LOADING

Type to search

สามีดี๊ด๊า ภรรยาแฮปปี้ ด้วย “ตารางงานบ้าน” ตัวช่วยสร้างสุขในครอบครัว

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

จากผลสำรวจของฝั่งอเมริกา พบว่าประเด็นการแบ่งหน้าที่ในบ้านเป็นหนึ่งในปัญหา 3 อันดับแรกซึ่งมีผลต่อชีวิตแต่งงานที่มีความสุข1 แถมหลายบ้านก็คงมีปัญหาความไม่ลงรอยเรื่องการทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณแม่เครียดเพราะต้องรับผิดชอบเรื่องเลี้ยงลูกและทำงานบ้านแทบทุกอย่าง หรือคุณพ่อที่รู้สึกว่าทำไมคุณภรรยาช่างจู้จี้ขี้บ่น ซึ่งทั้งหมดนี้ “ตารางงานบ้าน” ช่วยคุณได้!

ทำไมครอบครัวเราต้องมีตารางงานบ้าน?

เมื่อเราทุกคนเป็นสมาชิกที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ก็ควรต้องช่วยเหลือและแบ่งหน้าที่กันเพื่อสร้างบ้านที่สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อยู่แล้วมีความสุขใช่ไหมคะ? แต่จากผลการสำรวจหลายสำนักชี้ว่าถึงแม้ในปัจจุบันนี้ หน้าที่ทั้งหลายในบ้านก็ยังตกเป็นของคุณแม่อยู่ และพบว่าในหนึ่งสัปดาห์ ผู้หญิงจะใช้เวลาในการทำงานบ้านเฉลี่ย 10 ชั่วโมง ในขณะที่ผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ยน้อยกว่าครึ่ง คือประมาณ 5 ชั่วโมง2

เมื่อพูดถึง “งานบ้าน” หลายคนก็คงนึกภาพผู้หญิงสวมผ้ากันเปื้อนขึ้นมาอัตโนมัติ แต่ในปัจจุบัน ผู้หญิงก็มีอาชีพเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องออกไปทำงานประจำข้างนอกเหมือนเช่นคุณสามี แล้วต้องกลับมาเลี้ยงลูกและทำงานบ้านอีก เมื่อเป็นแบบนี้ไปนานๆ เข้า อาจทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ รู้สึกว่าบทบาทในครอบครัวช่างไม่ยุติธรรม ส่งผลให้ไม่พอใจ เหน็ดเหนื่อยทั้งที่บ้านและที่ทำงาน3 ทะเลาะกับสามี จนมีผลกระทบร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ถึงขึ้นหย่าร้างได้เลยนะคะ4

ตางรางงานบ้าน-ทะเลาะ

อ่านต่อ 
อยู่บ้านเลี้ยงลูกแสนสบาย ชีวิตแม่บ้านช่างน่าอิจฉา…จริงเหรอ?!?
รู้สึกเกลียดสามีหลังคลอดลูก จะทำยังไงดี?

ทำงานบ้านแบบแบ่งหน้าที่ = แฮปปี้ทั้งครอบครัว

My Honey Bun ไม่ได้ออกมาโทษคุณผู้ชายหรือต่อว่าใครฝ่ายเดียว แต่เราอยากเสนอแนะแนวทางที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์อย่างคู่รักที่ราบรื่น คืนความสงบสู่ครอบครัว ทำให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีความสุขกับชีวิตส่วนตัวและมีพลังงานพลังใจไปดูแลเจ้าตัวน้อยได้อย่างเต็มที่ ด้วยแนวคิดและวิธีจัดสรรงานบ้านอย่างเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ลบล้างความเชื่อเก่า
  2. ล้างทุกความเชื่อเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องว่าหน้าที่เลี้ยงลูกและทำงานบ้านเป็นของฝ่ายหญิง หรือเรื่องที่ผู้ชายต้องรับผิดชอบเฉพาะงานช่าง เนื่องจากโครงสร้างในครอบครัวยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว คุณแม่ก็ต้องออกไปทำงาน หรือคุณพ่ออาจไม่เคยตอกตะปูมาก่อนเลยก็ได้ เราจึงควรทิ้งภาพจำเก่าๆ ไป แล้วมาเริ่มต้นใหม่ด้วยการสร้างความคาดหวังซึ่งกันและกันแบบไม่เหมารวมจะดีกว่า

    ตางรางงานบ้าน-จัดตาราง
  3. ลิสต์ & เลือกหน้าที่
  4. หาเวลามาประชุมกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมลิสต์สิ่งต่างๆ ที่ต้องทำทั้งหมด โดยพยายามนึกให้ครบทุกด้าน อาทิ

    • งานบ้านทั้งหลาย: กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าว ล้างจาน ฯลฯ
    • การเลี้ยงลูก: ให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม ตื่นมากล่อมตอนกลางคืน พาไปโรงเรียน สอนการบ้าน ฯลฯ
    • ธุระและการวางแผน-จัดเตรียม: จ่ายบิล เลือกที่เรียนพิเศษให้ลูก แพลนทริปครอบครัวประจำปี ฯลฯ

    เมื่อแจกแจงได้แล้ว ก็ให้สมาชิกแต่ละคนเลือกหน้าที่ที่ตัวเองอยากทำ เจรจากันไปเรื่อยๆ จนกว่าทุกหน้าที่จะมีคนรับผิดชอบ โดยในขั้นตอนนี้อาจต้องใช้ความประนีประนอมและทักษะการต่อรองเล็กน้อย เช่น หากพ่อบอกว่าจะไม่ยอมรีดผ้าเด็ดขาด แม่ก็อาจต่อรองว่าถ้าอย่างนั้นให้รับหน้าที่ถูบ้านบวกล้างจานไปด้วยก็ได้

    อ้อ! นอกจากการจดงานออกมาเป็นข้อๆ แล้ว ยังมีอีกวิธีน่าสนใจที่หลายบ้านก็ใช้กัน คือการทำข้อตกลงง่ายๆ เรื่องความรับผิดชอบแบบกว้างๆ เช่น อาณาเขตในบ้านเป็นหน้าที่แม่-อาณาเขตนอกบ้านเป็นหน้าที่พ่อ, ผู้ปกครองที่ชอบตื่นเช้ารับหน้าที่ปลุกและทำข้าวเช้าให้ลูก-ผู้ปกครองที่ชอบนอนดึกรับหน้าที่อาบน้ำและอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง5 (เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ แทนที่จะต้องตื่นเช้าแถมนอนดึกทั้งคู่) แบบนี้ก็ได้เหมือนกันค่ะ

    งานบ้านเป็นสิ่งน่าเบื่อ แต่ก็เป็นอะไรที่เราปฏิเสธไม่ได้…การทำตารางงานบ้านแบบนี้จะช่วยให้ทุกฝ่ายรู้สึกไม่แย่เท่าที่ควร เพราะได้เลือกงานที่ตัวเองชอบหรือเกลียดน้อยที่สุด แถมยังเป็นการสร้างข้อตกลงร่วมกันและป้องกันการขัดแย้งกันในอนาคตอีกด้วย

    ตางรางงานบ้าน-ช่วยกันทำงานบ้าน
  5. มีระบบ แต่ยืดหยุ่นได้
  6. ถึงจะได้ตารางงานบ้านที่ระบุหน้าที่ของแต่ละคนแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องยึดตามแพลนนั้นเป๊ะๆ เสมอไปนะคะ อย่าลืมเหลือที่ไว้ให้สถานการณ์ไม่คาดฝันบ้าง เช่น คืนนี้คุณพ่อต้องเตรียมงานไปพรีเซนต์จนดึก เลยขอวานให้คุณแม่เป็นคนไปส่งลูกในวันพรุ่งนี้แทน เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในประเด็นนี้ก็คือการสื่อสารกันค่ะ อย่าทำเนียนๆ หรือหนีงานบ้านไปเสียดื้อๆ ล่ะ

  7. มองเห็นข้อดีของแต่ละงาน
  8. ปรับมุมมองว่าภาระต่างๆ เป็นเรื่องน่าเบื่อหรือเสียเวลา เพราะหน้าที่เหล่านี้มีประโยชน์มากมายเลยนะคะ อย่างการที่แม่ให้พ่อมาช่วยเลี้ยงลูกก็จะช่วยสานสัมพันธ์พ่อลูกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น5 หรือการให้เด็กเข้ามาช่วยทำอาหารก็จะช่วยให้เด็กไม่เลือกทาน รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกมีสกิลล์ในการแก้ปัญหาและพึ่งพาตัวเองด้วย

    ตางรางงานบ้าน-ทำงานบ้านด้วยกัน
  9. ใช้ตัวช่วยบ้าง
  10. แม้เงินจะสำคัญ แต่อย่าลืมว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่พ่อแม่มีให้ลูก และเวลาที่อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง

    ลองชั่งน้ำหนักเพื่อหาตัวช่วยที่จะทำให้ครอบครัวมีช่วงเวลาล้ำค่า (Quality Time) ด้วยกันมากขึ้น3 เช่น ส่งชุดทำงานไปร้านซักรีด ซื้อของออนไลน์ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตมาส่ง สั่งอาหารเดลิเวอรี่ในวันที่เหนื่อยมาก ลงทุนซื้อเครื่องดูดฝุ่นกำลังแรง หรือจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเดือนละครั้ง เป็นต้น ข้อนี้รวมไปถึงการยอมรับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง อย่างการให้คุณย่ามาช่วยเลี้ยงหลานเพื่อแบ่งเบาภาระของเวิร์คกิ้งมัมแอนด์แด๊ดด้วยนะคะ

    ตางรางงานบ้าน-ของมาส่ง

    อ่านต่อ
    ลองใช้ 7 ทริคนี้ ชีวิตคู่จะดี๊ดี หมดปัญหาแม่สามีลูกสะใภ้!

  11. ทำใจ…
  12. อ้าวววว พูดมาตั้งนาน ทำใจถึงบอกให้ทำใจล่ะ? เพราะการทำใจในที่นี้หมายถึงการไม่คาดหวังความสมบูรณ์แบบจากอีกฝ่าย5 (รวมทั้งจากเด็กๆ เมื่อเราให้ช่วยทำงานบ้านด้วยนะ) โดยถือคติว่าเราได้ปล่อยให้อีกคนรับหน้าที่นั้นไปแล้ว แต่ละคนก็มีวิธีจัดการหน้าที่ต่างกันไป และแต่ละคนก็มีมาตรฐานของความสะอาดไม่เท่ากัน ดังนั้น หากมัวแต่ยึดความคาดหวังว่างานบ้านจะออกมาเนี๊ยบเป๊ะแบบที่เราทำเอง แล้ววิพากษ์วิจารณ์คนที่ทำอยู่เนืองๆ ในที่สุดอีกฝ่ายก็จะไม่อยากทำหน้าที่นั้น กลายเป็นว่าเราต้องรับมาทำแทนซะนี่…เหนื่อยกายเรา แถมอีกฝ่ายก็จะหมดความมั่นใจ พาลไม่อยากทำอะไรสักอย่างเลยก็ได้

    นอกจากการไม่คาดหวังความเพอร์เฟคจากคุณสามีหรือภรรยาแล้ว คุณเองก็ไม่ควรคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากตัวเองเช่นกัน พยายามปล่อยวางความรู้สึกที่ว่าจะต้องรับมือเรื่องงาน เรื่องลูก และเรื่องครอบครัวให้ได้ไร้ที่ติแบบ 100% นอกจากนั้น ในบ้านที่มีลูกเล็กก็อย่าลืมผ่อนปรนเรื่องความสะอาดไปสักพัก เก็บกวาดพอให้ทุกคนอยู่ได้ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ!

ตางรางงานบ้าน-ครอบครัวยิ้ม 

อ้างอิงจาก

  1. Wendy Klein, Carolina Izquierdo, and Thomas N. Bradbury, The Difference Between a Happy Marriage and Miserable One: Chores, The Atlantic, 1 Mar 2013, https://www.theatlantic.com/sexes/archive/2013/03/the-difference-between-a-happy-marriage-and-miserable-one-chores/273615/
  2. Anita Singh, 36 household chores men don’t bother to do, The Telegraph, 6 Oct 2014, https://www.telegraph.co.uk/women/womens-life/11141910/36-household-chores-men-dont-bother-to-do.html
  3. Allyson Downey, A Practical Guide For Working Parents To Divide Household Responsibilities, Fast Company, 19 Jul 2016, https://www.fastcompany.com/3061908/a-practical-guide-for-working-parents-to-divide-household-responsibilities
  4. Leah Ruppanner, Melissa Milkie, and Scott Schieman, Sharing the parenting duties could be key to marital bliss: study, The Conversation, 3 Oct 2017, https://theconversation.com/sharing-the-parenting-duties-could-be-key-to-marital-bliss-study-84694
  5. Dividing childcare and housework duties with your partner, BabyCenter, Feb 2017, https://www.babycenter.com/0_dividing-childcare-and-housework-duties-with-your-partner_446.bc
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending