LOADING

Type to search

วิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก: ซื้อให้ลูกทำไม? เลือกยังไงดี?

Share
คลิกเพื่อแชร์

หนึ่งในปัญหาที่ถูกถามบ่อยมากในคอมมูนิตี้ของคุณพ่อคุณแม่ เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง “ประกันสุขภาพเด็ก” ด้วยความซับซ้อนน่าปวดหัว จึงทำให้เหล่าพ่อแม่มือใหม่เกิดคำถามมากมาย วันนี้เราเลยมาขออธิบายเรื่องประกับสุขภาพสำหรับลูกน้อยแบบย่อยง่ายๆ พร้อมแอบกระซิบข้อควรคำนึงก่อนการซื้อประกันฯ ด้วยค่ะ

เด็กต้องซื้อประกันสุขภาพด้วยเหรอ?

นี่จะต้องเป็นคำถามแรกๆ ในหัวเลยใช่ไหมล่ะคะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ต่างกำลังวุ่นวายกับการดูแลชีวิตใหม่ที่เพิ่งเกิด ทั้งเครียดและอ่อนล้าเพราะไม่ค่อยได้นอน แถมต้องกุมขมับเรื่องค่าข้าวของต่างๆ ของลูกอีก แล้วอย่างนี้จะหาเวลา (และเงิน) ที่ไหนไปคิดเรื่องทำประกันเพิ่มอีกล่ะ

แต่เดี๋ยวก่อน! การทำประกันสุขภาพสำหรับเด็กเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ลืมไม่ได้เลยนะคะ เหตุผลของการทำประกันสุขภาพเด็กก็อยู่ที่ตัวลูกน้อยนี่แหละค่ะ เนื่องจากเด็ก (โดยเฉพาะทารก) มีโอกาสป่วยบ่อย เพราะร่างกายยังมีภูมิต้านทานต่ำ ทั้งยังอาจได้รับเชื้อโรคหรือไวรัสจากพ่อแม่ที่ออกไปทำงานข้างนอก1 หรือติดจากเพื่อนๆ ในโรงเรียน ดังนั้น การทำประกันสุขภาพเด็ก จึงเป็นเหมือนหลักประกันให้พ่อแม่สบายใจแบบสองต่อ ต่อแรกคือสบายใจว่าเมื่อลูกป่วยก็จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ และต่อที่สอง คืออุ่นใจในเรื่องการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลว่าจะไม่ทำให้ต้องควักจ่ายเองเป็นก้อนๆ

วิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก

ปัจจุบันมีแพ็กเกจประกันสุขภาพเด็กออกมามากมายจากหลายบริษัทที่แตกออกมาเป็นอีกหลายแผน เราเลยขอหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจเพื่อมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจกันค่ะ

1. ความคุ้มครอง ประกันสุขภาพเด็กส่วนใหญ่จะครอบคลุมถึงความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ โดยอาจแบ่งได้เป็น

  • ผู้ป่วยนอก: ซึ่งหมายถึงการรักษาโดยไม่นอนโรงพยาบาล ควรตรวจสอบว่าครอบคลุมแค่ไหน เช่น ให้ค่า OPD (ค่ารักษาทั่วไป ค่ายา บริการทางการแพทย์-พยาบาล) ต่อครั้งเท่าไร รวมค่าเอ็กซเรย์ อัลตราซาวน์ หรือกายภาพบำบัดไหม
  • ผู้ป่วยใน: หรือเมื่อต้อง “แอดมิด” นอนโรงพยาบาล ให้ดูว่าครอบคลุมแค่ไหน มีค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าผ่าตัด ค่าเยี่ยมไข้ ค่าวิสัญญีแพทย์ และค่าธรรมเนียมโรงพยาบาลหรือไม่

2. ความคุ้มครองพิเศษ เช่น ค่าทันตกรรม จักษุแพทย์ ฉีดวัคซีน จิตเวช แพทย์ทางเลือก หรือค่าชดเชยในการนอนโรงพยาบาล เลือกโดยดูจากตัวลูกว่าจะมีความจำเป็นต้องใช้บริการเหล่านี้หรือไม่

3. คุ้มครองโรคยอดฮิตในเด็ก เช่น ปอดบวม ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง มือเท้าปาก หรืออีสุกอีใส

4. เงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึงวงเงินในการคุ้มครองค่ารักษา ควรเลือกโดยพิจารณาถึงสุขภาพของลูกน้อย รวมไปถึงเรตค่ารักษาที่โรงพยาบาลที่ใช้บริการ ซึ่งเงื่อนไขความคุ้มครองจะมีสองแบบคือ

  • แบบครั้งต่อครั้ง: มีเพดานกำหนดค่ารักษาแต่ละรายการแบบต่อครั้ง หากเกินวงเงินจำนวนนั้น พ่อแม่จะต้องเป็นคนรับผิดชอบส่วนเกินเอง
  • แบบเหมาจ่าย: มีการกำหนดวงเงินใน 1 ปี จึงไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลรายครั้ง

5. การสำรองจ่ายในบางแผนคุณอาจต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน จึงควรคำนึงถึงสภาพคล่องในการใช้จ่ายของครอบครัว ว่ามีเงินสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินหรือไม่

6. โรงพยาบาลในเครือ บางกรมธรรม์อาจเลือกรักษาได้จากโรงพยาบาลในเครือ จึงควรดูลิสต์รายชื่อให้ดีว่าเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน มีค่ารักษาอยู่ในเรตที่เหมาะสม และมีคุณภาพน่าเชื่อถือ

7. เบี้ยประกัน ส่วนใหญ่จะเลือกได้ว่าจะจ่ายเบี้ยแบบรายเดือนหรือรายปี คุณจึงควรเลือกวิธีที่เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรเลือกเบี้ยประกันที่คุ้มค่าและเหมาะสม ไม่เลือกแบบที่ถูกเกินไปจนต้องจ่ายค่าส่วนต่างเยอะ หรืออย่าถือแต่ว่าซื้อแพงไว้ก่อนจะดีที่สุด เพราะอาจสร้างภาระให้ครอบครัวได้

8. พื้นฐานของลูก แม้การประกันสุขภาพจะเป็นการทำไว้ให้อุ่นใจและยิ่งไม่ใช้ก็ยิ่งดี แต่พ่อแม่ก็ควรคำนึงถึงโอกาสที่ลูกจะได้เบิกเคลมบริการใดๆ บนพื้นฐานดังนี้

  • พื้นฐานของพ่อแม่: ให้คิดว่าตัวพ่อแม่เองและครอบครัวมีโรคประจำตัวหรือโรคที่สามารถติดต่อทางพันธุกรรมใดที่จะสามารถส่งผ่านมาสู่ลูกได้บ้าง
  • พื้นฐานของตัวลูก: สังเกตความแข็งแรงของลูกและความถี่ที่ลูกเคยเข้าโรงพยาบาล เพื่อจะได้เลือกซื้อแผนที่เหมาะสมที่สุด เช่น ถ้าลูกเป็นหอบหืดและต้องไปนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ ก็ควรซื้อกรมธรรม์ที่เน้นการรักษาแบบผู้ป่วยใน

9. อายุของลูก ยิ่งเริ่มไวก็ยิ่งดี! บริษัทส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขให้เด็กอายุ 15 วัน หรือ 1 เดือนเริ่มต้นทำประกันได้ และมักแบ่งเด็กออกเป็นเด็กเล็ก (0 – 5 ปี) และเด็กโต (6 – 10, 15, 20 ปี) โดยเบี้ยประกันในเด็กเล็กมักจะแพงกว่า

หวังว่าเกร็ดเล็กๆ ข้างต้นจะมีประโยชน์ในการตัดสินใจและเลือกซื้อประกันสุขภาพเด็กสำหรับลูกไม่มากก็น้อยนะคะ เรามาสร้างรากฐานทางสุขภาพที่ดี เพื่ออนาคตที่แข็งแรงของลูกตั้งแต่วันนี้กันเถอะค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. ทำไมต้องทำประกันสุขภาพเด็กแรกเกิด, Rabbit Finance, https://finance.rabbit.co.th/blog/newborn-baby-insurance
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending