    หมวกครอบปากมดลูก (Cervical Cap) และฝาครอบปากมดลูก (Diaphragm) มีลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน คือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์ โดยจะต้องใส่เข้าไปในช่องคลอดบริเวณปากมดลูก เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิว่ายเข้าโพรงมดลูกไปผสมกับไข่ได้ นอกจากนี้ ตัวผลิตภัณฑ์จะมีการใส่ยาฆ่าอสุจิไว้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอีกทอด1
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 71 – 86% สำหรับหมวกครอบปากมดลูก, และ 88% สำหรับฝาครอบปากมดลูก
    • ข้อดี: ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมน จึงไม่มีผลข้างเคียง
    • ข้อเสีย: หาซื้อค่อนข้างยาก และต้องใส่อย่างถูกวิธี ในบางรายอาจมีอุปกรณ์ติดอยู่ในช่องคลอดหลังใช้
    การคุมกำเนิดชั่วคราว: วิธีคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน
    การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน จะใช้ฮอร์โมนเพศหญิงสังเคราะห์ไปควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพื่อช่วยในการคุมกำเนิด


  6. ยาเม็ดคุมกำเนิด
    วิธีคุมกำเนิดยอดฮิตด้วยการทานยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิง โดยมีทั้งแบบชนิดฮอร์โมนรวม (เอสโตรเจนและโปรเจสโตโรน) และฮอร์โมนเดี่ยว (โปรเจสติน) ซึ่งตัวยาดังกล่าวจะมีผลยับยั้งการตกไข่ ทำให้มูกช่องคลอดข้นขึ้น ป้องกันอสุจิเคลื่อนตัวผ่านปากมดลูก และทำให้ผนังมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัว
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 91%
    • ข้อดี: หาซื้อง่าย เมื่อหยุดใช้ยาจะสามารถตั้งครรภ์ได้ในเวลาไม่นาน1
    • ข้อเสีย: ต้องทานยาตรงเวลาทุกวันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ ยาคุมแบบฮอร์โมนรวมอาจทำให้น้ำนมแม่ออกน้อยลง3 นอกจากนี้ ยังมักมีพร้อมผลข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ อารมณ์แปรปรวน หรือน้ำหนักขึ้น
  7. ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน
    ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสตินในปริมาณสูงที่จะช่วยเลื่อนระยะเวลาการตกไข่ออกไป มักนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ลืมกินยาคุมตามกำหนด ถุงยางรั่ว ฯลฯ โดยต้องทานยาไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด2: 90% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทาน
    • ข้อดี: เป็นตัวช่วยที่ดีในกรณีฉุกเฉิน
    • ข้อเสีย: มักมีผลข้างเคียงเนื่องจากมีปริมาณตัวยาสูง อาทิ รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ คลื่นไส้ มีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย
  8. ยาฉีดคุมกำเนิด
    เป็นการฉีดโปรเจสตินเข้ากล้ามเนื้อเพื่อทำให้ไม่มีการตกไข่ รวมทั้งสร้างสภาวะที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ดี นี่เป็นวิธีคุมกำเนิดในระยะยาว เนื่องจากเมื่อหยุดฉีดยาแล้ว จะต้องรอถึง 6 เดือน – 1 ปี3 กว่าร่างกายจะกลับมาตกไข่ตามปกติ
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 94%
    • ข้อดี: เหมาะสำหรับการคุมกำเนิดในระยะยาว และคนที่มีปัญหาจากการมีประจำเดือน เช่น โลหิตจาง
    • ข้อเสีย: ต้องเข้ารับการฉีดทุก 1 – 3 เดือน (แล้วแต่ตัวยา) และเมื่อหยุดฉีดแล้วจะยังไม่พร้อมมีลูกได้ทันที นอกจากนี้ การฉีดในเวลานานอาจส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูกได้2
    วิธีคุมกำเนิด-ยาฉีด

  9. แผ่นแปะคุมกำเนิด
    ในแผ่นแปะ (Contraceptive Patch) จะมีฮอร์โมนและลักษณะการทำงานเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิดและยาฉีดคุมกำเนิด เพียงแต่ใช้การแปะบริเวณผิวหนังให้ดูดซึมผ่านกระแสเลือด
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 91%
    • ข้อดี: ยังคงมีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลา1 สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และเมื่อเลิกใช้ก็จะพร้อมตั้งครรภ์ได้ทันที
    • ข้อเสีย: ต้องใช้อย่างถูกต้องและเปลี่ยนแผ่นแปะเมื่อครบ 7 วัน และแผ่นแปะอาจมีประสิทธิภาพลดลงในผู้ใช้ที่น้ำหนักตั้งแต่ 89 กก.ขึ้นไป2
  10. ยาฝังคุมกำเนิด
    เป็นวิธีคุมกำเนิดที่เริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทย และว่ากันว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก โดยแพทย์จะฝังโปรเจสตินที่อยู่ในหลอดเล็กๆ ขนาดประมาณไม้ขีดไฟที่บริเวณใต้ท้องแขนข้างที่ไม่ถนัด ให้ตัวยาในนั้นค่อยๆ ซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายเพื่อยับยั้งการตกไข่
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 99%
    • ข้อดี: ฝังครั้งเดียวก็คุมกำเนิดได้นานถึง 3 – 5 ปี (แล้วแต่ชนิดยา) และสามารถให้หมอถอดเมื่อใดก็ได้เมื่อพร้อมจะหยุดการคุมกำเนิด
    • ข้อเสีย: อาจรู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฝัง หรือมีประจำเดือนมากะปริดกะปรอยในช่วงแรก
  11. ห่วงอนามัย หรือ IUD
    ห่วงอนามัยมีลักษณะเป็นรูปตัว T ที่จะถูกใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อทำให้สภาพภายในไม่เหมาะกับการฝังตัวอ่อน โดยมีทั้งแบบเคลือบฮอร์โมนและแบบทองแดง และมีระยะเวลาในการคุมกำเนิดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 3 – 10 ปี
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 99%
    • ข้อดี: คุมกำเนิดได้นานต่อการใส่หนึ่งครั้ง ประจำเดือนมาตามปกติ และสามารถมีลูกได้เลยเมื่อถอดห่วงออก นอกจากนี้ ยังว่ากันว่านี่เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิที่สุดรองจากการไม่มีเพศสัมพันธ์และการทำหมันเลยทีเดียว4
    • ข้อเสีย: ต้องให้แพทย์เป็นคนใส่ให้ มีโอกาสห่วงหลุด จึงต้องคอยตรวจเช็คสายห่วงอย่างสม่ำเสมอ
  12. วงแหวนคุมกำเนิด หรือ NuvaRing
    เป็นการใช้วงแหวนที่มีฮอร์โมนบรรจุไว้ ใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งต้องเปลี่ยนทุก 28 วัน5
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 91%
    • ข้อดี: สามารถใส่และถอดออกได้ง่ายด้วยตัวเอง และเนื่องจากเป็นการดูดซึมฮอร์โมนเฉพาะที่ จึงไม่รบกวนการทำงานของระบบต่างๆ1
    • ข้อเสีย: อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองช่องคลอดในผู้หญิงบางคน
  13. การคุมกำเนิดถาวร

  14. การทำหมันหญิง
    การทำหมันในเพศหญิงนั้นทำได้หลายวิธี กล่าวคือ การทำหมันด้วยการผูกท่อนำไข่และตัดท่อนำไข่บางส่วนออกทั้งสองข้าง (เรียกว่า “หมันเปียก” เมื่อทำภายใน 6 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งมดลูกจะยังมีขนาดใหญ่และหาท่อน้ำไข่ได้ง่าย และ “หมันแห้ง” สำหรับเวลานอกเหนือจากนั้น) และยังมีวิธีอุดท่อนำไข่ (สร้างปฏิกิริยากระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดมาปิดท่อนำไข่ ทำให้ท่อนำไข่อุดตัน) รวมถึงการตัดมดลูก
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 99%
    • ข้อดี: ไม่มีผลต่อการให้นมบุตร การมีเพศสัมพันธ์ และทำให้ตประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
    • ข้อเสีย: อาจมีโอกาสเล็กน้อยที่จะตั้งครรภ์นอกมดลูก และควรแน่ใจจริงๆ ก่อนผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดแก้ไขมีความเสี่ยงสูง
    วิธีคุมกำเนิด-ทำหมันหญิง

  15. การทำหมันชาย
    วิธีคุมกำเนิดแบบถาวรด้วยการทำหมันชาย คือการตัดและผูกท่อทางเดินของเชื้ออสุจิ ทำให้ไม่มีอสุจิเข้าไปในช่องคลอด โดยลูกอัณฑะจะยังสร้างเชื้ออสุจิและฮอร์โมนเหมือนเดิม เพียงแต่อสุจิจะสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ
    • ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด6: 99%
    • ข้อดี: ใช้เวลาน้อยและไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ
    • ข้อเสีย: จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อตรวจว่าไม่พบอสุจิในน้ำเชื้อแล้ว จึงจะแน่ใจว่าการทำหมันมีประสิทธิภาพ2
    วิธีคุมกำเนิด-ทำหมันชาย

ขอขอบคุณภาพจาก: gotitcoveredsg, feminism.pow.er, femcap, nurxapp

 

อ้างอิงจาก

  1. การคุมกำเนิด : 34 วิธีการคุมกำเนิด & คุมกำเนิดแบบไหนดีที่สุด ??, MedThai, 24 ต.ค. 2017, https://medthai.com/การคุมกำเนิด/
  2. ยาคุม และข้อดีข้อเสียของวิธีคุมกำเนิดแบบต่าง ๆ, พบแพทย์, https://www.pobpad.com/ยาคุม-และข้อดีข้อเสียขอ
  3. รศ.พญ. ธันยารัตน์ วงศ์วนานุรักษ์, การคุมกำเนิด ( ตอนที่ 1 ), ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, 18 ต.ค. 2010, http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=575
  4. Zaria Gorvett, Why isn’t this birth control used more?, BBC, 6 Sep 2018, http://www.bbc.com/future/story/20180830-what-to-know-about-the-coil-or-iud-contraceptive-method
  5. Birth control choices after you have a baby, BabyCenter, https://www.babycenter.com/0_birth-control-choices-after-you-have-a-baby_3755.bc
  6. Birth Control, Planned Parenthood, https://www.plannedparenthood.org/learn/birth-control
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending