LOADING

Type to search

รับมือ 7 ปัญหาผิวคนท้องสุดป่วนที่มากับการตั้งครรภ์

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

ท้องใหญ่…อะไรๆ ก็เปลี่ยน! เมื่อตั้งครรภ์ นอกจากขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นและอาการแพ้ท้องที่เริ่มถามหาแล้ว คุณแม่ส่วนใหญ่ยังมักเจอกับหลากหลายปัญหาผิวคนท้องที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนที่แปรปรวนอีกด้วย

แม้ปัญหาผิวส่วนใหญ่ เช่น สิวเห่อ รอยแตกลาย เส้นเลือดขอด ฯลฯ มักจางหรือหายไปเองหลังคลอด แต่คุณแม่ก็อดกังวลเรื่องความสวยความงามไม่ได้อยู่ดีใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ My Honey Bun จึงรวบรวมปัญหาผิวยอดฮิตที่เกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ พร้อมแชร์คำแนะนำวิธีรับมือและบรรเทาอาการเหล่านี้กันค่ะ

1. สิว

อาการสิวเห่ออาจเกิดขึ้นได้ทั้งกับคนที่เป็นสิวง่ายอยู่แล้วหรือแม้แต่คุณแม่ที่สิวหายไปตั้งแต่สมัยมัธยมฯ โดยปัญหาสิวในหญิงตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมนที่ขึ้นๆ ลงๆ รวมถึงการที่ต่อมน้ำมันสร้างน้ำมันเพิ่มขึ้น (ซีบัม) จนอุดตันรูขุมขนนั่นเอง1

วิธีรับมือ: ป้องกันการเกิดสิวพร้อมดูแลให้สิวไม่ขึ้นมากไปกว่านี้ ด้วยการทำความสะอาด โดยเช็ดเครื่องสำอางให้หมดจด ก่อนใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวเป็นสิว แล้วทาครีมสูตร Oil-free รวมทั้งห้ามใจไม่ให้บีบหรือแกะสิว เพราะจะทิ้งรอยดำบนผิวซึ่งใช้เวลานานกว่าจะจาง

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรซื้อยารักษาสิวใช้เอง เนื่องจากยาส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อทารก อย่างวิตามินเอหรือกรดต่างๆ หากคุณแม่รู้สึกว่าสิวเห่อมากเกินไปหรือไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนว่ายาหรือวิธีรักษาไหนที่ปลอดภัย

2. สีผิวเข้มขึ้น มีฝ้า กระและจุดด่างดำ

เมื่อตั้งครรภ์ ผิวจะผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากกว่าปกติเพื่อปกป้องผิวคุณจากรังสียูวี จึงทำให้ผิวบริเวณต่างๆ ของร่างกายมีสีเข้มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสะดือ ใต้วงแขน และน่องส่วนใน นอกจากนี้ยังทำให้ฝ้า กระ และจุดดำเข้มขึ้นหรือเกิดใหม่ได้ง่ายอีกด้วย2 โดยฝ้าบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก และริมฝีปากบนเป็นปัญหาผิวที่เกิดกับคนท้องจำนวนมากจนมีชื่อเรียกว่า Mask of Pregnancy เลยทีเดียว

วิธีรับมือ: ป้องกันไม่ให้สีผิวและจุดต่างๆ เข้มขึ้น พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF 30 – 50 และใส่หมวกปีกกว้างหรือใช้ร่มเมื่อต้องออกแดด

3. ติ่งเนื้อ

การเติบโตของเซลล์ที่มากเกินไป ทำให้ติ่งเนื้อขึ้นบริเวณหน้า ลำคอ หลัง หน้าอก หรือจุดอื่นๆ บนร่างกาย3

วิธีรับมือ: ติ่งเนื้อไม่ใช่เนื้อร้ายและไม่มีอันตรายใดๆ แต่หากคุณแม่เป็นห่วงเรื่องความสวยงาม ก็สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อขอตัดหรือเลเซอร์ออกในระหว่างหรือหลังการตั้งครรภ์

4. ผื่นขึ้น

ผื่นคันระหว่างตั้งครรภ์มีชื่อเรียกยาวๆ ว่า Pruritic Urticarial Papules and Plaques of Pregnancy (PUPPP) ซึ่งมีอาการเป็นผื่นสีแดง เกิดบริเวณหน้าท้องและมักลามไปที่ต้นขา บั้นท้าย หน้าอก และแขน

วิธีรับมือ: บรรเทาอาการด้วยการอาบน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือการสครับตัวเพราะอาจทำให้ผิวยิ่งแห้งขึ้น3 รวมถึงเลือกใส่ชุดที่หลวมและโปร่งเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี หรือเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อขอยาทาลดอาการคัน

5. ผิวแตกลาย

ผู้หญิงตั้งครรภ์กว่า 90% มักเจอปัญหาผิวแตกลายที่เกิดจากการขยายตัวของผิวเพื่อรองรับขนาดที่ใหญ่ขึ้นของลูก1 รวมไปถึงน้ำหนักตัวแม่ที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ว่ากันว่าโอกาสการเกิดผิวแตกลายยังอยู่ที่กรรมพันธุ์ด้วย (มีโอกาสเป็นสูงหากแม่หรือพี่สาวน้องสาวมีผิวแตกลายตอนท้อง2

วิธีรับมือ: ผิวแตกลายมักเริ่มหายไปเองตอนประมาณ 6 เดือนหลังคลอด2 แต่ในระหว่างตั้งท้อง ก็สามารถใช้ครีมหรือโลชั่นสำหรับผิวแตกลายโดยเฉพาะ หรือทาออยต่างๆ ที่มีความเข้มข้นสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เบบี้ออย หรือผลิตภัณฑ์เชียบัตเตอร์เข้มข้น นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่นในการชะลอและบรรเทาความรุนแรงของผิวแตกลายได้ นั่นก็คือการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำและการพยายามให้น้ำหนักขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

6. เส้นเลือดขอด

เกิดจากการไหลเวียนโลหิตที่มากกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดฝอยแตก2 โดยอาการเส้นเลือดขอดไม่ได้เกิดแค่ที่ขาเท่านั้น แต่อาจเกิดขึ้นที่แขน หน้าอก หรือแก้มได้ด้วย

วิธีรับมือ: พยายามไม่ยืนหรือนั่งนานเกินไป พักเท้าด้วยการยกขึ้นที่สูง ออกกำลังกายเป็นประจำ และใช้ถุงน่องหรือถุงเท้ารัดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเส้นเลือดขอด4

7. เส้นสีดำบนท้อง

เส้นสีดำบนท้องหรือที่เรียกว่า Linea Nigra มักเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 2 โดยอาจมีความยาวพาดตั้งแต่หน้าอกไปจนถึงหัวหน่าว หรือเป็นแค่เส้นสั้นๆ ที่กว้างไม่เกิน 1 ซม. บนหน้าท้องก็ได้

วิธีรับมือ: เส้นสีดำนี้จะจางไปเรื่อยๆ ประมาณ 9 – 12 เดือนหลังจากที่คุณแม่คลอด5

ปัญหาผิวเหล่านี้เป็นเรื่องน่าเครียดก็จริง แต่คุณแม่สบายใจได้ว่าอาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นหรือหายไปเองหลังคลอดแล้ว อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่รู้สึกว่าอาการไหนรุนแรงมากเกินปกติ เช่น แสบร้อนที่ผื่น หูดเนื้อเปลี่ยนสี หรือคันมากจนนอนไม่ได้ ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที เพราะนี่อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงโรคแทรกซ้อนหรืออาการป่วยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์เลยก็ได้ค่ะ

อ้างอิงจาก

  1. Skin Problems of Pregnancy, WebMD, 1 Feb 2005, https://www.webmd.com/baby/features/skin-problems-of-pregnancy#1
  2. Skin changes during pregnancy, BabyCentre, Apr 2015, https://www.babycentre.co.uk/a222/skin-changes-during-pregnancy
  3. Skin Conditions in Pregnancy, WebMD, 12 Sep 2016, https://www.webmd.com/baby/skin-conditions-pregnancy#1
  4. Lori Smith, Skin Conditions During Pregnancy: Causes, Symptoms and Treatment, MedicalNewsToday, 29 Jan 2016, https://www.medicalnewstoday.com/articles/305605.php
  5. David E. Zepeda, MD, What’s That Dark Line On My Belly?, The Bump, https://www.thebump.com/a/dark-line-on-belly
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending