LOADING

Type to search

7 เหตุผลชวนปวดหัว ที่ทำให้มนุษย์แม่เครียดได้ทุกวัน

Share
คลิกเพื่อแชร์
 

สำหรับหลายๆ ครอบครัว หลังมีลูกแล้วคุณแม่ก็ยังคงต้องทำงานเต็มเวลาเพื่อช่วยหารายได้จุนเจือครอบครัว ส่งผลให้มีคุณแม่ทำงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สิ่งที่ยังคงสังเกตเห็นได้คือความรับผิดชอบในเรื่องของครอบครัว การเลี้ยงลูก และการดูแลบ้านที่ส่วนใหญ่แล้วยังคงตกหนักอยู่ที่คุณแม่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำคุณแม่เครียดได้ง่ายค่ะ

แม่เครียด-เครียดมาก

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าคุณพ่อส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับอาชีพที่หาเงินได้มากที่สุด ในขณะที่คุณแม่ให้ความสำคัญกับงานที่ยืดหยุ่นเพื่อให้ตัวเองมีเวลาดูแลครอบครัว1  นอกจากนี้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วนั้นมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเครียดถึง 54% ในขณะที่ผู้หญิงโสดนั้นมีแนวโน้มเพียง 33% เท่านั้น2

คุณแม่จำนวนไม่น้อยต้องทนรับมือกับความเครียดที่ต้องทำงานหนักทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เนื่องจากมีความรู้สึกรับผิดชอบว่าตัวเองต้องดูแลทุกอย่าง จริงๆ แล้วสาเหตุที่คุณแม่เครียดในแต่ละครอบครัวนั้นก็อาจจะคล้ายๆ กันนะคะ ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าคุณแม่ไม่ได้ต้องเผชิญกับเรื่องราวและปัญหาเหล่านี้คนเดียวแน่นอนค่ะ

7 เหตุผลที่มนุษย์แม่เครียดได้ทุกวัน

แม่เครียด-สร้างวินัย
  1. รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนคอยดูแลกิจวัตรประจำวัน จัดระเบียบชีวิตให้กับทุกคนในครอบครัว
  2. ผิดตรงไหน? ก็ความมีระเบียบวินัยเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับเด็ก และช่วยทำให้เด็กเรียนรู้การควบคุมการทำตามอำเภอใจเพื่อให้ตัวเองได้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ ดังนั้นคุณแม่หลายๆ ท่านจึงเครียดกับการพยายามสร้างระเบียบวินัยให้กับเจ้าตัวน้อยเพื่อสร้างรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต

    ไม่ผิดนะคะที่คุณแม่จะจริงจังกับเรื่องนี้ แต่สาเหตุที่ทำให้คุณแม่เครียดก็คือ เราก็ต้องพึ่งพาคุณพ่อด้วย เพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่ควรจะใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อทำให้ลูกไม่สับสน เช่น คุณแม่พยายามให้ลูกเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม แต่คุณพ่อปล่อยให้ลูกนอนดึกได้ถึงเที่ยงคืน แบบนี้ก็จะยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับคุณแม่เข้าไปใหญ่เพราะทำเท่าไรก็ไม่เห็นผลสำเร็จเสียทีค่ะ

    แม่เครียด-แบกความรับผิดชอบ
  3. ต้องแบกรับความรับผิดชอบเรื่องที่ทำงาน ที่บ้าน และคนในครอบครัว
  4. ด้วยความที่เป็นมนุษย์เงินเดือน เราก็ต้องทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากที่ทำงานให้สำเร็จลุล่วงให้ได้ เพื่อไม่ให้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานมาพูดได้ว่าเรากินแรง ทำงานไม่เต็มที่หลังจากมีครอบครัวจึงยิ่งทำให้มนุษย์แม่เครียด และรู้สึกว่าต้องทำงานหนักกว่าเดิม ดังนั้นไม่ว่าวันนั้นจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมง จะต้องวิ่งออกไปซื้อนมให้ลูกตอนพักกลางวัน ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้านไปสอนการบ้าน จัดการให้ลูกเข้านอน แถมท้ายด้วยทำงานบ้านอีกเล็กน้อย ก็ต้องกัดฟันทนทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้เพื่อครอบครัวของเราค่ะ

    แม่เครียด-เหนื่อยกับพ่อลูก
  5. บางครั้งก็ต้องคอยห้ามทัพพ่อลูก รู้สึกเหมือนเราเป็นผู้ใหญ่คนเดียวในบ้าน
  6. จากสถิติแล้ว ผู้ชายเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุ 43 ปี ในขณะที่ผู้หญิงนั้นมีความเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 32 ปี4  จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณแม่หลายๆ ต้องมาคอยดูแลสามีราวกับเป็นลูกอีก 1 คน ทั้งตามเก็บของที่วางไว้เละเทะเกะกะ ล้างจานให้ ไปจนถึงเป็นกรรมการห้ามทัพเมื่อยามที่สามีทะเลาะกับลูกแล้วมาฟ้องคุณแม่

    งานวิจัยอีกชิ้นกล่าวว่าคุณแม่จำนวนถึง 70%  รู้สึกว่าตัวเองนั้นจำเป็นต้องเล่นบทบาทเป็นคุณแม่เจ้าระเบียบในครอบครัว ในขณะที่คุณพ่อสามารถทำตัวสนุกสนาน เป็นเพื่อนเล่นกับลูก เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของครอบครัวซึ่งส่งผลให้คุณแม่บางท่านมีความรู้สึกอิจฉาคุณพ่อค่ะ5

    ทำนองเดียวกันกับเรื่องการจัดระเบียบวินัยในบ้านนะคะ เรื่องนี้หากคุณพ่อยอมหันมาให้ความร่วมมือมาช่วยกันจัดการรับผิดชอบเรื่องลูกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนัดหมอฟัน พาลูกไปหาหมอ หรือการตอบรับใบกิจกรรมต่างๆ จากโรงเรียน ก็จะช่วยแบ่งเบาความเครียดคุณแม่ไปได้เยอะมาก เพราะมีการทำงานกันเป็นทีมค่ะ

    แม่เครียด-ไม่มีเวลาของตัวเอง
  7. ต้องทำหลายอย่างให้เสร็จ ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
  8. งานบ้าน การบริหารจัดการบ้าน ดูเหมือนจะตกเป็นหน้าที่หลักของคุณแม่ถึงแม้ว่าจะเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านด้วย ทำให้คุณแม่จำนวน 1 ใน 5 รู้สึกเครียดจากการที่จะต้องทำงานบ้านมากกว่า ในขณะที่คุณพ่อบ้านนั้นใช้เวลาไปกับการพักผ่อนมากกว่า1

    งานบ้านและการบริหารจัดการบ้านในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การทำกับข้าว ทำความสะอาด แต่ยังหมายถึงการไปจ่ายค่าสาธารณูปโภค การชำระค่างวดต่างๆ การไปซื้อของสดเข้าบ้าน การวางแผนงบประมาณ การวางแผนทริปครอบครัว งานต่างๆ เหล่านี้นอกจากจะใช้เวลาแล้ว ยังทำให้เกิดความเครียดได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องทำทุกอย่างเพียงคนเดียวค่ะ

    แม่เครียด-โทษตัวเอง
  9. รู้สึกผิดและโทษตัวเองเมื่อเกิดความผิดพลาด
  10. ความผิดพลาดเป็นธรรมดาของมนุษย์ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานหาเงิน ดูแลลูก ดูแลสามี และยังต้องดูแลบ้านอีกต่างหาก คุณแม่ที่มีความรับผิดชอบมากมายขนาดนี้มักจะไม่มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นๆ เนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการรีบเร่งไปทำอะไรสักอย่างเพื่อให้งานที่ตัวเองต้องทำประจำวันเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี

    ความรับผิดชอบมากมายขนาดนี้ก็ย่อมต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการลืมกิจกรรมโรงเรียนลูก การลืมซื้อของจำเป็นบางอย่าง การจ่ายบิล หรือการต้องโทรไปคุยกับธนาคารเกี่ยวกับการเลื่อนการชำระเงิน ความเครียดของคุณแม่ก็อาจจะมีบ่อเกิดจากความรู้สึกผิดเนื่องจากตัวเองรู้สึกต้องรับผิดชอบไปเสียทุกอย่าง หากเกิดการผิดพลาดอะไรขึ้นคุณแม่ก็มักจะโทษตัวเองค่ะ

    แม่เครียด-ความสำคัญ
  11. ให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นคนสุดท้าย
  12. ในเมื่อวันๆ คุณแม่มีสิ่งที่ต้องทำเยอะขนาดนี้ ทำให้คุณแม่ไม่มีทางเลือกนอกจากจะเอาเวลาที่มีทั้งหมดทุ่มเทให้กับการดูแลลูก ดูแลสามี บริหารจัดการบ้าน และการทำงานหาเงินนอกบ้าน ทำให้คุณแม่ส่วนใหญ่ไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการพักผ่อน หรือการดูแลตัวเองในรูปแบบอื่นๆ

    เรียกได้ว่าคุณแม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เสร็จก่อน ก่อนที่จะให้เวลากับตัวเอง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะงานเหล่านี้ไม่มีวันจบสิ้น ทำให้คุณแม่เครียดเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาให้กับตนเอง ไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปผ่อนคลาย หรือพักผ่อนนั่นเองค่ะ

    แม่เครียด-คิดเยอะ
  13. คิดเยอะเวลาตัดสินใจเพราะกลัวมีผลต่ออนาคตลูก
  14. ธรรมชาติสร้างมาให้เพศหญิงเป็นกังวลง่ายกว่าเพศชายอยู่แล้ว โดยการวิจัยชี้ว่า เด็กผู้หญิงนั้นมีความกระวนกระวายมากกว่าเด็กผู้ชายถึง 2 เท่า6   และเวลาที่ต้องเผชิญกับความเครียดนั้น การจัดการกับความเครียดของผู้หญิงมีความแตกต่างกับผู้ชายมาก โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะกังวล ครุ่นคิด วิเคราะห์ คิดถึงเรื่องนั้นๆ มากกว่า ซึ่งทำให้เกิดความเครียดได้มากขึ้น ในขณะที่ผู้ชายมักจะจัดการแก้ปัญหาเหล่านั้นโดยตรงไปเลย

    ดังนั้นเป็นธรรมดาว่าวันใดวันหนึ่งที่ลูกคุณเข้ามาบอกว่าไม่อยากเรียนวิชานู้นวิชานี้ ไม่อยากไปเข้าคลาสกิจกรรมที่เคยทำมาทุกอาทิตย์ คุณแม่ก็จะต้องคิดมากไปร้อยแปดว่าการที่เราทำแบบนี้จะมีผลทำให้ลูกกลายเป็นคนที่ล้มเลิกได้ง่ายหรือไม่ในอนาคต ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็เช่นเดียวกับเรื่องที่เรากล่าวๆ มาข้างต้นว่า ถ้าคุณพ่อยื่นมือเข้ามาช่วยสักหน่อยแล้ว ก็จะทำให้การตัดสินใจกลายเป็นเรื่องของคุณพ่อคุณแม่สองคน ไม่ทำให้ความรับผิดชอบไปตกหนักอยู่ที่คนๆ เดียว และยังทำให้คุณแม่เครียดน้อยลง ซึ่งย่อมจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองคนดีขึ้น และคุณพ่อคุณแม่ก็จะมีความสุขมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

อ้างอิงจาก

  1. Pew Research Center, Modern Parenthood, 14 March 2013, http://www.pewsocialtrends.org/2013/03/14/modern-parenthood-roles-of-moms-and-dads-converge-as-they-balance-work-and-family/
  2. American Psychological Association, Gender and Stress, 2010 https://www.apa.org/news/press/releases/stress/2010/gender-stress.aspx
  3. Laura Markham, The Secret of Raising a Self-Disciplined Child, 25 July 2017, https://www.psychologytoday.com/us/blog/peaceful-parents-happy-kids/201707/the-secret-raising-self-disciplined-child
  4. Mail Online, Men don’t mature until they hit 43 … ELEVEN years after women, 10 June 2013, https://www.dailymail.co.uk/femail/article-2338978/Men-dont-mature-hit-43—ELEVEN-years-women.html
  5. Mail Online, 70% of mothers are left feeling like the ‘bad cop’ while fathers become the centre of attention and known as the ‘fun one’ in family, 15 May 2014, https://www.dailymail.co.uk/femail/article-2627078/Know-feeling-70-mothers-left-feeling-like-bad-cop-fathers-centre-attention-known-fun-one-family.html
  6. Alicia Armeli, Anxious? Why Women Worry More Than Men & What We Can Do About It, 4 May 2018, https://ask4ufe.com/anxious-why-women-worry-more-than-men-what-we-can-do-about-it/
Tags

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending