LOADING

Type to search

เครียด จิตตก กดดัน! วิธีลดความเครียด ให้ปีนี้สุขภาพจิตดีกว่าปีก่อน

Share
คลิกเพื่อแชร์

ชีวิตคนเป็นแม่ไม่ใช่ง่ายๆ นะคะ ไม่ว่าจะเลี้ยงลูกแบบเต็มเวลาหรือเป็นเวิร์คกิ้งมัม ก็มักเจอปัญหาความเครียดและความกดดันทั้งนั้น ทั้งความรู้สึกว่ามีอะไรให้ทำเยอะไปหมดแต่มีเวลาไม่เคยพอ ความรู้สึกผิดเมื่อทำทุกอย่างไม่ครบ หรือจิตตกจากการที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่แย่

การที่คุณแม่เครียดและกดดันเป็นเรื่องปกติมากเลยค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดหรือมีลูกคนแรก เพราะชีวิตต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีความรับผิดชอบมากขึ้น เวลานอนก็ไม่ค่อยมี และอีกต่างๆ นานา ที่ทำให้ต้องปวดหัว คุณแม่ต้องระวังอย่าปล่อยให้ความเครียดกลายเป็นปัญหาเกาะกินใจหรือลุกลามกลายเป็นโรคซึมเศร้า ด้วยเทคนิคการรับมือปัญหาด้วยวิธีลดความเครียดสำหรับคุณแม่แบบที่ทำได้จริงค่ะ

วิธีลดความเครียด

1. ตรวจสอบตัวเอง1

สังคมออนไลน์และความกดดันจากคนรอบข้างทำให้แม่เครียดและบีบตัวเองให้เป็นซูเปอร์มัมที่ต้องการจัดการทุกอย่าง ซึ่งในที่สุดแล้วจะนำมาซึ่งความกังวลหรือผิดหวังในตัวเอง

ขั้นตอนแรกคือคุณแม่ควรสังเกตตัวเองเมื่อเกิดความเครียด ว่ามีอาการทางกายหรือการตอบสนองแตกต่างจากเดิมอย่างไร เช่น ตวาดลูก ไม่อยากพูดกับใคร หรือหัวใจเต้นแรงและหายใจไม่ออก เมื่อเข้าใจปัญหาแล้วจะได้สามารถแก้ได้ต่อไป

2. ขอกำลังใจ

เล่าให้สามี คนในครอบครัว หรือเพื่อนฟัง เพื่อขอแรงสนับสนุนทั้งทางจิตใจและขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาคุณได้ เช่น ขอให้พ่อพาลูกออกไปข้างนอกสักชั่วโมงในระหว่างทำความสะอาดบ้าน

นอกจากนี้ยังสามารถเข้ากลุ่มคุณแม่1 หรือร่วมพูดคุยตามสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อสร้างความอุ่นใจว่าทุกคนต่างมีปัญหาเหมือนกันหมด ไม่ใช่แค่คุณที่เครียดอยู่คนเดียว

3. หาเวลาให้ตัวเอง

อย่าผูกตัวเองอยู่แต่กับฐานะ “แม่” จนลืมไปว่าชีวิตก่อนหน้านี้เป็นยังไง2 คุณแม่ควรหาเวลาส่วนตัวไปทำอะไรที่ชอบ เช่น ออกไปทานข้าวสองต่อสองกับสามี นัดเจอเพื่อนสาว หรืออ่านหนังสือเงียบๆ เพื่อช่วยลดความเครียดเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ คุณแม่ต้องไม่ละเลยดูแลสุขภาพตัวเอง ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และที่สำคัญที่สุดคือพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ อาจฟังดูยากสำหรับคนที่มีลูกเล็ก แต่คุณสามารถจัดเวลาได้ค่ะ แทนที่จะเลือกทำงานบ้านตอนที่ลูกงีบ ก็งีบพร้อมลูกเลย หรือจะเข้านอนเวลาเดียวกับลูกในช่วงที่รู้สึกว่าอ่อนล้ามากก็ได้

4. จัดตาราง

อะไรมากมายที่รู้สึกว่าเยอะไปหมดก็อาจไม่ได้เยอะอย่างที่คิด คุณแม่ควรหาเวลานั่งจดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันเพื่อช่วยไม่ให้สมองต้องคิดวนอยู่ตลอดเวลา โดยเลือกอุปกรณ์ที่ชอบ อย่างสมุดแพลนเนอร์ กระดานไวท์บอร์ด โพสต์อิท หรือใช้แอปช่วยแพลนต่างๆ

ทริคหนึ่งในการเขียนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน คือคุณแม่ไม่ควรเขียนอะไรที่ใหญ่เกินไป แต่ให้แตกสิ่งๆ นั้นออกมาเป็นหลายๆ กิจกรรม เช่น ไม่ควรเขียนว่า “ทำอาหารเย็น” แต่ควรเขียนแยกเป็น “ไปซื้อผักที่ตลาด” “แวะซื้อหมูที่ซูเปอร์ฯ” “ล้างผักเตรียมไว้” “ปรุงอาหาร” ฯลฯ เพื่อจะรู้สึกว่างานนั้นทำได้ง่ายขึ้นและรู้สึกดีเมื่อทำเสร็จแต่ละอย่าง เป็นวิธีช่วยลดความเครียดในชีวิตประจำวันที่ดีมากค่ะ

5. วางลำดับความสำคัญ

ที่แม่เครียดเพราะรู้สึกว่ามีอะไรให้ทำเยอะมาก อาจมาจากการให้ความสำคัญกับทุกอย่างเท่ากันไปซะหมด ลองจัดลำดับความสำคัญใหม่ เพื่อขยับสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำวันนี้ออกไปวันอื่น หรือกระจายหน้าที่ที่คุณไม่จำเป็นต้องทำไปให้คนอื่นแทน

ในข้อนี้ คุณแม่สามารถตกลงกับคุณพ่อเรื่องความรับผิดชอบต่างๆ อย่างการแบ่งงานบ้านบางอย่างให้คุณพ่อทำแทน หรือในช่วงที่เหนื่อยมาก อาจตกลงกันว่าอาทิตย์นี้เราทั้งคู่จะตัดงานที่ไม่สำคัญบางอย่างออก เช่น ไม่ล้างรถ ไม่รีดผ้า เพื่อที่จะได้พักผ่อนทั้งคู่และไม่ต้องมาทะเลาะกันเรื่องเกี่ยงงาน3

6. ให้ลูกช่วยทำงานบ้าน

แบ่งเบาภาระด้วยการให้ลูกช่วยทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ โดยเลือกงานที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก ไม่ง่ายเกินไปจนลูกเบื่อ หรือยากเกินไปจนลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอ4 วิธีนี้นอกจากจะช่วยทำให้คุณแม่ยุ่งน้อยลงแล้ว ยังจะช่วยปลูกฝังให้เด็กเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบและทำให้เจ้าตัวเล็กรู้สึกดีเมื่อทำงานบ้านสำเร็จ

7. หยุดคิดว่าต้องควบคุมทุกอย่าง

มนุษย์แม่มีความสามารถในการจัดการเรื่องในบ้านและการเลี้ยงลูก แต่บางครั้งคุณแม่ต้องยอมปล่อยวางความคิดและหน้าที่บางอย่าง เพื่อลดความกดดันและลดความเครียดให้ตัวเองบ้าง เช่น ลองให้ลูกเลือกเสื้อผ้าเอง2 หรือให้คุณพ่อทำอาหารบ้าง

8. ตั้งความคาดหวังที่เป็นไปได้

เริ่มต้นจากการล้างความคาดหวังที่สังคมมีต่อแม่ แล้วเปลี่ยนมาตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผล3 เช่น คุณแม่ที่กลับไปทำงานแบบเต็มเวลาก็ไม่ควรกดดันหรือคาดหวังว่าตัวเองจะต้องได้เห็นลูกเดินก้าวแรก เพราะจะนำมาซึ่งความรู้สึกผิดได้

วิธีการเช็คตัวเองง่ายๆ คือให้ลองเขียนสิ่งที่ตัวเองคิดว่าต้องทำในวันหนึ่งลงไปอย่างละเอียด เช่น อาบน้ำ รีดผ้า, เก็บผ้า, แขวนผ้า, จัดกระเป๋าลูก, เตรียมอาหาร, ล้างจาน ฯลฯ เสร็จแล้วลองใส่เวลาลงไปว่างานแต่ละอย่างนั้นใช้เวลาประมาณเท่าไร แล้วลองบวกเวลาดูว่าต้องใช้เวลาทั้งหมดเท่าไรในการทำทุกอย่างที่เราคิดไว้ เท่านี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เราคาดหวังให้ตัวเองต้องทำนั้น เป็นไปได้จริงหรือไม่ค่ะ เป็นวิธีจัดการกับความเครียดอย่างเผชิญหน้าเลยล่ะค่ะ

    1. หนีความคิดแง่ลบ

ปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นในวงคุณแม่มักเกิดจากความกดดันที่แม่ตั้งไว้กับตัวเอง แต่ทราบไหมคะว่าการบ่นและความคิดลบๆ อาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมาได้ ดังนั้นแทนที่จะเอาแต่จมอยู่กับปัญหา คุณแม่ควรลุกขึ้นมารับมือด้วยความคิดแง่บวกดีกว่า พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ถ้าทำได้จะดีมาก ดังนั้นอาจต้องอาศัยระยะเวลาและการฝึกฝนจิตใจตัวเองเข้ามาช่วยค่ะ

    1. เชื่อมั่นในตัวเอง

เชื่อในสัญชาตญาณความเป็นแม่ของคุณ1 เพราะสไตล์การเลี้ยงดูและนิสัยของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเชื่อตามที่ได้อ่านหรือคอยกดดันตัวเองให้ทำตามกฎการเลี้ยงลูกที่มีมากมาย

ช่วงขึ้นปีใหม่นี้ เป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้ลองเปิดโอกาสใหม่ๆ เปิดใจให้ตัวเองคลายความเครียด ลดความกังวล และทิ้งความกดดันที่กำลังทำร้ายเราอยู่ มาเริ่มต้นปีนี้อย่างสดใสแบบมนุษย์แม่ที่สตรองทั้งกายและใจกันค่ะ!

อ้างอิงจาก

  1. How to Ease the Stress of Motherhood, wikiHow, https://www.wikihow.com/Ease-the-Stress-of-Motherhood
  2. Corinne Roth, Break Free From Being a Stressed Out Mom, The Pragmatic Parent, 21 Jun 2017, https://www.thepragmaticparent.com/happier-mom-instead-of-stressed-out-mom/
  3. Julia Edelstein, How to Achieve More By Doing Less (Really!), Parents, https://www.parents.com/parenting/relationships/how-to-achieve-more-by-doing-less-really/
  4. Katherine Lewis, Stop Doing It All And Get Your Kids to Do Their Chores, The Spruce, 18 Feb 2017, https://www.thespruce.com/cooperation-from-children-household-chores-3544973
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending