LOADING

Type to search

ให้นมแม่ได้แม้กลับไปทำงาน! ทุกอย่างที่เวิร์คกิ้งมัมคนเก่งต้องรู้

Share
คลิกเพื่อแชร์

ได้เวลาต้องกลับไปทำงานแล้ว! แม้จะคิดถึงลูกแค่ไหน อยากให้นมแม่กับลูกแค่ไหน คุณแม่ก็ต้องกลับสู่โลกแห่งความจริงที่เราทิ้งมาก่อนช่วงลาคลอด เพื่อหารายได้มาดูแลเจ้าตัวเล็ก แถมยังเพื่อเป็นการเดินสู่เส้นทางฝันในอาชีพเราเองต่อไปด้วย

สำหรับคุณแม่ที่เลือกกลับไปทำงาน เรื่องหนึ่งที่ทำให้เป็นกังวลก็เห็นจะเป็นเรื่องนมที่ต้องเตรียมไว้ให้ลูก ซึ่งจริงๆ แล้วหากคุณแม่ไม่มีความจำเป็นทางสุขภาพหรือด้านอื่นๆ ที่ทำให้ต้องใช้นมผง ก็ยังสามารถให้นมแม่ได้ แต่จะทำอย่างไรนั้น My Honey Bun รวมวิธีและทริคดีๆ มาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ

ถึงทำงานก็ยังให้นมแม่ได้ สบายมาก!

คุณแม่ทำงานสามารถให้นมแม่ผสมกับการให้นมแม่ในขวดได้ โดยวิธีนี้เรียกว่า Mixed Feeding ซึ่งสะดวกมากๆ เพราะทำให้แม่มีอิสระมากขึ้น ไม่ต้องคอยสแตนด์บายให้นมลูกอย่างเดียว แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระให้คนอื่นป้อนนมแม่ทางขวดแทนได้ โดยลูกน้อยยังได้รับประโยชน์ของนมแม่อย่างเต็มเปี่ยม

ให้นมแม่-แม่ทำงาน

สำหรับคุณแม่ที่รู้ตัวว่าต้องกลับไปทำงานหลังคลอด ก็ควรเตรียมตัวเรื่องการให้นมแม่ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ค่ะ

  1. เตรียมอุปกรณ์
    ยินดีต้อนรับสู่ไลฟ์สไตล์คุณแม่นักปั๊ม! อันที่จริงแล้วเราสามารถปั๊มนมจากเต้าได้หลายวิธี คือใช้มือบีบ ใช้อุปกรณ์แบบปั๊มมือ หรือใช้เครื่องปั๊มไฟฟ้า ซึ่งคุณแม่เลือกได้ตามความถนัด งบประมาณ รวมถึงความเหมาะสมกับสถานการณ์1

    เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่ จะสามารถปั๊มน้ำนมออกมาได้ภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุดจากสองเต้าพร้อมกัน จึงช่วยประหยัดเวลาให้คุณแม่ทำงานไม่ต้องหายจากโต๊ะไปนานๆ แต่อาจมีข้อเสียเรื่องเสียงดังและบางรุ่นที่ต้องเสียบปลั๊ก คุณแม่จึงควรลองหาข้อมูลเครื่องที่มีขายตามท้องตลาดและพิจารณาว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด ให้นมแม่-ที่ปั๊มนม นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่คุณแม่อาจค่อยๆ ทยอยซื้อไว้ อาทิ

    • ขวดนม ถุงเก็บน้ำนม และจุกนม แนะนำให้เลือกจุกนมที่เลียนแบบหัวนมแม่หรือแบบที่มีรูขนาดเล็กไว้ก่อน เพื่อให้ลูกปรับตัวจากการดูดเต้าและไม่ทำให้ทารกติดความเร็วจากการดูดขวดจนกลายเป็นไม่ยอมดูดจากเต้า
    • เครื่องนึ่ง-ฆ่าเชื้อขวดนม เพื่อใช้ในการล้างอุปกรณ์ให้นม แต่หากไม่อยากลงทุน ก็สามารถต้มฆ่าเชื้อในน้ำร้อนแทนได้ค่ะ
    • กระเป๋าเก็บความเย็น-ไอซ์แพ็ก สำหรับใส่นมที่ปั๊มแล้วและอุปกรณ์ไปกลับจากบ้าน
    • ตู้ฟรีซแช่น้ำนม ในคุณแม่ที่ปั๊มนมได้มากหรืออยากเก็บสต็อกนมไว้เยอะๆ อาจอยากซื้อตู้แช่สำหรับเก็บนมโดยเฉพาะก็ได้
    • อุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ เช่น แปรงล้างขวดนม ตะแกรงตาก เป็นต้น
    ให้นมแม่-นมแช่แข็ง
  2. เตรียมตัวลูกและแม่
    ฝึกลูกก่อนไปทำงานโดยเริ่มจากการหัดให้ลูกชินกับการดูดนมจากเต้าก่อน และเมื่อเด็กอายุได้ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จึงค่อยเริ่มหัดให้ลูกดูดนมจากขวด (หากเริ่มเร็วเกินไป ลูกอาจสับสนหรือมีปัญหาในการเข้าเต้า)1 ซึ่งในการเปลี่ยนไปให้นมจากขวดครั้งแรก ควรให้ตอนที่หนูน้อยกำลังอารมณ์ดีและไม่หิวมาก ส่วนคนที่ป้อนก็ไม่ควรเป็นแม่ เนื่องจากเด็กอาจได้กลิ่นน้ำนมและเลือกที่จะเข้าเต้าแทน

    ตัวคุณแม่เองก็ควรหัดใช้เครื่องปั๊มนมหรือเรียนรู้ทักษะการใช้มือบีบน้ำนมล่วงหน้า พอถึงเวลาจริง จะได้เคยชินและใช้เวลาไม่นาน ให้นมแม่-เด็กกินนมขวด
  3. ปั๊มนมในที่ทำงาน
    เมื่อคุณแม่ทำงานกลับมาออฟฟิศ ควรแจ้งหัวหน้าหรือบอกกล่าวเพื่อนร่วมงานตามมารยาทไว้สักหน่อยว่าเราอาจต้องพักเบรคสั้นๆ เพื่อออกไปปั๊มนมให้ลูก ส่วนการปั๊มและเก็บน้ำนมก็ควรทำอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เจอกันครึ่งทางแบบที่คุณแม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยของตัวเองและลูก และหลักปฏิบัติในที่ทำงานอย่างละครึ่ง อย่าสุดโต่งไปทั้งสองด้าน เช่น ห่วงแต่ปั๊มนมจนเสียเวลาทำงาน หรือเกรงใจเพื่อนเกินจนทำให้เต้านมตัวเองอักเสบ

    • ปั๊มนมที่ไหน?
      คุณแม่อาจลองถามเพื่อนร่วมงานสายปั๊มหรือปรึกษาฝ่ายบุคคลว่ามีห้องว่างในออฟฟิศที่จะใช้ปั๊มนมได้หรือไม่ ทั้งนี้ บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งอาจเตรียมห้องปั๊มนมไว้แล้ว หรือบางที่อาจมีห้องว่างที่ยืมใช้ได้ และหากจำเป็นจริงๆ คุณแม่อาจเข้าไปปั๊มในรถยนต์หรือห้องน้ำก็ได้ค่ะ
    • ปั๊มนมเมื่อไหร่? ความถี่ของการปั๊มนมขึ้นอยู่กับอายุของเจ้าตัวน้อยและร่างกายของคุณแม่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะต้องปั๊มทุก 2 หรือ 3 ชั่วโมง โดยแต่ละครั้งคุณแม่ควรพยายามปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเต้านมคัด อักเสบ หรือน้ำนมรั่ว
    ให้นมแม่-แม่ปั๊มนม
  4. เก็บน้ำนม
    เมื่อปั๊มนมเสร็จ ควรนำนมใส่ถุงเก็บน้ำนม รีดไล่อากาศออกจนเรียบพร้อมเขียนวันที่ปั๊มนมไว้เป็นข้อมูลสำหรับลำดับการนำมาให้นมลูกและไว้คอยสังเกตวันหมดอายุ โดยอายุของน้ำนมแม่คือ2,3
    การเก็บรักษาอายุของน้ำนม
    ตู้แช่แข็งเดี่ยว (-70oC)6 เดือน
    ช่องแช่แข็งในตู้เย็นแบบประตูแยก3 เดือน
    ช่องแช่แข็งในตู้เย็นแบบประตูเดียว2 สัปดาห์
    ตู้เย็นช่องธรรมดา3 – 5 วัน
    กระเป๋าเก็บความเย็นที่มีถุงน้ำแข็ง24 ชั่วโมง
    อุณหภูมิห้อง (ต่ำกว่า 25oC)4 - 6 ชั่วโมง
    *หากต้องการรักษาอายุของน้ำนมไว้ให้นานที่สุด ควรวางช่องด้านในสุดที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าและไม่ควรแช่ไว้บริเวณประตูตู้เย็น

    ในการเก็บน้ำนมระหว่างอยู่ออฟฟิศ ให้เก็บไว้ในตู้เย็นของที่ทำงานก่อนนำมาใส่กระเป๋าเก็บความเย็นเพื่อเอากลับบ้านทุกวัน โดยคุณแม่ควรเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยเก็บน้ำนมอย่างมิดชิด หาถุงสีเข้มหรือกระเป๋าใส่น้ำนมไว้อีกชั้น รวมทั้งไม่แช่น้ำนมค้างคืนจนทำให้ตู้เย็นออฟฟิศมีแต่น้ำนมของเราล้นไปหมดนะคะให้นมแม่-เก็บนมแม่
  5. เตรียมน้ำนม
    เมื่อเจ้าตัวน้อยหิว ก็ได้เวลาเตรียมน้ำนมให้ลูกด้วยขั้นตอนเหล่านี้

    • นำน้ำนมจากช่องแช่แข็งมาใส่ในช่องเย็นปกติล่วงหน้าเพื่อให้ละลายก่อน
    • อุ่นน้ำนมที่เย็น ด้วยการใส่ขวดนมหรือถุงเก็บน้ำนมลงไปในภาชนะที่มีน้ำอุ่น หมั่นแกว่งหรือเขย่าเพื่อให้อุ่นทั่วกัน แล้วจึงลองหยดนมที่ข้อมือเพื่อเช็คว่าอุ่นกำลังดีหรือไม่4
    • ห้าม! ใช้ไมโครเวฟอุ่นน้ำนมแม่ เพราะความร้อนจะทำให้สารอาหารสลายไป แถมนี่ยังวิธีที่กระจายความร้อนได้ไม่ทั่วถึง ทำให้บางจุดร้อนไปจนเป็นอันตรายแก่เด็กได้
    • ห้าม! เอานมแม่ที่ละลายแล้วกลับเข้าช่องแช่ โดยนมที่ละลายแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง1
    ให้นมแม่-นมในขวด
  6. กลับบ้านมาให้นมลูก
    แม้การให้นมขวดผสมเต้าจะมาพร้อมความสะดวกสบาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าวิธีนี้อาจทำให้น้ำนมของแม่ผลิตออกมาน้อยลง เพื่อสร้างบาล๊านซ์ที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถนำคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้ได้ค่ะ

    • ให้นมลูกทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เช่น ช่วงเช้าหรือหลังกลับมาจากทำงาน เพราะการให้นมจะช่วยสร้างสายใยผูกพันระหว่างแม่และลูก ทำให้ผ่อนคลาย5 และช่วยรักษาปริมาณน้ำนมของแม่ ดังนั้น หากลูกหิวตอนที่เราอยู่ข้างๆ ก็ขอให้คุณแม่เลือกให้นมจากเต้าก่อนอันดับแรกเลยค่ะ
    • หากเริ่มมีปัญหาน้ำนมมาน้อยลง ให้ใช้วิธีสัมผัสเนื้อแนบเนื้อกับลูก (Skin-on-Skin Contact) เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาสร้างน้ำนม
    • เวลาให้นมผ่านขวด ควรถือขวดนมให้เกือบขนานไปกับพื้น อย่าถือตั้งฉากเพราะจะทำให้นมไหลเร็วไปจนลูกสำลัก และพยายามดูให้ตรงจุกมีแต่นม เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกดูดอากาศเข้าไปเยอะจนท้องอึ
    • อย่าเสียดายน้ำนมมากจนเกินไป หากลูกอิ่มแล้วก็ไม่ควรบังคับให้ดูดจนหมดขวด เพราะอาจทำให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้
    ให้นมแม่-แม่ให้นมแม่ในขวดลูก
  7. ทำใจให้สบาย
    ใครๆ ก็อยากจะ Have it All จริงไหมคะ? แต่คุณแม่ทำงานก็ไม่ควรกดดันตัวเองให้ทำทุกอย่างเพอร์เฟคไปซะหมด ไม่ต้องเครียดหนักถ้าพบว่าปั๊มนมได้น้อย หรือรับแรงบีบคั้นมาจากที่ทำงานมากจนเกินไป แค่หายใจเข้าลึกๆ แล้วคุณแม่จะพบว่าทุกอย่างมีทางออกค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Expressing and storing breast milk safely, Mumsnet, https://www.mumsnet.com/babies/expressing-breast-milk
  2. คู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอน วัยเด็กเล็ก 0-3 ปี, ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, http://www.thaipediatrics.org/pages/News/Detail/23/165
  3. ปั๊มนมอย่างไรให้ถูกต้อง, พบแพทย์, https://www.pobpad.com/ปั๊มนมอย่างไรให้ถูกต้อ
  4. How to Prepare Formula for Bottle-Feeding at Home, WHO’s Department of Food Safety, Zoonoses and Foodborne Diseases, in collaboration with the United Nations’ Food and Agriculture Organization, http://www.who.int/foodsafety/publications/micro/PIF_Bottle_en.pdf
  5. Breastfeeding and returning to work, Mumsnet, https://www.mumsnet.com/babies/breastfeeding-and-returning-to-work
Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending