LOADING

Type to search

เช็คก่อนแชร์! โพสต์วิดีโอและรูปเด็กน้อยอย่างไรให้ปลอดภัย

Share
คลิกเพื่อแชร์

หนึ่งในประเด็นน่าสนใจที่พ่อแม่รุ่นก่อนๆ ไม่เคยต้องคำนึงถึง ก็คือเรื่องการแชร์สตอรี่ของลูกน้อยบนอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นรูปเด็กหรือวิดีโอลูก โดยมีทั้งฝ่ายที่พูดถึงอิสระในการแบ่งปัน และฝ่ายที่เข้มงวดเรื่องสวัสดิภาพและสิทธิของเด็ก

ในเมื่อโซเชียลมีเดียมีไว้เพื่อติดต่อ เชื่อมโยง และแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตของเรา จึงเป็นเรื่องปกติที่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะอยากแชร์สิ่งที่ตัวเองพบเจอในแต่ละวัน โดยเฉพาะเรื่องที่ทั้งตลกและน่ารักของลูกน้อย แต่ทราบไหมคะว่าพ่อแม่อาจ “แบ่งปัน” เรื่องราวของลูกเยอะจนเกินไป จนกลายเป็นการกระทำที่เรียกว่า “Sharenting”1  ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อชีวิตและความปลอดภัยของลูกได้

อะไรที่ไม่ควรแชร์?เสี่ยงยังไง?เซฟยังไง?
1. ข้อมูลส่วนตัว• คนร้ายสามารถเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปรับเด็กที่โรงเรียนแล้วแจ้งชื่อ วันเกิดของเด็ก หรือทำบัตรประจำตัวปลอมของเด็กมายืนยัน
• เสี่ยงต่อการ Digital Kidnapping ที่มีคนขโมยข้อมูลของเด็ก แล้วนำไปโพสต์ทำเป็นลูกหรือคนในครอบครัวตัวเอง2
• ระมัดระวังเป็นพิเศษในการเปิดเผยข้อมูลของเด็ก อาทิ ชื่อ-นามสกุลจริง3 ชื่อเล่นที่รู้กันเฉพาะในครอบครัว หรือวันเกิด
• ไม่ลงภาพพาสปอร์ตหรือบัตรประจำตัวต่างๆ โดยไม่เบลอหรือขีดฆ่าส่วนที่สำคัญ
2. ของโปรดของลูก• ผู้ไม่หวังดีอาจนำสิ่งเหล่านี้มาล่อล่วงเด็ก เช่น ใช้ขนมหรือของเล่นที่เด็กชอบมากมาล่อ• พยายามไม่โพสต์ของโปรดของเด็กซ้ำๆ บ่อยเกินไป
3. ภาพที่อาจส่อไปในทางเพศ• อาจมีคนเซฟภาพของเด็กไปใช้ในทางไม่ดีหรือปล่อยในเว็บไซต์อนาจาร• ลดการลงรูปเด็กที่อาจส่อไปในทางเพศ (ถึงแม้เราจะรู้สึกว่าน่ารัก และแน่ใจว่ารูปนี้ไม่มีทางถูกตีความไปในเชิงนั้นได้) ไม่ว่าจะเป็นภาพตอนลูกเปลือย กำลังอาบน้ำ หรืออยู่ในชุดว่ายน้ำ
4. ช่วงเวลาที่น่าอาย• บางช็อตที่อาจดูน่ารักหรือตลกขบขันสำหรับพ่อแม่ อาจกลายเป็นสิ่งน่าอายสำหรับลูก เพราะหากญาติหรือเพื่อนของลูกมาเห็น อาจนำภาพไปเผยแพร่หรือล้อเลียนเด็กได้4• ไม่ควรลงรูปเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงเปราะบางหรือน่าอาย เช่น หัดนั่งกระโถน ฉี่รดที่นอน ร้องไห้โยเย ป่วยจนหน้าโทรม ประจำเดือนมาครั้งแรก ฯลฯ
5. เรื่องไม่ดีของลูก• นอกจากจะถูกเพื่อนล้อเลียน การแชร์เรื่องไม่ดีอาจส่งผลต่อการสอบเรียนต่อหรือเข้าทำงานของลูก (ผลเซอร์เวย์จากเว็บไซต์ Career Builder บอกว่านายจ้าง 1 ใน 5 หาข้อมูลของผู้สมัครเพิ่มเติมทางโซเชียลมีเดีย และ 59% ยอมรับว่าข้อมูลออนไลน์ของผู้สมัคร มีผลต่อการตัดสินใจ)2• พยายามไม่โพสต์เรื่องไม่ดีที่อาจมีผลต่ออนาคตของลูก อาทิ ใบเกรด สภาพห้องเละเทะ ช่วงที่เด็กวีนเหวี่ยง เป็นต้น
6. เช็คอินและแชร์โลเคชั่นเสมอๆ• ผู้ไม่หวังดีจะรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหนและมีกิจวัตรประจำวันอย่างไร ทำให้เด็กเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว หรือแม้แต่การเข้าโจรกรรมในบ้าน• เลี่ยงการโพสต์รูปที่มีฉากหลังเป็นชื่อถนนหรือเลขที่ของบ้านและโรงเรียน
• ไม่เปิดฟังก์ชั่นโลเคชั่นที่จะทำให้โลกออนไลน์รู้ว่าเราอยู่ไหน3 (แต่หากอยากแชร์สถานที่ที่ไปจริงๆ ก็ควรรอให้ครอบครัวออกจากที่นั่นสักพักก่อน)
• ไม่ควรประกาศว่าออกไปเที่ยวทั้งครอบครัว หรือไปเที่ยวสามีภรรยาแล้วบอกว่าเด็กอยู่บ้านกับปู่ยาตายาย

ข้อควรคำนึงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโพสต์เรื่องราวของลูกบนโลกออนไลน์

  1. Online is forever!

ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดียหรือแอปพูดคุยต่างๆ เราต้องยอมรับว่าเมื่อไหร่โพสต์อะไรออกไปแล้ว สิ่งนั้นจะไม่ใช่ของเราอีกต่อไป โดยรูป-วิดีโออาจถูกนำไปตัดต่อ ดัดแปลง หรือแชร์ต่อได้ ดังนั้นก่อนจะโพสต์หรือแชร์ คุณพ่อคุณแม่ต้องคิดให้รอบด้านทั้งสิ่งที่กำลังจะเสนอ (Content) ช่องทาง (Channel) รวมทั้งผู้รับด้วย (Receiver)

  1.  ไม่ควรประจานหรือลงโทษลูก

การลงรูปเด็กขณะโดนลงโทษหรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม แล้วนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ถือเป็นการประจานเด็ก และเปิดโอกาสให้ผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์ลูก แถมยังเป็นการตีตราเด็กให้มีบทบาทเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งไปตลอดด้วย (มีทฤษฎีว่าเมื่อเราตีตราว่าเด็กเป็น “เด็กดื้อ” “เด็กโง่” “เด็กฉลาด” เด็กก็จะนำคำนั้นไปนิยามตัวเองแล้วทำตามบทบาทที่ตัวเองถูกวางไว้อย่างกลายๆ)

  1.  ถามลูกก่อน

เด็กมีสิทธิในการเผยแพร่เรื่องราวของตัวเอง ดังนั้น เมื่อไรที่เด็กโตพอที่จะเข้าใจโลกออนไลน์ ผู้ปกครองก็ควรถามลูกก่อนที่จะโพสต์หรือแชร์เรื่องอะไรเกี่ยวกับเค้า ให้เด็กตัดสินใจเองว่ารูปนี้เค้าสวยพอไหม วิดีโอนี้มีเนื้อหาน่าอายสำหรับเค้าไหม ฯลฯ การกระทำแบบนี้นอกจากจะเป็นการรักษาความปลอดภัยและสิทธิ์ของลูกแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกรู้จักมารยาทบนโลกออนไลน์ด้วย5

  1.  เช็คการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Settings)

หาเวลากรองกลุ่มผู้ติดต่อ และตั้งค่าความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความต้องการ เช่น ให้โพสต์ดูได้แค่ในวงเพื่อนเท่านั้น ตั้งให้ระบบต้องอนุญาตก่อนถูกแท็ก ฯลฯ

  1.  ไม่ควรโพสต์รูปเด็กคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ่อแม่คนอื่นอาจซีเรียสเรื่องการเปิดเผยใบหน้าของลูกมาก นอกจากนั้น การกระทำเช่นนี้อาจผิดกฎหมายในบางประเทศด้วย อาทิ ในรัฐจอร์เจียและนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ2

  1.  ธรรมชาติของการเจริญเติบโต?

การที่เด็กเห็นพ่อแม่สนใจแต่การติดตามสื่อออนไลน์ บันทึกภาพชีวิตแล้วนำไปโพสต์เสมอๆ อาจส่งผลต่อมุมมองของเด็ก คือทำให้เด็กต้องการควบคุมภาพลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของตัวเอง6 เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดออกสู่โลกดิจิตอล รวมไปถึงการใช้ชีวิตหรือเลือกทำอะไรบางอย่างเพียงเพื่อเรียกยอดไลค์หรือความสนใจ

เมื่อโลกเปลี่ยนไปเป็นยุคแห่งดิจิตอล การเลี้ยงลูกก็จำเป็นต้องเปลี่ยนตาม… การปกป้องลูกจากภัยอาชญากรรม การถูกล้อเลียน รวมทั้งช่วยให้เค้าเติบโตอย่างธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองอย่างเราต้องคำนึงถึงด้วย ควรคิดให้ดีก่อนที่จะเปิดเผยเรื่องไหนต่อสาธารณะ และอย่ามัวแต่พะวงกับการบันทึกเหตุการณ์หรือปฏิกิริยาจากโลกออนไลน์ จนลืมใส่ใจเจ้าตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเรานะคะ

อ้างอิงจาก

  1. Emily Blatchford, Should You Post Photos Of Your Child On Social Media?, HuffPost, 30 Aug 2017, https://www.huffingtonpost.com.au/2017/08/29/should-you-post-photos-of-your-child-on-social-media_a_23190070/
  2. Stephanie Smith, 7 Things to Never Share About Your Children on Social Media, Reader’s Digest, https://www.rd.com/advice/parenting/never-share-children-social-media/
  3. The pros and cons of sharing your kids photos online, PureSight, http://www.puresight.com/Useful-tools/the-pros-and-cons-of-sharing-your-kids-photos-online-puresight.html
  4. พริบพันดาว, สิทธิเด็ก ในภาพถ่ายและเคลื่อนไหว, โพสต์ทูเดย์, 16 ส.ค. 2559, https://www.posttoday.com/life/life/448783
  5. Joanne Orlando, Think again before you post online those pics of your kids, The Conversation, 27 Dec 2016, https://theconversation.com/think-again-before-you-post-online-those-pics-of-your-kids-70579
  6. รัตพล อ่อนสนิท (ผู้เรียบเรียง), ถามกันก่อนไหม? งานวิจัยชี้เด็กๆ ไม่พอใจที่พ่อแม่เอารูปของตนโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดียโดยไม่ถามก่อน, วีโอเอไทย, 10 มี.ค. 2559, https://www.voathai.com/a/social-media-kids-ro/html
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending