LOADING

Type to search

ช่องคลอดมีกลิ่น เพราะอะไร? ต้องจัดการอย่างไรให้หายขาด?

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

สำหรับสาวๆ แล้ว เรื่องกลิ่นช่องคลอดนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งทำให้รู้สึกไม่อนามัย และสูญเสียความมั่นใจไป หลายคนก็ยังหาสาเหตุของกลิ่นไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร แถมไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงดีด้วย ครั้นจะไปหาหมอก็ไม่กล้า จะไปถามเพื่อนก็อ๊ายอาย วันนี้ My Honey Bun เลยพกเอาสาเหตุและเคล็ดลับเด็ดพิชิตช่องคลอดมีกลิ่น มาฝากกันค่ะ รับรองหายชัวร์ แถมไม่ยากด้วยนะเออ

ช่องคลอดมีกลิ่น เกิดจากอะไร?

บางคนดูแลช่องคลอดอย่างดิบดี รักษาความสะอาดกันสุดชีวิต แต่ก็ยังไม่วายมีปัญหากลิ่นกวนใจ เพราะว่ากลิ่นจากช่องคลอดเกิดได้จากหลายปัจจัย หากใครอยากรู้ก็มาติดตามอ่านกันเลย

ช่องคลอดมีกลิ่น-อาย

สาเหตุหลักที่พบได้บ่อย

  • ความสกปรก
    การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ การไม่อาบน้ำอย่างสม่ำเสมอจะทำให้บริเวณช่องคลอดเกิดการอักเสบขึ้น จนก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

  • เหงื่อ
    หากบริเวณหว่างขา หรือรอบๆ ช่องคลอดมีลักษณะอับชื้น ก็อาจทำให้มีเหงื่อออก จนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่น

  • ฮอร์โมน
    ในบางกรณี การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็อาจส่งผลให้ช่องคลอดมีกลิ่นได้1 ซึ่งภาวะต่างๆ ที่ทำให้ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ได้แก่ การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร ช่วงมีประจำเดือน การเข้าสู่ช่วงวัยการหมดประจำเดือน การใช้ยาคุม หรือการใช้ครีมช่องคลอด เป็นต้น

  • อาหาร
    อาหารที่รับประทานเข้าไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช่องคลอดมีกลิ่น ซึ่งอาหารบางชนิดเหล่านั้นได้แก่ หัวหอม กาแฟ หน่อไม้ฝรั่ง และเครื่องเทศบางชนิด

  • ยาบางชนิด
    ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือยาสมุนไพร ก็อาจทำให้กลิ่นของช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้

  • ผ้าอนามัยแบบสอด
    กลิ่นจากช่องคลอดที่รุนแรง อาจเกิดจากการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด แล้วลืมนำออกได้

  • โรคช่องคลอดอักเสบ
    เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เจริญเติบโตมากเกินไปภายในช่องคลอด ซึ่งจะสร้างสารคัดหลั่งออกมาในลักษณะบาง และมีสีเทา กลิ่นคล้ายคาวปลา

  • การติดเชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis)
    เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นในช่องคลอด เช่นเดียวกับโรค STI อื่นๆ อย่างหนองใน และหนองในเทียม เพียงแต่กลิ่นจะแรงกว่า
ช่องคลอดมีกลิ่น-กลิ่นไม่พึงประสงค์

สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้ไม่บ่อยนัก

  • ความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธ์จากภาวะช่องเปิดระหว่างช่องคลอดกับทวารหนักผิดปกติ (Rectovaginal fistula)
    ความผิดปกตินี้จะทำให้อุจจาระรั่วไหลเข้าไปในช่องคลอด จนทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นได้

  • โรคมะเร็ง
    ในบางกรณีโรคมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งช่องคลอดก็อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นในช่องคลอดได้2

ช่องคลอดมีกลิ่น ทำยังไงดี?

