LOADING

Type to search

Share
คลิกเพื่อแชร์

“พ่อๆ ซื้อไอแพดให้หน่อย เพื่อนๆ เค้ามีกันหมด หนูไม่มีอยู่คนเดียว เพื่อนบางคนมีโทรศัพท์มือถือด้วยนะ เค้าเอามาที่โรงเรียน”

คำขอที่เหมือนจะไม่มีพิษมีภัยประกอบกับความไร้เดียงสาของเด็กๆ เมื่อลูกขอ ทำไมพ่อแม่จะให้ไม่ได้ บางคนถึงกับยอมผ่อนเพราะคิดว่าเทคโนโลยีเค้าไปถึงไหนแล้วเดี๋ยวลูกตามเพื่อนไม่ทัน บางคนก็ซื้อเพราะเวลาลูกเล่นแท็บเล็ตแล้วไม่มาวุ่นวายขอให้เล่นด้วย ไม่มาเซ้าซี้ให้ทำนู่นทำนี่ด้วยกัน อยู่คนเดียวได้เป็นชั่วโมงๆ

วัฒนธรรมการเลี้ยงลูกด้วยหน้าจอนั้นกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนน่ากลัว2 ทราบหรือไม่คะว่างานวิจัยหลายงานได้บ่งชี้ว่าสิ่งที่คุณกำลังยื่นให้ลูกนั้นคือ “สิ่งเสพติด”1 ดีๆ นี่เอง แต่ทำไมพ่อแม่ถึงยังยื่นหน้าจอให้ลูก?

สาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่หันมาใช้แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนในการเลี้ยงลูกมากยิ่งขึ้น เป็นเพราะ

  • ความสะดวกสบาย ค่อนข้างชัดเจนว่าให้ลูกกดแท็บเล็ตแล้วลูกไม่งอแง ร้องให้อุ้ม หรือมาขอให้เล่นด้วยบ่อยๆ ทำให้คนเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่เลี้ยงมีเวลาทำอย่างอื่น
  • ความเชื่อว่าการที่ลูกเราได้ดูโทรทัศน์ หรือแท็บเล็ตแล้วจะช่วยเรื่องพัฒนาการทางภาษาและสมอง ช่วยในการเรียนรู้ ช่วยให้พูดและฟังได้เร็วขึ้น

ในความเป็นจริงนั้น ดร.ริชาร์ด เกรแอม จิตแพทย์ชาวอังกฤษได้เปิดเผยว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอกนิกส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนสามารถให้ความบันเทิงกับเด็กได้จริง แต่ในขณะเดียวกันอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นภัยเงียบที่จะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปซึ่งอาจทำให้เด็กเสพติดเทคโนโลยีจนเกินเหตุได้ตั้งแต่เยาว์วัย2

นส. ซาริการี หัวหน้าคลินิกบำบัดอาการเสพติด คลินิกฮาร์เลย์ชาร์ทเตอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเปิดเผยว่า คนไข้ของคลินิกที่มารักษาอาการเสพติดเทคโนโลยีดิจิตอล1 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในระยะสิบปีที่ผ่านมา และยังเป็นคนไข้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ  โดยประมาณ 2 ใน 3 คน จะมีอายุระหว่าง 16-20 ปี ไปจนถึงคนไข้อายุน้อยเพียง 13 ปี

ที่สำคัญคือเธอได้กล่าวเปรียบเทียบว่าการที่พ่อแม่หยิบยื่นสมาร์ทโฟนให้กับลูกนั้น เทียบได้กับการยื่นไวน์หรือโคเคนให้กับลูกเลยทีเดียว คงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่เต็มใจจะทำแบบนั้น แต่ทำไมเราถึงเลือกที่จะมองข้ามสมาร์ทโฟนที่เป็นอันตรายกับสมองเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์และยาเสพติด

มีการวิจัยมากมายที่บอกถึงผลเสียของดูโทรทัศน์มากเกินไปว่า ทำให้การพัฒนาการทางภาษา สมอง สังคม และการรับรู้ถึงอารมณ์มีความล่าช้า การได้รับสื่อต่างๆ เมื่ออายุยังน้อย เป็นจำนวนมาก และการเสพเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพนั้น จะส่งผลให้กระบวนการทางความคิดในสมองส่วนหน้า (Executive Functioning) รวมถึงความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกและความคิดของคนอื่นนั้นแย่ลงไปอีกด้วย3

สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (The American Academy of Pediatrics : APP) ได้ออกคำแนะนำใหม่ในการใช้สื่อดิจิตอลสำหรับเด็กในเดือนตุลาคม ปี 25594 แทนคำแนะนำฉบับเก่าที่ ระบุเพียงแค่ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรใช้สื่อดิจิตอลดังต่อไปนี้:

  • เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 เดือน ไม่ควรดูสื่อดิจิตอลนอกเหนือจากการใช้งานวิดีโอแชทกับญาติ หรือพ่อแม่
  • เด็กอายุ 18-24 เดือน ที่จะเริ่มใช้สื่อดิจิตอลนั้น พ่อแม่ควรเลือกรายการที่มีคุณภาพสูงและควรดูไปพร้อมกับเด็กเพื่อให้เข้าใจถึงสื่อที่เด็กกำลังดูอยู่
  • สำหรับเด็กอายุ 2-5 ปี นั้น ควรจำกัดการใช้งานให้ดูเฉพาะรายการที่มีคุณภาพ 1 ชั่วโมงต่อวัน และพ่อแม่ควรดูไปพร้อมกับลูก เพื่อช่วยอธิบายว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร
  • เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป ควรจำกัดเวลาที่ใช้ดูสื่อ ประเภทของสื่อ และดูแลไม่ให้การใช้สื่อดิจิตอลรบกวนการนอนที่เพียงพอ กิจกรรมอื่นๆ ที่สำคัญกับสุขภาพ
  • ควรกำหนดช่วงเวลาที่ใช้ด้วยกันในครอบครัวโดยไร้สื่อดิจิตอลมารบกวน เช่น เวลาทานอาหารเย็น หรือเวลาขับรถ และกำหนดบริเวณในบ้านที่ไม่สามารถใช้สื่อดิจิตอลได้ เช่นในห้องนอน
  • มีการพูดคุย ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตและความปลอดภัยออนไลน์ รวมถึงการให้ความเคารพผู้อื่นทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์

ในเมื่อเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกปัจจุบัน ก็ตกเป็นหน้าที่ของพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่จะต้องเป็นผู้ควบคุม  ชี้แนะและกำหนดระยะเวลาในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์นะคะ ในเมื่อเราเป็นคนหยิบยื่นให้เราก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบในการควบคุมการใช้งานเช่นกัน เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากให้ลูกของตัวเองมีพัฒนาการล่าช้าไปเสียทุกด้านใช่ไหมคะ

อ้างอิงจาก

  1. Rachael Pells, Giving your child a smartphone is like giving them a gram of cocaine, says top addiction expert, Wednesday 7 June 2017 16:29 BST
    http://www.independent.co.uk/news/education/education-news/child-smart-phones-cocaine-addiction-expert-mandy-saligari-harley-street-charter-clinic-technology-a7777941.html
  2. B. V. Woollaston, “Five signs your child is addicted to tech – and how to wean them off”, Mail Online
    http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2479109/The-signs-child-addicted-iPad–digital-detox.html
  3. Reid Chassiakos Y, Radesky J, Christakis D, et al., AAP COUNCIL ON COMMUNICATIONS AND MEDIA. Children and Adolescents and Digital Media. Pediatrics. 2016;138(5): e20162593
    http://pediatrics.aappublications.org/content/early/2016/10/19/peds.2016-2593
  4. American Academy of Pediatrics Announces New Recommendations for Children’s Media Use, American Academy of Pediatrics, 10/21/2016
    https://www.aap.org/en-us/about-the-aap/aap-press-room/pages/american-academy-of-pediatrics-announces-new-recommendations-for-childrens-media-use.aspx
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending