LOADING

Type to search

พัฒนาการทารกในครรภ์ ตั้งแต่ 0-9 เดือน พร้อมพ่อแม่

Share
คลิกเพื่อแชร์

เรามาแอบดูพัฒนาการในครรภ์ว่าในช่วง 0-9 เดือนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้อยในครรภ์รวมถึงคุณพ่อและคุณแม่บ้างนะคะ

ชีวิตคุณพ่อคุณแม่และพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ตั้งแต่ 0-9 เดือน

สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้ผู้หญิงทุกคน คือการเป็นแม่ บทบาทสำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อช่วงเวลานี้มาถึงเพราะเชื่อได้ว่า ว่าที่คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายคงตื่นเต้นไม่เบากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และเกิดคำถามมากมายว่าจะดูแลครรภ์อย่างไรให้เจ้าตัวเล็กมีความสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด ซึ่งการที่คุณแม่รู้ถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อยในครรภ์ตลอดระยะเวลา 9 เดือน จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจ และดูแลสุขภาพคุณแม่ และสุขภาพครรภ์ได้อย่างถูกวิธีค่ะ

ตั้งครรภ์เดือนที่ 1

เจ้าตัวเล็กก็มีหัวใจ…เมื่อไข่ผสมกับอสุจิเรียบร้อยแล้ว จะเคลื่อนตัวเพื่อไปฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก ซึ่งในขณะที่เคลื่อนตัวนั้น จะค่อยๆ แบ่งเซลล์ไปเรื่อยๆ โดยเจ้าตัวเล็กจะมีตุ่มเล็กๆ ยื่นออกมาคล้ายมือและเท้า มีการสร้างสายสะดือ ถุงน้ำคร่ำห่อหุ้ม และเซลล์ต่างๆ ที่จะพัฒนาเป็นหัวใจ สมอง ระบบประสาท กระดูก หลอดเลือด กล้ามเนื้อ ปอด กระเพาะอาหาร ตา หู และผิวหนังแล้วค่ะ

ในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆค่ะ เพราะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล็กเริ่มสร้างสมองระบบประสาทและไขสันหลัง คุณแม่ต้องระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ทานอาหารที่มีโฟเลต เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ และควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายฝากครรภ์และรับยาบำรุงครรภ์ที่เหมาะสม และอย่าลืมทาครีมหรือออยล์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ป้องกันรอยแตกกันด้วยนะคะ

ตั้งครรภ์เดือนที่ 2

คุณแม่จะต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะคะ ถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญมากของการตั้งครรภ์ เพราะเจ้าตัวเล็กในครรภ์จะพัฒนาการเจริญเติบโตของส่วนที่สำคัญที่สุดในร่างกาย อย่างระบบประสาท และระบบหลอดเลือด อวัยวะต่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ถ้าอัลตร้าซาวด์ดูก็จะเห็นหัวใจของเจ้าตัวเล็กเต้นอย่างชัดเจน แม้จะมีขนาดเล็กเพียง 1 นิ้วก็ตาม

ตั้งครรภ์เดือนที่ 3

อวัยวะมีครบ 32 แล้วนะ แม้จะยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ แต่คุณแม่จะเริ่มเห็นอวัยวะต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น แขน ขา มือ เท้า จมูก ตา ปาก ใบหน้า เจ้าตัวเล็กมีการตอบสนองกับสิ่งเร้าภายนอกได้ดีขึ้น เริ่มดูดนิ้ว กลืนน้ำคล่ำ และดิ้นได้แล้วนะคะ แต่คุณแม่จะยังไม่รู้สึกเพราะขนาดลำตัวประมาณ 3 นิ้้วยังเล็กอยู่มาก ในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากๆค่ะ เพราะเป็นช่วงที่เจ้าตัวเล็กเริ่มสร้างสมองระบบประสาทและไขสันหลัง คุณแม่ต้องระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ทานอาหารที่มีโฟเลต เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ และควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายฝากครรภ์และรับยาบำรุงครรภ์ที่เหมาะสม และอย่าลืมทาครีมหรือออยล์เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ป้องกันรอยแตกกันด้วยนะคะ

ตั้งครรภ์เดือนที่ 4

พัฒนาการเจริญเติบโตมากขึ้น เจ้าตัวเล็กมีขนาดลำตัวประมาณ 6 นิ้ว คุณแม่จะเริ่มเห็นอวัยวะเพศของลูกน้อยชัดเจนตั้งแต่เดือนนี้ค่ะ เริ่มมีขนขึ้นตามลำตัวและส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้เจ้าตัวเล็กบังสามารถแสดงสีหน้าและได้ยินเสียงต่างๆ ได้แล้วนะคะ ซึ่งคุณแม่บางท่านก็อาจรู้สึกถึงการดิ้นของลูกภายในครรภ์เป็นครั้งแรกได้เช่นกัน

ตั้งครรภ์เดือนที่ 5

อยากพูดคุย บอกรักหรือเล่านิทานให้ลูกน้อยฟังก็ทำได้เลย เพราะเจ้าตัวน้อยเริ่มได้ยินเสียงจากภายนอกและตอบสนองคุณเม่ได้แล้วนะคะ ระบบประสาทพัฒนาอย่างสมบูรณ์จนสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อได้ ไวต่อการสัมผัส ดิ้นมากขึ้น แถมฟันน้ำนมเริ่มก่อตัวขึ้นในเหงือกอีกด้วย

ตั้งครรภ์เดือนที่ 6

จดจำและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากคุณพ่อ คุณแม่ได้ดี เนื่องจากสมองมีการพัฒนามากขึ้น อวัยวะภายใน ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันก็พัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งการที่คุณแม่ลูบสัมผัสหน้าท้อง หรือคุณพ่อจะหมั่นพูดคุยบ่อยๆ นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่นให้ลูกน้อยรับรู้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการของใยประสาทด้านการรับความรู้สึกอีกด้วย ในช่วงครรภ์ 4-6 เดือน แนะนำให้คุณแม่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นะคะ และก็เสริมธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินดีเพิ่มขึ้น เพื่อลูกน้อยจะได้มีร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์

ตั้งครรภ์เดือนที่ 7

คุณแม่ท้องใหญ่ขึ้น สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของเจ้าตัวเล็กได้ดี เพราะตอนนี้มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม เริ่มมองเห็นและซุกซนเคลื่อนไหวไปมาภายในครรภ์ การเต้นของหัวใจก็เปลี่ยนไปตามเสียงและแสงไฟ แถมยังรับรู้รสชาติได้อีกด้วย ในระยะนี้คุณแม่บางท่านอาจจะเริ่มมีอาการมดลูกบีบตัวเป็นระยะห่างกัน ครั้งละไม่นานเกิน 30 วินาที ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ให้คุณแม่เตรียมความพร้อม

ตั้งครรภ์เดือนที่ 8

เจ้าตัวเล็ก จะไม่เล็กอีกต่อไป จากการเจริญเติบโตของระบบกล้ามเนื้อที่มากขึ้น การทำงานของ อวัยวะต่างๆ ที่ประสานงานกันได้ดี และน้ำหนักลำตัวที่มากขึ้นเฉลี่ย 2-3 กก. ทำให้เริ่มขยับตัวน้อยลงเพราะพื้นที่ในท้องคุณแม่เล็กเกินไปแล้วค่ะ ซึ่งคุณแม่อาจมีอาการมดลูกบีบรัดตัว เพราะต้องดันตัวเจ้าตัวเล็กมาประชิดปากมดลูก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะมาเจอคุณแม่

ตั้งครรภ์เดือนที่ 9

เดือนแห่งการรอคอย ถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยพร้อมลืมตาดูโลก และคุณแม่เองก็กำลังจะได้เจอกัน เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอด เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุด ลุ้นกันทุกวินาที เจ้าตัวน้อยจะมีน้ำหนักตัวแรกเกิด 3-4 กก. พัฒนาการเจริญเติบโตเต็มที่ การเคลื่อนไหวเริ่มน้อยลง ต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนเร่งความสมบูรณ์ของปอด เพื่อเตรียมการหายใจครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวน้อย

อ้างอิงจาก

jakky, พัฒนาการทารกในครรภ์ 1-9 เดือน (40สัปดาห์), http://babycarefirst.blogspot.com/2014/09/1-9-40-development-of-baby-in-womb-1-9.html

Tags:

You Might also Like

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Trending