จะคุยเรื่องของลับของเรากับใครก็เขินก็อาย วันนี้ My Honey Bun เลยนำวิธีจัดการกลิ่นช่องคลอดด้วยตัวเองแบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

ช่องคลอดมีกลิ่น-วิธีแก้

รักษาสุขอนามัย ควรใช้สบู่ชนิดอ่อนโยนและผ้าขนหนูนุ่มๆ ทำความสะอาดด้านนอกช่องคลอด เพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เหงื่อ หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากบริเวณดังกล่าว แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่และครีมอาบน้ำที่ใส่น้ำหอม เพราะสารเคมีดังกล่าวอาจทำให้ค่า pH บริเวณช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป และห้ามใช้ใยบวบขัดบริเวณนั้นเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดรอยถลอก จนยิ่งติดเชื้อและมีกลิ่นหนักกว่าเดิมได้

เปลี่ยนกางเกงชั้นใน หากกำลังใช้กางเกงชั้นในผ้าซาติน ผ้าไหม หรือผ้าสังเคราะห์อยู่ล่ะก็ ให้เปลี่ยนมาใช้กางเกงชั้นในผ้าฝ้าย (Cotton) 100% แทน เพราะผ้าฝ้ายจะช่วยระบายอากาศได้ดี ลดปัญหาอับชื้นและเหงื่อ ที่เป็นสาเหตุของช่องคลอดมีกลิ่นได้

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยปรับค่า pH ผลิตภัณฑ์ช่วยปรับค่า pH จะช่วยให้ค่าความเป็นกรดด่างของช่องคลอดเข้าสู่ระดับปกติ3 แต่หากใช้แล้วปัญหากลิ่นยังไม่หายไป หรือแย่ลง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอาการเพิ่มเติมนะคะ

ลองใช้น้ำมันระเหย นำทีทรีออยล์ (Tea tree oil) ปริมาณ 2-3 หยดไปผสมกับน้ำสะอาด แล้วนำน้ำที่ผสมแล้วดังกล่าวมาหยดบริเวณด้านนอกช่องคลอดประมาณ 1-2 หยด วันละครั้ง ติดต่อกัน 3-5 วัน จึงเห็นผล เพราะทีทรีออยล์ เป็นน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณต้านเชื้อราและเชื้อจุลินทรีย์อย่างแบคทีเรียได้ แต่หากใครใช้แล้วไม่ได้ผล ก็ควรหยุดใช้นะคะ

แช่น้ำส้มสายชู บางครั้งการการอาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำร้อนบ่อยๆ ก็อาจทำให้ค่า pH ของช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป จนมีกลิ่นได้ แต่หากผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple cider vinegar) ประมาณ 1-2 ถ้วยลงไปในน้ำอุ่น แล้วลงไปแช่สัก 20 นาที ก็อาจช่วยลดกลิ่นจากช่องคลอดได้ เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ช่วยฆ่าแบคทีเรียค่ะ

ช่องคลอดมีกลิ่น-สเปรย์

ทริคเสริม เพิ่มความมั่นใจ ป้องกันช่องคลอดมีกลิ่น

  • ล้างช่องคลอดก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะเพิ่มปริมาณแบคทีเรีย โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้สารแปลกปลอมอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สารหล่อลื่น และสารฆ่าสเปิร์มจากถุงยางอนามัย เป็นต้น
  • ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะน้ำจะช่วยเสริมร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยขจัดของเสียต่างๆ จากร่างกายด้วย
  • เลี่ยงกางเกงรัดติ้ว เพราะกางเกงที่คับหรือรัดมากเกินไปอาจทำให้อากาศไม่ระบาย จนบริเวณขาหนีบและช่องคลอดอับได้
  • เลี่ยงการใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นบริเวณช่องคลอด เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาช่องคลอดมีกลิ่นแย่ลงกว่าเดิมได้ื

วิธีการจัดการปัญหาช่องคลอดมีกลิ่นด้วยตัวเองข้างต้น จะเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์3 หากทำแล้วกลิ่นยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพิ่มเติมเพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นมานานมากแล้ว เหมือนจะเรื้อรัง มีกลิ่นรุนแรงมากเกินรับไหว หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น คัน แสบร้อน ระคายเคือง หรือมีสารคัดหลั่ง เป็นต้น

อ่านต่อ
คลอดลูกเป็นต้นเหตุ “ช่องคลอดหลวม” หรือเปล่า?
ขมิบ(แล้ว)ได้ ขมิบ(แล้ว)ดี! วิธีบริหารกล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานหย่อนหลังคลอด

 

อ้างอิงจาก

  1. Lynn Marks, What Is Vaginal Odor?, Everyday Health, 21 Mar 2016, https://www.everydayhealth.com/vaginal-odor/guide/
  2. Vaginal odor, Mayo Clinic, 23 Mar 2018, https://www.mayoclinic.org/symptoms/vaginal-odor/basics/causes/sym-20050664
  3. Kimberly Holland, 7 Tips for Getting Rid of Vaginal Odor, Healthline, 26 Oct 2016, https://www.healthline.com/health/womens-health/how-to-get-rid-of-vaginal-odor
Tags

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending