LOADING

Type to search

เลือกของเล่นเด็กอย่างไรให้สมวัยและปลอดภัยกับลูก

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

เมื่อพูดถึงเด็ก สิ่งที่เรามักนึกถึงตามมาก็คือของเล่นใช่ไหมล่ะคะ ทุกวันนี้ในท้องตลาดมีของเล่นเด็กให้เห็นมากมาย ทำเอาพ่อแม่ตาลายเพราะเลือกไม่ถูก มาค่ะมา มาหาคำตอบไปพร้อมกับเราดีกว่าว่าของเล่นแบบไหนที่เหมาะกับเจ้าตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่ และแบบไหนบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง

มากกว่าการ “เล่น”…ของเล่นเด็กมีประโยชน์มหาศาล!

นอกจากทำให้ลูกได้สนุกและเพลิดเพลินแล้ว ของเล่นยังมีประโยชน์สำหรับลูกน้อยอย่างมากในเชิงพัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นในด้านร่างกาย อารมณ์ หรือสติปัญญา1

  • ด้านร่างกาย ช่วยเพิ่มทักษะในการใช้ประสาทสัมผัสและกล้ามเนื้อต่างๆ นอกจากนี้ การเล่นที่กระตุ้นให้เด็กต้องขยับร่างกาย ยังช่วยส่งเสริมให้เด็กแอคทีฟและได้ออกกำลังกายอีกด้วย
  • ด้านสติปัญญา ของเล่นสามารถสอนให้เด็กรู้จักแก้ปัญหา คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล วางแผน รวมทั้งการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
  • ด้านอารมณ์และสังคม การเล่นทำให้เด็กอารมณ์ดี มีความสุข สนุกสนาน แถมการได้เล่นร่วมกับพ่อแม่จะช่วยสานสัมพันธ์ความใกล้ชิดในครอบครัว และการเล่นเป็นกลุ่มจะทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รู้จักแบ่งปัน การให้ความร่วมมือ กล้าแสดงออก เป็นต้น
ของเล่น-ลูกบอลสีสัน

เลือกของเล่นเด็กอย่างไรให้เหมาะกับลูกของเรา

ของเล่นเด็กมีเยอะแยะล้านแปด ไม่ว่าจะเป็นของเล่นธรรมดา หรือของเล่นวิทยาศาสตร์ แล้วจะเลือกยังไงให้เหมาะกับลูกเราดีนะ? ลองใช้คำแนะนำที่ My Honey Bun รวบรวมมาวันนี้เป็นไกด์ไลน์ในการเลือกซื้อของเล่นให้ลูกในครั้งต่อไป เราการันตีว่าจะคุณพ่อคุณแม่จะได้รับความคุ้มค่า ส่วนคุณลูกก็จะได้ได้ทั้งความสนุกและประโยชน์ไปอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

  1. เหมาะสมกับวัยของลูก
  2. เด็กแต่ละวัยเหมาะกับของเล่นที่แตกต่างกัน ผู้ปกครองสามารถเลือกดูของเล่นเสริมพัฒนาการตามวัยจากอายุแนะนำที่ตัวผลิตภัณฑ์ได้ อย่างไรก็ดี อย่าลืมสังเกตพัฒนาการของลูกด้วยนะคะ ว่าเหมาะสมหรือพร้อมรับกับของเล่นชิ้นนั้นหรือยัง2

    • 0 – 6 เดือน: เด็กทารกยังคงทำความคุ้นเคยกับร่างกายของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะเอื้อมมือหรือหยิบจับ จึงเหมาะกับของเล่นง่ายๆ อย่างโมบาย ของเล่นเขย่ามือ ของเล่นที่เอาเข้าปากได้ หรือของเล่นที่จับแล้วมีเสียง
    • 6 – 8 เดือน: เด็กจับของเล่นเองได้แล้ว และเริ่มทำความเข้าใจเรื่องเหตุและผล โดยจะทำกิจกรรมซ้ำๆ จนตัวเองถนัดขึ้น ในช่วงอายุนี้อาจยังไม่ต้องซื้อของเล่นชิ้นใหม่ เพราะเด็กจะนำของเล่นเดิมๆ ที่ตัวเองมีมาหาวิธีเล่นใหม่ๆ เอง
    • 8 – 18 เดือน: เด็กรู้จักการตั้งเป้าหมายและทำตามแผนที่วางไว้ และเริ่มเข้าใจความแตกต่างของรูปร่างและขนาด จึงเหมาะกับของเล่นเด็กอย่างบล็อกไม้ ห่วงโยน และของเล่นที่แกะประกอบใหม่ได้
    • 5 – 2 ขวบ: เด็กมีจินตนาการกว้างไกลและชอบเล่นบทบาทสมมุติ เช่น เล่นแต่งตัว ตุ๊กตา ขายของ รถของเล่น หรือสมุดภาพ-นิทาน
    • 2 – 4 ขวบ: ช่วยเด็กพัฒนาทักษะทางร่างกายและสังคม ด้วยการเล่นบทบาทสมมุติเป็นกลุ่ม รวมถึงการใช้ของเล่นอย่างจิ๊กซอว์ เลโก้ บ้านตุ๊กตา วาดภาพระบายสี ปั้นดินน้ำมัน และเครื่องดนตรีหรือเคาะจังหวะแบบง่ายๆ
    ของเล่น-ของเล่นฝึกสมอง
  3. ความปลอดภัยสำคัญที่สุด
  4. เลือกของเล่นที่ได้มาตรฐานการผลิต (มอก.) ไม่มีมุมเหลี่ยมคม ไม่มีสายยาวที่อาจพันคอหรือแขนขาได้ ไม่หนักเกินไป ไม่มีการระเบิดหรือเสียงดังเกินไป ไม่มีสีหลุดลอก และทนทานไม่ตกแตกง่าย เนื่องจากเด็กมักชอบขว้างของลงพื้นหรือทำตกหลุดมือ

    นอกจากนี้ ยังควรเลือกของเล่นที่ไม่มีส่วนประกอบชิ้นเล็กๆ ที่ลูกอาจนำเข้าปาก พร้อมหลีกเลี่ยงของเล่นที่มีขนาดเล็กจนนำไปลอดแกนกลางกระดาษทิชชูได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เด็กจะนำเข้าปากและสำลัก3

  5. Active > Passive
  6. เนื่องจากของเล่นเป็นเหมือนเครื่องมือกระตุ้นพัฒนาการเด็ก จึงไม่จำเป็นต้องไฮเทคหรือมีกิมมิคอะไรมาก ของเล่นที่ทำอะไรได้เยอะ อย่างตุ๊กตาพูดได้ มีแสงไฟวูบวาบ หรือขยับตัวตลอดเวลา รวมทั้งการให้ลูกเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากเกินไป อาจทำให้เด็กติดนิสัยการเรียนรู้แบบ Passive และไม่สามารถคิดจินตนาการเองได้ รวมทั้งทำให้สมาธิสั้น โฟกัสกับอะไรไม่ได้นานๆ2

    ของเล่น-ศิลปะ
  7. เลือกของเล่นที่ใช้งานได้หลายประเภท
  8. ของเล่นเด็กอย่างบล็อกไม้ เลโก้ และลูกบอลสีสามารถเติบโตไปพร้อมกับเด็ก เพราะนำไปปรับเล่นได้หลายรูปแบบ จึงคุ้มค่ากว่าของเล่นที่เป็นกระแสอย่างตุ๊กตาจากการ์ตูนหรือฟิกเกอร์จากภาพยนตร์ที่กำลังฮิตในเวลานั้น นอกจากนั้นการเลือกของเล่นพื้นฐานๆ ไว้ติดบ้านยังจะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องความคิดสร้างสรรค์ คือรู้จักการเอนเตอร์เทนตัวเองเมื่อรู้สึกเบื่อด้วยการคิดหาทางเล่นอะไรใหม่ๆ นั่นเอง4

  9. เน้นพัฒนาการรอบด้านแบบไม่จำกัดเพศ!
  10. พวกเราส่วนใหญ่มักเผลอคิดไปว่าลูกผู้หญิงน่าจะชอบตุ๊กตาและของเล่นเด็กสีชมพูหวานแหวว ส่วนลูกชายก็คงจะชอบของเล่นแมนๆ อย่างรถบังคับใช่ไหมล่ะคะ

    แต่ในความเป็นจริงแล้ว ของเล่นทั้งสองฝั่งมีส่วนช่วยในพัฒนาการคนละด้านกัน เช่น ตัวต่อเลโก้ที่มักถูกซื้อให้เด็กชาย จะช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา ในขณะที่การเล่นตุ๊กตาจะช่วยส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ผู้ปกครองจึงไม่ควรจำกัดการเติบโตของลูกด้วยการเลือกของเล่นที่ถูกกำหนดมาตามเพศของเค้าเท่านั้น

    ของเล่น-ของเล่นตัวต่อ
  11. หลีกเลี่ยงของเล่นที่ใช้ความรุนแรง
  12. พยายามไม่ซื้อของเล่นที่เป็นอาวุธ เช่น ปืนอัดลม ธนู บูมเมอแรง หรือลูกดอก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะเด็กอาจนำมาเล่นอย่างผิดวิธีหรือมีพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงที่เห็นตามสื่อ นอกจากนี้ พ่อแม่ยังควรคอยสังเกตการเล่นของเด็กว่ามีความก้าวร้าวเกินไปจนน่าเป็นห่วงหรือไม่

  13. ไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นราคาแพง
  14. ของเล่นฟรีมีอยู่จริง! ไม่จำเป็นต้องแวะร้านของเล่นเสมอไป เพราะของเล่นเด็กที่ดีที่สุดของลูกก็คือตัวพ่อแม่นั่นเองค่ะ ผู้ปกครองจึงควรหาเวลาเล่นกับลูกเพื่อปลูกฝังความใกล้ชิดในครอบครัว4 พร้อมช่วยกระตุ้นกระบวนการคิดของเค้าด้วยการตั้งคำถามให้เด็กเล่าไปเรื่อยๆ

    นอกจากนี้ ยังสามารถชวนลูกประดิษฐ์ของเล่นเสริมพัฒนาการราคาถูกเองได้จากวัสดุที่มีอยู่ เช่น นำลังกระดาษมาสร้างเป็นบ้านตุ๊กตา นำขวดนมมาทำเป็นรถ ฯลฯ กิจกรรม DIY นี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แถมทำให้เด็กได้สนุกกับการใช้จินตนาการและรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกด้วย

    ของเล่น-หนังสือภาพ
  15. สอนเรื่องอื่นควบคู่ไปด้วย
  16. นอกจากความสนุกและประโยชน์ในเชิงพัฒนาการที่ลูกจะได้จากของเล่น คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอดแทรกแนวคิดดีๆ จากการใช้ของเล่น อาทิ การรักษาของ การเก็บของอย่างเป็นหมวดหมู่ การแบ่งปัน รวมไปถึงเรื่องค่าของเงินด้วยการให้ลูกทำงานบ้านเพื่อเก็บเงินไปซื้อของเล่น เป็นต้น

Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending